เมื่อบ่อนการพนัน คือแหล่งฟอกเงินสูงกว่าปีละ 6.12-9.10 แสนล้าน สามารถทำกำไรรวมกันปีละ 1.6 แสนล้านบาท ทั้งบ่อนในประเทศและบ่อนตามตะเข็บแนวชายแดน พบว่าส่วนใหญ่ล้วนมีความเกี่ยวพันธ์กับทุนการเมืองทั้งในระดับชาติ และทุนท้องถิ่น ถือเป็นเม็ดเงินจำนวนไม่น้อยเลย
เกี่ยวเนื่องมาถึงแนวคิดผุดกาสิโนถูกกฎหมายของรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช ที่ต้องการสกัดเงินที่ออกไหลออกไปยังต่างประเทศโดยเฉพาะแถบแนวชายแดน ขณะเดียวกันยังเป็นการกดดันให้เงินเหล่านั้นได้หมุนมาสู่ระบบเศรษฐกิจบนดิน เพื่อนำเงินไปพัฒนาประเทศเหมือนกับที่หลายแห่งได้ทำกันมากว่า 10-20ปี
แต่คำถามที่ยังไม่มีคำตอบว่า ใครกันแน่ เป็นฝ่ายได้ประโยชน์จากแนวคิดการทำกาสิโนถูกกฎหมายในเมืองไทย และทำอย่างไรจึงจะก่อกำไรปีละ 1.6แสนล้านบาทดังที่บ่อนผิดกฎหมายทำสำเร็จมาแล้ว!!!
ทำไม ไทยต้องมี"กาสิโน"
เมื่อประเทศไทยจะต้องเปิดสถานกาสิโนถูกกฎหมาย รูปแบบไหน ถึงจะเหมาะสมที่สุด ทั้งในเชิงของการป้องกันอบายมุขในกลุ่มเยาวชน และการมอมเมาประชาชนที่มีรายได้น้อยจะไม่ได้ตกเป็นเหยื่อแหล่งการพนันที่จะเกิดขึ้นใหม่
ขณะเดียวกันเมื่อประเทศไทยตัดสินใจจะมีสถานกาสิโน นอกจากเปิดช้ากว่าคู่แข่งในตลาดแล้ว จุดขายที่จะใช้ดึงนักเล่น จะใช้อะไรเป็นจุดขาย ที่สำคัญใครได้ประโยชน์จากการเปิดครั้งนี้????
เพราะหากย้อนกลับไปดู ผลการสำรวจของคณะที่นำโดยรศ.ดร.สังศิต พิริยะรังสรรค์ นักเศรษฐศาสตร์คนสำคัญเมื่อปี 2546 หรือเมื่อ 5ปีที่แล้วยังพบว่า ประเทศไทยมีบ่อนการพนันรวมกันมากกว่า 1200-1500 แห่ง แบ่งเป็นในเขตกรุงเทพมหานคร ประมาณ 200 แห่ง เป็นบ่อนขนาดใหญ่ 10 แห่ง บ่อนถาวรขนาดกลางและเล็กอีก 50 แห่ง และบ่อนวิ่งกว่า 100-140 แห่ง นอกจากนี้ยังมีบ่อนในภูมิภาคทั้งขนาดใหญ่ ขนาดกลางและขนาดเล็กรวมกันกว่า 900-1,200 แห่ง (ตัวเลขนี้ไม่ได้รวมบ่อนย่อยๆ ได้แก่ บ่อนวิ่ง บ่อนงานศพ) มีเม็ดเงินหมุนเวียนต่อปีสูงกว่าปีละ 5.41-8.26 แสนล้านบาท
โดยลักษณะพิเศษเจ้าของบ่อนขนาดใหญ่ในกรุงเทพ ส่วนใหญ่มาจากนักการพนันที่อาศัยบารมีตำรวจ คนมีสีเป็นเกราะคุ้มครอง ส่วนบ่อนใหญ่ในต่างจังหวัดมีนัการเมืองท้องถิ่น และระดับชาติเป็นเกราะคุ้มกัน มีเงินหมุนเวียนวันละ 1-10 ล้านบาท บางแห่งที่มีการจัดการที่ดีจะเปิดตลอด 24 ชั่วโมงเต็ม
