ตรียมชง สปสช.ดูแลคู่สมรส-บุตรผู้ประกันตน : SIAMHRM.COM

ตรียมชง สปสช.ดูแลคู่สมรส-บุตรผู้ประกันตน


Pic_81945

 

รมว.สธ. ชง ครม.ทบทวนให้ สปสช. ดูแลคู่สมรส-บุตรผู้ประกันตนตามเดิม จี้ สปส.ขยายคุ้มครองให้ครบถ้วน...

ในการประชุมครม. วันที่ 11 พ.ค.2553 นี้ รมว.สาธารณสุข ในฐานะประธานกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเสนอให้ ครม.พิจารณา เรื่อง ความเห็นและข้อเสนอต่อนโยบาย เรื่อง การขยายสิทธิประกันสังคมแก่คู่สมรสและบุตรของผู้ประกันตน โดยขอให้รัฐบาลพิจารณาทบทวนนโยบายการขยายความคุ้มครองประกันสังคมแก่คู่สมรสและบุตรของผู้ประกันตน ให้สปสช.ดูแลคู่สมรสและบุตรของผู้ประกันตนตามเดิม

หากรัฐบาลมีนโยบายให้สำนักงานประกันสังคมรับผิดชอบการบริหารจัดการหลักประกันด้านสุขภาพของคู่สมรสและบุตรของผู้ประกันตน สำนักงานประกันสุขภาพแห่งชาติจะโอนงบเหมาจ่ายรายหัวไปยังสำนักงานประกันสังคมได้ประมาณ 700 บาทต่อคนต่อปี

โดยทางประธานคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เสนอว่า คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งกำกับดูแลสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) พิจารณาการขยายความคุ้มครองประกันสังคมตามมติคณะรัฐมนตรี 1กันยายน 2552 แล้ว เห็นว่า นโยบายดังกล่าวส่งผลกระทบต่อคู่สมรสและบุตรของผู้ประกันตน ซึ่งเคยได้รับความคุ้มครองความมั่นคงด้านสุขภาพภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ที่มีระบบบริหารจัดการและระบบบริการด้านสุขภาพที่มีมาตรฐาน มีประสิทธิภาพ และสามารถเข้าถึงบริการสาธารณสุขได้อย่างทั่วถึง

นอกจากนั้นมาตรา 9 มาตรา 10 และมาตรา 11 แห่ง พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545 มีเจตนารมณ์ให้ข้าราชการ ลูกจ้างของส่วนราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และบุคคลในครอบครัวของผู้มีสิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลทั้ง 3 กลุ่ม รวมทั้งผู้มีสิทธิตามกฎหมายประกันสังคมและผู้มีสิทธิตามกฎหมายว่าด้วยเงินทดแทน ให้ใช้สิทธิรับบริการสาธารณสุขตาม พ.ร.บ.นี้ เมื่อได้มีการตกลงกันกับรัฐบาล หน่วยงานต้นสังกัด และคณะกรรมการประกันสังคมเกี่ยวกับความพร้อมในการให้บริการสาธารณสุข และมีการเรียกร้องทางสังคมให้สำนักงานประกันสังคมขยายความคุ้มครองสิทธิประกันด้านอื่น ๆ ที่ไม่ใช่กรณีเจ็บป่วยให้แก่กลุ่มที่ยังไม่ได้รับความคุ้มครองทางสังคมด้วย เช่น แรงงานนอกระบบ เป็นต้น

คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ได้ประชุมเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2552 และ 14 กันยายน 2552 ประกอบด้วยนักวิชาการและผู้ที่เกี่ยวข้อง เช่น นักวิชาการเกียรติคุณจากสถาบันวิจัย เพื่อการพัฒนาประเทศไทย ผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ หน่วยงานวิจัยระบบสาธารณสุข ผู้แทนแรงงาน ผู้แทนเครือข่ายผู้ป่วย ผู้แทนสำนักงานประกันสังคม ผู้แทนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เป็นต้น โดยมีข้อเสนอ ดังนี้

1. ให้รัฐบาลพิจารณาทบบวนนโยบายการขยายความคุ้มครองประกันสังคมแก่คู่สมรสและบุตรของผู้ประกันตน เนื่องจากอาจกระทบสิทธิด้านการรักษาพยาบาลของประชาชน จากการเปลี่ยนแปลงระบบบริหารจัดการและระบบการจัดบริการ

2. ให้สำนักงานประกันสังคมขยายความคุ้มครองสิทธิประกันด้านสังคมที่ไม่ใช่กรณีเจ็บป่วย เช่น การว่างงาน การสงเคราะห์บุตร ชราภาพและเสียชีวิต ให้แก่กลุ่มที่ยังไม่ได้รับความคุ้มครองซึ่งเป็นข้อเรียกร้องของประชาชน เช่น แรงงานนอกระบบ

3. ให้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติรับผิดชอบดูแลบริหารจัดการหลักประกันสุขภาพและสิทธิประโยชน์ด้านการรักษาพยาบาลของคู่สมรสและบุตรของผู้ประกันตนเช่นเดิม รวมทั้งควรพิจารณาขยายไปยังผู้ประกันตนทั้งหมดด้วย

4. หากรัฐบาลมีนโยบายให้สำนักงานประกันสังคมรับผิดชอบการบริหารจัดการด้านสุขภาพของคู่สมรสและบุตรของผู้ประกันตนแล้ว “งบเหมาจ่ายรายหัว” ของคู่สมรสและบุตรผู้ประกันตนที่ขึ้นทะเบียนไว้กับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งคำนวณค่าใช้จ่ายโดยประมาณการทางคณิตศาสตร์การประกัน ปรับน้ำหนักตามรายอายุและเฉลี่ยทุกกลุ่มอายุหลักหักเงินเดือนได้ประมาณ 700 บาทต่อคนต่อปีเป็นค่าใช้จ่ายที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติจะโอนไปยังสำนักงานประกันสังคม

 

ที่มา : thairath.co.th



   หรือ กดปุ่ม Ctrl+P (หรือคลิกที่เมนู File และ Print ของโปรแกรมเว็บเบราเซอร์) เมื่อต้องการพิมพ์เครื่องพิมพ์

SIAMHRM.COM : ศูนย์รวมข้อมูลด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์
Web Partner : JOBSIAM.COM | FREEJOBTHAI.COM | JOBDUZY.COM