7 ปีแห่งความมุ่งมั่น "ไฟเซอร์" บ่มเพาะผู้นำวัยเยาว์ : SIAMHRM.COM

7 ปีแห่งความมุ่งมั่น "ไฟเซอร์" บ่มเพาะผู้นำวัยเยาว์


งานพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพเยาวชนให้เป็นหน่อพันธุ์ที่เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ ดูแลตัวเองและผู้คนรอบข้างได้ ล้วนต้องใช้เวลาบ่มเพาะ เหมือนโครงการ "ค่ายพัฒนาศักยภาพผู้นำเยาวชน" ที่ได้รับการสนับสนุนผ่านความร่วมมือของมูลนิธิไฟเซอร์ประเทศไทย และมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ที่เกิดขึ้นเพื่อให้ความช่วยเหลือแก่เด็กนักเรียนที่อยู่ในพื้นที่ประสบภัยสึนามิในจังหวัดพังงาผ่านการสนับสนุนด้านการศึกษาสุขอนามัย และเปิดโอกาสให้ได้เรียนรู้จากประสบการณ์ชีวิตนอกโรงเรียน และการดำเนินชีวิตร่วมกับผู้อื่นในสังคมมาตั้งแต่ปี 2549 และมีเด็กนักเรียนที่ได้รับการอุปถัมภ์ทั้งสิ้น 100 คน

ส่วนในปีนี้ค่ายพัฒนาศักยภาพผู้นำเยาวชนได้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 7 พร้อมการเข้ามารับหน้าที่ใหม่ของ "คริสเชียน มาลเฮอร์บี" ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไฟเซอร์ (ประเทศไทย) จำกัด และอีกหนึ่งบทบาทในฐานะกรรมการมูลนิธิไฟเซอร์ประเทศไทย


"วัตถุประสงค์ของไฟเซอร์คือ ต้องการทำสิ่งที่ดีเพื่อคนไทย สังคมไทย แล้วการทำงานของมูลนิธิก็แยกขาดจากการดำเนินกิจการของบริษัท ซึ่งแม้จะมีเป้าหมายเพื่อทำให้ชีวิตคนไทยดีขึ้นเหมือนกัน แต่เราต้องแยกแยะวิธีดำเนินการที่แตกต่างกัน"

ตลอดเวลา 7 ปีแห่งการสนับสนุนโครงการอย่างต่อเนื่อง ย่อมเป็นสิ่งพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะยกระดับคุณภาพชีวิต เสริมสร้างทักษะการเป็นผู้นำให้เด็กได้เติบโตต่อไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพได้

"เราเชื่อมั่นในการสร้างผู้นำ ทั้งกับพนักงานในบริษัทและเด็ก ๆ กลุ่มนี้ว่า เมื่อพวกเขาเชื่อว่า สังคมนี้เป็นสังคมของเขา บริษัทนี้เป็นบริษัทของเขา พวกเขาก็จะดูแลสังคมและบริษัทได้อย่างดี"

ส่วนการสร้างผู้นำจะทำอย่างไร สิ่งที่ค่ายพัฒนาศักยภาพผู้นำเยาวชนจัดทำผ่านกระบวนการละคร และร่วมงานกับกลุ่มละครเพื่อการเรียนรู้บางเพลย์ พานักเรียนวัยตั้งแต่ 10-18 ปี จำนวน 50 คน จากอำเภอตะกั่วป่ามาเข้าค่ายที่จังหวัดกระบี่

"ไพบูลย์ โสภณสุวภาพ" จากกลุ่มละครเพื่อการเรียนรู้บางเพลย์ ระบุว่า โจทย์ของค่ายครั้งนี้คือ เด็กควรได้ค้นหาตัวตนของตัวเอง รู้จักการกำหนดเป้าหมายชีวิตของตัวเอง โดยใช้กระบวนการละครที่มีในหลายชุดกิจกรรมเข้ามาบอกเล่าและเรียนรู้ผ่านการลงมือทำ

