25 มิ.ย. 55 - นายสง่า ธนสงวนวงศ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวถึงความคืบหน้าการสอบสวนกรณีที่มีบริษัทจัดหางานรวม 35 แห่ง เรียกเก็บค่าใช้จ่ายเดินทางไปทำงานที่ประเทศอิสราเอลเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ว่า ล่าสุดได้รับรายงานผลสรุปของคณะกรรมการสอบสวนฯ ที่มีนายโชคชัย ศรีทอง รองอธิบดีกรมการจัดหางาน ( กกจ.) เป็นประธานฯ แล้ว ผลการสอบพบว่า ไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะเอาผิดบริษัทจัดหางานใดๆได้ เพราะแม้บริษัททั้ง 35 แห่ง จะมีข่าวเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเกินกฎหมาย แต่เมื่อเรียกพยานบุคคลมาสอบถามกลับไม่พบข้อมูลที่จะเอาผิด
นายสง่า กล่าวว่า รายงานดังกล่าวถือเป็น “เป็นมวยล้มต้มคนดู” เพราะตนมีหลักฐานการกระทำความผิดที่ชัดเจน กรมการจัดหางานจึงมีหน้าที่ต้องพักใบอนุญาตและดำเนินคดีทางอาญา แต่จากรายงานกลับสรุปว่า ให้พักใบอนุญาตบริษัทที่ไม่เกี่ยวข้อง ที่สำคัญยังมีบันทึกแนบท้ายเขียนช่วยทั้ง 35 บริษัท ว่าเรียกเก็บค่าใช้จ่ายตามกฎหมาย ซึ่งไม่เป็นความจริงจึงรายงานให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานรับทราบ พร้อมสั่งให้กองตรวจและคุ้มครองคนหางาน ดำเนินการแจ้งความเอาผิด ผู้เกี่ยวข้องภายใน 7 วัน ซึ่งคาดว่า อาจต้องมีการดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องมากกว่า 3,000 คดี ซึ่งเป็นการนับจำนวนผู้เสียหาย เฉพาะในช่วง รมว.แรงงาน เข้ามารับตำแหน่งจนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้ หากผู้เกี่ยวข้องยังฝ่าฝืน ก็จะพิจารณาแจ้งความเอาผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป
นายสง่า กล่าวอีกว่า รู้สึกผิดหวังกับการทำหน้าที่ของคณะกรรมการสอบสวนฯ เนื่องจากให้เวลาในการสอบสวนนานกว่า 2 เดือน ซึ่งนอกจากจะไม่สามารถดำเนินคดีกับทั้ง 35 บริษัทได้แล้วกลับยังไปช่วยเหลือ จึงไม่เข้าใจว่า ทำงานไม่เป็นหรือ แกล้งไม่เข้าใจ เพราะข้อมูลที่ปรากฏจากคำให้การของคนงานว่ามีการเรียกเก็บค่าใช้จ่าย 250,000 -400,000 บาท ซึ่งผิดกฎหมายชัดเจน ทั้งนี้ ตนกำลังให้ฝ่ายกฎหมายพิจารณาว่า รมว.แรงงานจะสามารถแต่งตั้งให้เป็นประธานสอบสวนเรื่องนี้เองได้หรือไม่ หากทำได้ก็จะมีการเสนอ รมว.แรงงาน พิจารณาแต่งตั้งเพื่อทำการสอบสวนต่อไป เพราะเชื่อว่าจะต้องมีข้าราชการระดับสูงร่วมรู้เห็นเป็นใจด้วย
(สำนักข่าวไทย, 25-6-2555)