| พิภพ พฤกษมาศน์ กรรมการและผู้จัดการประชาสัมพันธ์ บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้นำในอนาคตจะมีความแตกต่างจากผู้นำในวันนี้ เพราะมันมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ธุรกิจในวันนี้ ยุ่งยาก และซับซ้อนกว่าธุรกิจเมื่อวาน เช่นเดียวกันธุรกิจในอนาคตก็จะมีความยุ่งยากและซับซ้อนกว่าธุรกิจในวันนี้ เพราะโลกมันแคบลง ผู้บริหารจึงต้องปรับตัวให้ทันต่อความเปลี่ยนแปลงของธุรกิจ ต้องมีความตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา มีวิสัยทัศน์ที่มองไปไกลๆ ผมว่าคุณสมบัติของผู้นำมี 2 ปัจจัยที่สำคัญ คือ มีวิสัยทัศน์ที่มองได้ไกลที่สุด และคาดการณ์ที่ถูกต้อง ใครที่คาดการณ์เหตุการณ์ในอนาคตได้ใกล้เคียงที่สุด จะได้เปรียบ ซึ่งนี่เป็นเรื่องที่ยากพอสมควร เรื่องที่ 2 คือ ผู้บริหารต้องแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี เพราะสิ่งที่เราคาดการณ์กับสิ่งที่เกิดขึ้นจริง มันไม่เหมือนกันหรอก มันก็เหมือนการสอบ บางทีข้องสอบก็ออกมาไม่ตรงตามที่เราเก็ง ดังนั้นผู้บริหารจึงต้องมีความสามารถในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ดังนั้น เส้นทางของความเป็นผู้นำ เด็กรุ่นใหม่หรือคนที่อยู่ในตลาดแรงงานก็ต้องชอบเรียนรู้ในสิ่งใหม่ๆ และต้องตามให้ทัน แต่ก่อนอาจเป็นยุคของข้อมูลข่าวสาร แต่ตอนนี้มันเป็นยุคของสังคมแห่งการเรียนรู้ อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญ ก็คือ ผู้บริหารต้องฟัง เพราะคนเก่งจะเยอะมากเลย แต่ฟังแล้วต้องรู้จักเก็บข้อมูล และประมวลข้อมูล ดังนั้นปัจจัยสำเร็จของความเป็นผู้นำในอนาคต ก็คือ ต้องฟัง ฟังแล้วก็ต้องทำ และเลือกในสิ่งที่คิดว่าถูกแล้วทำตามที่เราตัดสินใจ เพราะฟังแล้ว เราก็ต้องประมวล และก็ต้องตัดสินใจในสิ่งที่คิดว่าดีที่สุด และลงมือทำ ต้องกล้าที่จะลงมือทำด้วยนะ ถ้าฟังเฉยๆ แล้วกลัวไปหมด ก็คงไม่ได้ลงมือทำจริง บางครั้งการลงมือทำก็ต้องอาศัยการลองผิด ลองถูก แต่สำหรับคนที่ประสบความสำเร็จก็อาจเป็นเพราะลองแล้วถูกมากกว่า ซึ่งก็ยังดีกว่าไม่ทำเลย ทำผิดก็ยังได้เรียนรู้ ผู้นำในอนาคตจึงไม่มีสูตรสำเร็จ มันขึ้นอยู่กับการเรียนรู้ในแต่ละบุคคล ซึ่งมันก็มี 2 องค์ประกอบ คือ การฝึกอบรมขององค์กรที่ให้ ซึ่งรวมไปถึงสภาพแวดล้อมในการเรียนรู้ด้วย และ 2 ตัวบุคคล ผมว่าคนที่จะประสบความสำเร็จ ค่อนข้างจะต้องเป็นลักษณะ born to be leader คือมีคุณสมบัติที่จะมาเป็นผู้นำ ก็เหมือนภาพยนตร์จีนนะ บางทีอาจารย์หาลูกศิษย์อย่างไร ก็หาไม่เจอ บางครั้งเราให้อะไรต่างๆ แต่คนที่รับก็ต้องมีคุณสมบัติที่จะเป็นผู้นำในอนาคตด้วย เพราะความเป็นผู้นำ สร้างได้แค่ในระดับหนึ่งเท่านั้น บางอย่างก็ต้องสร้างด้วยตัวเอง ก็เหมือนคำสอนของพระพุทธเจ้า ที่กล่าวถึงบัว ยังมี 4 ประเภท บนสุดคือ บัวที่บานได้เลย พร้อมที่จะเปิดเต็มที่ หรือปริ่มน้ำนิดหน่อย หรือจะอยู่ใต้น้ำ หรืออยู่ข้างล่างหล่ะ ยังไงก็ไม่ได้ ดังนั้นลักษณะของคนก็เป็นเช่นนี้เหมือนกัน ความสามารถของคนใน ESSO ก็ขึ้นอยู่กับการเรียนรู้ของคนนั้นๆ เช่นกัน ดังนั้นสิ่งที่ ESSO ทำ จะเริ่มตั้งแต่แรกเลย คือ Recruitment คุณต้องรู้ว่าคุณต้องการอะไร ต้องการข้าวมาทำอะไร ข้าวต้ม ข้าวสวย หรือว่าข้าวเหนียว ก็ต้องระบุสเป็ก ดังนั้น recruitment จึงสำคัญ อาจจะไม่ใช่ทั้งหมด แต่อย่างน้อยทัศนคติต้องระดับหนึ่ง แล้วก็เทสต์ภาษา เทสต์คุณสมบัติที่อย่างที่เราต้องการ ซึ่งสำคัญเพราะจะทำให้การพัฒนาบุคลากรในอนาคตจะง่ายขึ้น ดังนั้นระบบ ESSO จึงให้ความสำคัญตั้งแต่แรกเลย ส่วนใหญ่เราจะรับเด็กจบใหม่ เพราะเชื่อว่าเรามีการฝึกอบรมที่ดีพอสมควร การเลื่อนตำแหน่งและการปรับตำแหน่งเรามักทำจากข้างใน ไม่มีที่จะมาถึงแล้วมารับตำแหน่งใหญ่ๆ ส่วนใหญ่ก็มีแต่ลูกหม้อของเรา ในความเห็นส่วนตัว เด็กสมัยใหม่เก่งขึ้น เพราะเขาได้เรียนรู้มากขึ้น มีสื่อและตำราให้เรียนรู้ได้มากขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม เป็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทั้งโลก เมื่อเก่งขึ้น การแข่งขันจึงสูงขึ้น ทั้งเด็กในไทย และอเมริกา ตอนนี้ข้อมูลข่าวสาร การเข้าหาข้อมูลต่างๆ ทำได้มากกว่าแต่ก่อน ดังนั้นแม้จะมีความสามารถมากขึ้น แต่คุณสมบัติในการเรียนรู้ตลอดเวลา และการพัฒนาทักษะสากล จึงสำคัญเพื่อให้เขาแข่งขันกับตลาดแรงงานสากล และเตรียมพร้อมเบื้องต้นที่จะเป็นผู้นำในอนาคตได้
แหล่งข้อมูล: หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
|