นายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ( ครม. ) อนุมัติเรื่องการปฏิบัติการคุ้มครองประกันสังคมสู่แรงงานนอกระบบ ตามข้อเสนอของกระทรวงแรงงาน ที่เสนอให้ร่างพ.ร.ฏกำหนดหลักเกณฑ์และอัตราการจ่ายเงินสมทบ ประเภทของประโยชน์ทดแทน ตลอดจนหลักเกณฑ์และเงื่อนไขแห่งสิทธิในการรับประโยชน์ทดแทนของบุคคลซึ่ง สมัครเป็นผู้ประกันตน พ.ศ... มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. 2554
ทั้งนี้ร่างพ.ร.ฎ.ดังกล่าว มีสาระได้แก่ การกำหนดให้ยกเลิกพระราชกฤษฎีกากำหนดหลักเกณฑ์ และอัตราการจ่ายเงินสมทบ ประเภทของประโยชน์ทดแทน ตลอดจนหลักเกณฑ์และเงื่อนไขแห่งสิทธิในการรับประโยชน์ทดแทนของผู้ประกันตน ซึ่งมิใช่ลูกจ้าง พ.ศ. 2537 , การกำหนดคำนิยามคำว่า “ผู้ประกันตน” “เงินสมทบ” และ “สำนักงาน” ให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น , การกำหนดคุณสมบัติของผู้สมัครเข้าเป็นผู้ประกันตน,การกำหนดให้ผู้ประกันตน จ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนเป็นรายเดือนโดยกำหนดให้จ่ายเดือนละครั้ง
นอกจากนี้ยังกำหนดให้ผู้ประกันตนซึ่ง จ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนเดือนละ 100 บาท ได้รับประโยชน์ทดแทน 3 กรณี คือ กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย กรณีทุพพลภาพ และกรณีตาย และกำหนดให้ผู้ประกันตนซึ่งจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนเดือนละ 150 บาท ได้รับประโยชน์ทดแทน 4 กรณี คือ กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย กรณีทุพพลภาพ กรณีตาย และกรณีชราภาพ และกำหนดให้ผู้ประกันตนที่ถึงแก่ความตาย ให้ทายาทหรือบุคคลที่ระบุไว้มีสิทธิได้รับค่าทำศพ
ร่างพ.ร.ฎ. ยังกำหนดให้ผู้ประกันตนซึ่งได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บ ป่วย กรณีคลอดบุตร กรณีทุพพลภาพ และกรณีตาย หากมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 และตามพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ในกรณีเดียวกัน ให้มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนได้เพียงกรณีเดียวเป็นต้น
(โพสต์ทูเดย์, 29-3-2554)