| นายไพโรจน์ สุขสัมฤทธิ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า "จากการตรวจสอบพบว่ามีสถานประกอบการบางแห่ง มุ่งแสวงหาประโยชน์จากกองทุนประกันสังคม
โดยการนำบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ลูกจ้างของตนมาแจ้งขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตนและนำส่งเงินสมทบ เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองและได้รับสิทธิประโยชน์เช่นเดียวกับผู้ประกันตน การกระทำดังกล่าวจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ.2533 ซึ่งมีโทษทั้งจำทั้งปรับ"
ที่ผ่านมา สปส.ได้ดำเนินคดีกับนายจ้าง/สถานประกอบการที่ได้กระทำความผิดดังกล่าวไปแล้วหลายราย ขณะนี้กำลังดำเนินการตรวจสอบหาข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อเตรียมดำเนินคดีกับนายจ้างที่มีพฤติกรรมในทำนองนี้ และหากกลุ่มบุคคลดังกล่าวที่ได้เบิกประโยชน์ทดแทนจากกองทุนฯแล้ว ทางสปส.จะเรียกเงินดังกล่าวคืนและอาจถูกดำเนินคดีอาญาตามประมวลกฎหมายอาญาอีกทางหนึ่งด้วย
"สปส.มุ่งให้ความช่วยเหลือผู้ประกันตนทุกคนให้ได้รับความคุ้มครองอย่างถูกต้องตามกฎหมาย การที่ สปส.ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการกับกลุ่มบุคคลดังกล่าวอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันมิให้การแสวงหาประโยชน์โดยไม่สุจริต และเพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้ประกันตนส่วนใหญ่ในระบบ หากผู้ใดพบเห็นหรือทราบข้อมูลการกระทำดังกล่าวสามารถแจ้งข้อมูลได้ที่ สปส.เขตพื้นที่/จังหวัดทั่วประเทศหรือที่กองตรวจสอบ โทร.0-2956-2580-1 และ 0-2956-2590-1 หรือที่สายด่วนกระทรวงแรงงาน 1506 ได้ทุกวัน"นายไพโรจน์ กล่าวในตอนท้าย.
แหล่งข่าว : หนังสือพิมพ์ไทยโพส |