| สาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด ในฐานะผู้นำ ต้องให้ความสำคัญกับ เรื่องที่ 1 วินัย ทั้งวินัยในตัวระบบหรือขององค์กร และ วินัยในตนเอง โดยเฉพาะวินัยในตนเอง ตั้งแต่การมาทำงาน วินัยที่เรายึดไว้ แต่ไม่ใช่ถึงกับตีกรอบให้ตัวเองนะ อันที่ 2 ก็คือ ธรรมาภิบาล ที่มีความสำคัญมากๆ โดยเฉพาะในธุรกิจประกันที่เปรียบเสมือนธุรกิจการเงิน คนที่เขาให้ความไว้ใจกับบริษัท หรือองค์กร แล้วมาซื้อประกันไว้ ก็เพราะมองเป็นเรื่องของการวางแผน และการคุ้มครองเรื่องการออมในอนาคต เพราะฉะนั้นเขาต้องมั่นใจด้วย ไม่เพียงบริษัทต้องมีความมั่นคง แต่การบริหารที่ต้องมีธรรมาภิบาล ก็คิดว่าเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญมากๆ ในวันนี้ อันที่ 3 คือ เมืองไทยประกันชีวิตเป็นองค์กรสมัยใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับทีมเวิร์ค การบริหารจัดการจึงต้องฟังให้มากๆ ดังนั้นการวางรูปแบบที่เป็นการกระจายอำนาจ (Decentralize) ผมถือว่าเมืองไทยประกันชีวิตทำไปได้มาก ซึ่งการจะ Decentralize ได้ ต้องเชื่อมโยงกับบุคลากรในองค์กรด้วย บุคลากรต้องมีความรู้ ความสามารถเพียงพอ ดังนั้น เราต้องเน้นเรื่องการพัฒนาบุคลากรที่ต้องสามารถปรับเปลี่ยน ให้มีประสิทธิภาพตามสภาพแวดล้อมอยู่ตลอดเวลา โดยส่วนตัวมองความเป็นผู้นำแบบสั่งการ (Directing) และแบบแนะนำ (Coaching) เป็นสิ่งที่ต้องเป็นควบคู่กันไป โดยน้ำหนักขึ้นอยู่กับสภาวะ หรือ เหตุการณ์ บางครั้งเป็นของใหม่ ก็จำเป็นที่จะต้อง Directing ลงไป แต่ก็ต้อง Coaching ด้วยเช่นกัน ไม่ใช่สั่งอย่างเดียว ว่าจะเอายังงั้น ยังงี้นะ แล้วไม่โค้ชเขา มันก็ไปไม่ได้ ต้องช่วยกันไป และสิ่งที่เราบอกมันไม่มีถูกเสมอหรอกนะ มันเป็นเพียงสิ่งที่เราคิดว่ามันน่าจะเป็น มันคือความน่าจะเป็น ต่อพอทำถึงจุดหนึ่งแล้ว มันต้องปรับแต่งได้ เพราะฉะนั้นการ Coaching ก็คือ เพื่อให้มานั่งคุยกันได้ด้วย เพราะพอลูกน้องทำไปแล้ว ทีมวิ่งไปได้ซักพัก แล้วบอกว่ามันไม่ใช่อย่างนี้ เราก็ต้องฟัง เพราะเขาเป็นผู้ปฏิบัติ ฟังแล้วเราเองก็ต้องกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงด้วย ปรับแต่งให้เข้ากับสิ่งที่เราคิดว่าน่าจะเป็น ผมคิดว่าบทบาทผู้นำมีผลต่อการสร้างวัฒนธรรมองค์กรนะ แต่การเป็นผู้นำของผม ผมให้ความสำคัญกับการเป็นทีมเวิร์ค และต้องฟังมากๆ ฟังแล้วก็ประชาสัมพันธ์ ต้องมีการสื่อสารซึ่งกันและกัน ต้องแจ้งเป้าหมายของบริษัท และเหตุผลที่ต้องการจะไปอย่างนี้ บางครั้งก็ต้องอธิบายให้เขาเห็นภาพเดียวกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา และต้องทำบ่อยๆ จะเอาทีมเวิร์ค ต้องทำให้เขาเห็นภาพเดียวกัน ถ้าไม่เห็นภาพเดียวกัน ก็ไม่ใช่ทีมเวิร์คแน่นอน และเมื่อทำไปต้องให้เขามีส่วนเกี่ยวข้อง นั่นก็คือ การฟังเขา และบางทีเพราะเขาเป็นคนลงไปปฏิบัติ เราก็ต้องกล้าเปลี่ยน ทำงานแล้วกลับมาคุยกัน มันไม่ใช่การตรวจสอบ แบบหัวหน้าเช็คลูกน้องนะ แต่เพื่อสนับสนุนฐานข้อมูลให้แก่เขา ในแง่ที่ว่าทำไปแล้ว เดินไปถึงเป้าหรือเปล่า ถ้าไม่ ทำไม เป็นเพราะอะไร วิเคราะห์มา จะได้รู้ อันนี้ไม่ใช่เช็ค แต่เป็นการเดินเป็นทีม และแลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกัน ข้อมูลจากเราอาจเป็นข้อมูลมุมสูง พอทำแล้วไม่ใช่ก็ต้องมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกันอยู่เสมอๆ ผมว่าการทำให้คนเป็นภาพเดียวกันแป็นเรื่องที่ท้าทายที่สุด ผมว่าความเป็นผู้นำ ยากที่สุด ก็คือ ดิวกับคน เพราะด้วยทฤษฎีอื่นๆ เช่นการเงิน บางทีไม่ได้เรียนมาด้านนี้โดยตรง บางทีเราก็ไปหาคนที่มีความรู้ด้านนี้มาจอยกับเราได้ แต่การที่ต้องมาบริหารคน ผมว่านั่นเป็นสิ่งที่ยากที่สุด สำหรับการพัฒนาบุคลากรของเมืองไทยประกันชีวิตให้มีประสิทธิภาพ จะให้ความสำคัญกับ 1. เรื่องธรรมาภิบาล จรรยาบรรณ 2. เขาต้องเป็นคนที่กว้างในเรื่องของความรู้ต่างๆ และต้องไม่ใช่ความรู้ในเชิงของทฤษฎีนะ แต่ต้องเป็นคนที่เรียนรู้อะไรใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา 3. สามารถทำงานอย่างเป็นทีม ตัวผมเอง ถือว่าเป็นคนที่ฟังเยอะ ฟังผู้ร่วมงานด้วย ลูกน้องหรือพนักงานของเราก็ต้องฟังกันเองด้วย ฟังแล้วต้องกล้านำมาคิด แล้วต้องกล้าที่จะตัดสินใจด้วย กิจกรรมที่เราสนับสนุนให้เขาเรียนรู้ด้วยตนเอง ให้มีความรู้กว้างๆ เราทำเยอะมาก และ ไม่ใช่ให้เขาเรียนรู้เฉพาะธุรกิจของเรา แต่ให้เขาเรียนรู้รอบๆ ตัว เราพยายามที่จะทำตนเองเป็นองค์กรแห่งความรู้ ทั้งความรู้ในเชิงกระแสข่าวต่างๆ ที่เราจะสรุปข่าว ภาพเหตุการณ์ออกมาให้ ใช้อินทราเน็ตมาสร้าง Knowledge based เช่น วันนี้มีข่าวอะไรบ้าง อาจเป็นข่าวที่ไม่เกี่ยวกับธุรกิจประกันเลย แล้วก็อาจมีเฉพาะเจาะจงลงมาบ้าง เช่น ข่าวในแวดวงการเงิน คู่แข่ง ให้เขาได้ Up date ตัวเองอยู่ตลอดเวลา รวมถึงว่าเราให้ทุนการศึกษาแก่บุคลากรภายใน สำหรับบุคลากรระดับปริญญาตรี ที่อยากจะเพิ่มความรู้ให้ตนเอง ซึ่งมีทั้งทุนใน และทุนต่างประเทศ
แหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ |