สปส .วอนประชาชนเชื่อมั่นการนำเงินลงทุนต่างประเทศ : SIAMHRM.COM

สปส .วอนประชาชนเชื่อมั่นการนำเงินลงทุนต่างประเทศ





เรื่อง สปส .วอนประชาชนเชื่อมั่นการนำเงินลงทุนต่างประเทศ


รายละเอียด 171/ 2548

สำนักงานประกันสังคมแจงลงทุนต่างประเทศ ทุกอย่างโปร่งใสตรวจสอบได้ วอนประชาชนเชื่อมั่น ย้ำ ท้ายที่สุดยังฟังเสียงประชาชน หากไม่เห็นด้วยยินดีรับ
นายไพโรจน์ สุขสัมฤทธิ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เปิดเผยว่า การประกันสังคมนับเป็นสวัสดิการของผู้ประกันตน โดยมีกองทุนประกันสังคมที่มาจากการจ่ายเงินสมทบของ นายจ้าง ลูกจ้าง และรัฐบาล ปัจจุบันมีผู้ประกันตนรวมทั้งสิ้นกว่า 8.3 ล้านคน จากข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2548 กองทุนประกันสังคมมีเงินกองทุนรวมทั้งสิ้น 317,540 ล้านบาท แบ่งออกเป็นกองทุนสำหรับกรณีประสบอันตราย/เจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ และตาย รวม 4 กรณี มีมูลค่ากองทุนเป็นเงิน 49,803 ล้านบาท กองทุนสำหรับกรณีการสงเคราะห์บุตร และชราภาพมีมูลค่ากองทุน 257,876 ล้านบาท และกองทุนสำหรับกรณีการว่างงาน ซึ่งเพิ่งเริ่มเมื่อปี 2547 มีมูลค่ากองทุน 9,680 ล้านบาท
การคุ้มครองใน 4 กรณีแรก อันได้แก่ กรณีเจ็บป่วย ทุพพลภาพ ตาย และคลอดบุตร ในส่วนนี้ช่วง 8 เดือนแรกของปี ได้รับเงินสมทบรวมทั้งสิ้น 16,567 ล้านบาท จ่ายสิทธิประโยชน์ทั้ง 4 กรณี รวม 11,857 ล้านบาท คงเหลือ 4,710 ล้านบาท ซึ่งจากการที่กองทุนมีเงินเหลือจ่ายจำนวนหนึ่งนี่เอง จึงพิจารณาให้สิทธิเรื่องการคลอดบุตรและทำฟันเพิ่มเติม
ส่วนที่ 2 คือกรณีสงเคราะห์บุตร ในช่วง 8 เดือนแรกของปี ได้รับเงินสมทบ 4,349 ล้านบาท จ่ายสงเคราะห์บุตรทั้งสิ้น 1,532 ล้านบาท คงเหลือ 2,817 ล้านบาท จึงพิจารณาปรับเพิ่มเงินสงเคราะห์บุตร จากเดิม 200 บาท เป็น 350 บาทต่อคนต่อเดือน
ส่วนที่ 3 คือกรณีชราภาพ ในช่วง 8 เดือนแรกของปี เก็บเงินสมทบได้รวม 28,668 ล้านบาท และขณะนี้ยังไม่มีรายจ่ายบำนาญให้ผู้ประกันตนที่มีสิทธิได้รับบำนาญตามกฎหมาย (คืออายุ 55 ปี และส่งเงินสมทบไม่ต่ำกว่า 15 ปี) ขณะนี้เงินจำนวนนี้ยังไม่ได้เริ่มจ่าย แต่จะเริ่มจ่ายจริงๆ ในปี 2557 ซึ่งเมื่อนำไปคำนวณดูแล้วปรากฏว่าในปี 2590 หรืออีก 10 ปีข้างหน้าเงินจะหมดหากไม่หาประโยชน์เพิ่มเติม ทางสปส.จึงได้นำเงินส่วนนี้ไปสร้างดอกผลคือฝากธนาคาร ไปซื้อพันธบัตร ไปลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ตามกฎเกณฑ์ที่กระทรวงการคลังกำหนด ปรากฎว่าขณะนี้ดอกผลที่ได้มาเมื่อคำนวณแล้วก็ยังไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายในอีก 50 ปีข้างหน้า
ดังนั้น ในปี 2550 ถ้าไม่ทำอะไรเพิ่มเติมเงินอาจจะหมดกองทุนไปเลยก็ได้ เพราะฉะนั้นทางคณะกรรมการจึงเห็นว่าควรจะหาทางลงทุนเพิ่มเติม ช่องทางที่จะลงทุนเพิ่มเติมคือ ให้ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์โดยการไปซื้อที่ดินหรืออาคารดีๆ แล้วปล่อยให้เช่า เพื่อให้ได้ดอกผลคืนมา อีกประการหนึ่งคือ การไปลงทุนในต่างประเทศ ได้รับโควตาจากธนาคารแห่งประเทศไทยมาแล้ว 200 ดอล์ลาร์สหรัฐหรือประมาณ 8,000 ล้านบาท โดยลงทุนในหลักทรัพย์ที่ไม่มีความเสี่ยง เช่น พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ และบริษัทที่มีเรตติ้ง A หรือ A+ หรือ AA+ เพราะฉะนั้นจะไม่มีความเสี่ยงใดๆ ถ้าลงทุนนอกเหนือจากนี้ทางธนาคารแห่งประเทศไทยก็ไม่อนุญาต
นายไพโรจน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของเสียงคัดค้านจากหลายฝ่ายในเรื่องการนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศ โดยเป็นห่วงเรื่องของความโปร่งใสนั้น สำนักงานประกันสังคมยินดีที่จะให้ตรวจสอบและพร้อมที่จะให้ข้อมูลได้ทุกเมื่อ ทั้งนี้หากกระแสทางสังคมไม่เห็นชอบในเรื่องของการลงทุนในต่างประเทศ เราก็ยินดีที่จะรับฟังโดยยึดเอาประโยชน์และความคิดเห็นของผู้ประกันตนเป็นที่ตั้งตามนโยบายของท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน




ศูนย์สารนิเทศ โทรศัพท์/โทรสาร 0-2956-2534 www.sso.go.th



   หรือ กดปุ่ม Ctrl+P (หรือคลิกที่เมนู File และ Print ของโปรแกรมเว็บเบราเซอร์) เมื่อต้องการพิมพ์เครื่องพิมพ์

SIAMHRM.COM : ศูนย์รวมข้อมูลด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์
Web Partner : JOBSIAM.COM | FREEJOBTHAI.COM | JOBDUZY.COM