ในเวลา 3 คืน 4 วัน วันแรกน้อง ๆ จึงได้พบกับคนต้นแรงบันดาลใจ และค้นหาเป้าหมายชีวิตของตัวเอง วันถัดมาคือการเรียนรู้เรื่องทักษะชีวิต โดยเฉพาะเด็กที่อยู่ใกล้แหล่งบันเทิงท่องเที่ยว มีความเสี่ยงกับการล่อลวงทางเพศ หรือการค้ามนุษย์ ดังนั้นในค่ายจึงมีกิจกรรม เช่น สัมผัสดี-สัมผัสไม่ดี, แดนซ์ ฟอร์ ไลฟ์, การดูหนังสั้น 3 ตอน และการตั้งคำถามกับความสัมพันธ์ชาย-หญิง

ส่วนวันสุดท้ายจะเป็นกิจกรรมเพื่อสร้างความเป็นผู้นำให้กับน้อง ๆ พร้อมกับการทำประเมินผลกิจกรรม ซึ่งค่ายปีนี้เป็นครั้งแรกที่ได้จัดให้มีแบบสอบถามประเมินผลกิจกรรม โดย "ผศ.ดร.มนัสนันท์ หัตถศักดิ์" รองหัวหน้าภาควิชาจิตวิทยาการศึกษาและการแนะแนว คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นผู้ออกแบบใบประเมินผลพร้อมกับวิเคราะห์ผล

"เราทำแบบทดสอบทั้งก่อนมาค่ายและหลังจากจบค่าย โดยการประเมินหลังเข้าค่ายจะมีตัวชี้วัด 3 ด้าน ประกอบด้วย ด้านการเป็นผู้นำ เด็กสามารถรู้จักตัวเอง เข้าใจตัวเอง ตั้งเป้าหมายชีวิตได้หรือไม่ ต่อมาคือเรื่องเพศ เพื่อให้เด็กมีความเข้าใจเรื่องเพศ และสุดท้ายคือสอดแทรกทักษะชีวิตในทุกกิจกรรม ตั้งแต่ฝึกคิด สื่อสาร หรือแม้แต่การสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่น โดยแบบสอบถามจะถามทั้งจากตัวเด็ก พี่เลี้ยงค่าย และครูที่ดูแลเด็กในโรงเรียน"

ทั้งหมดนี้คือกระบวนการพัฒนาศักยภาพเยาวชน ผ่านความร่วมมือของผู้ใหญ่ ทั้งจากมูลนิธิไฟเซอร์ประเทศไทย มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย กลุ่มละครเพื่อการเรียนรู้บางเพลย์ และ ผศ.ดร.มนัสนันท์ หัตถศักดิ์ ที่ไม่เพียงแต่จัดค่ายเพื่อให้เกิดค่าย แต่คือการลงมือปฏิบัติ ใช้ทรัพยากรและความสามารถของแต่ละฝ่ายมาสร้างเมล็ดพันธุ์ที่อาจเคยต้องผ่านประสบการณ์อันเลวร้ายในชีวิตจากเหตุการณ์สึนามิเมื่อหลายปีก่อน ให้เติบโตเป็นเด็กที่ดูแลตัวเองและคนรอบข้างได้

เพราะเด็กคืออนาคต และการสร้างความเป็นผู้นำตั้งแต่ยังเยาว์ จึงเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตเช่นกัน

 

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์


   หรือ กดปุ่ม Ctrl+P (หรือคลิกที่เมนู File และ Print ของโปรแกรมเว็บเบราเซอร์) เมื่อต้องการพิมพ์เครื่องพิมพ์

SIAMHRM.COM : ศูนย์รวมข้อมูลด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์
Web Partner : JOBSIAM.COM | FREEJOBTHAI.COM | JOBDUZY.COM