นอกจากนี้ยังมีบ่อนตามแนวชายแดนและบ่อนต่างประเทศจำนวนกว่า 34 แห่ง เป็นบ่อนขนาดใหญ่ 11 แห่ง และขนาดกลางและเล็กอีก 23 แห่ง(ดูตารางประกอบ)เม็ดเงินจากผู้เล่นคนไทยไปจับจ่ายปีละไม่น้อยกว่า 1 แสนล้านบาท ด้วยวิธีจูงใจหลากประเภทจากเจ้าของบ่อนเหล่านั้น ที่ได้รับสัมปทานจากรัฐบาลให้ดำเนินการ ดังนั้น รูปแบบจึงดูหรูหราไม่ต่างอะไรจากโรงแรม 4 ดาว 5 ดาวในไทย จนเป็นเหตุในการทำกำไรอย่างงามได้ปีละ 1.6 แสนล้านบาท
จึงเป็นโจทย์สำคัญสำหรับประเทศไทยว่า เมื่อจะต้องทำกาสิโนจะชูอะไรเป็นจุดขาย เพื่อจูงใจนักเล่นให้สนใจมากกว่าเขาเคยได้รับบริการที่ดี
"ผมถึงได้ย้ำเสมอว่า เพียงแค่ป้องกันไม่ให้เงินไหลออกนอกประเทศได้สักครึ่งหนึ่ง หรือประมาณ 5 หมื่นล้านบาท ก็คุ้มแสนคุ้มแล้ว ถือเสียว่าเป็นเงินรายได้จากการท่องเที่ยวเข้าประเทศ ส่วนวิธีลงทุน สถานที่ตั้ง จำนวนที่เหมาะสม หรือแม้แต่ควรมีกาสิน หรือไม่ควรมี เปิดเวทีประชาพิจารณ์ถามประชาชนถือว่าใช้เป็นมติตัดสินที่ดีที่สุด"

เป็นคำยืนยันของรศ.สังศิต พิริยะรังสรรค์ นักเศรษฐศาสตร์คนสำคัญ ที่ศึกษาในเรื่องนี้มาอย่างยาวนาน และแสดงความเห็นด้วยกับการที่ไทยจะมีสถานกาสิโนถูกกฎหมาย เพื่อให้เหมือนกับหลายประเทศที่ได้ทำไปแล้วเมื่อ 10ปีก่อน และสร้างรายได้เข้าประเทศเป็นเม็ดเงินมหาศาล โดยแต่ละประเทศก็มีวิธีลงทุน และบริหารจัดการที่แตกต่างกัน
อย่างกัมพูชา ใช้วิธีตั้งคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนแห่งกัมพูชา และสภาเพื่อการพัฒนากัมพูชา โดยยกเลิกสถานกาสิโนในรอบรัศมี200 กิโลเมตรของกรุงพนมเปญ แต่หันมาส่งเสริมให้ทำ ตามบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาแทน ดังนั้นตั้งแต่ปี2540 จึงมีสถานกาสิโนผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด แต่ละแห่งใช้พื้นที่ไม่น้อยกว่า 80 ไร่เพ่อเปิดให้เอกชนรับสัมปทานพัฒนา
แต่ที่น่าสนใจ คือสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ขณะนี้ได้เดินหน้าผลักดันให้เกิดแหล่งกาสิโนในประเทศอย่างจริงจัง โดยเฉพาะล่าสุดที่เตรียมเปิดตรงข้ามกับจังหวัดเชียงราย ประเทศไทย ซึ่งมีขนาดใหญ่และหรูหรากว่าหลายแห่งที่เปิดไปแล้วก่อนหน้า
ล้วนเป็นโจทย์ให้ไทยต้องนำไปขบคิดว่าจะแข่งอย่างไร??
รูปแบบลงทุนกาสิโน สูตรไหนลงทุนแล้วสำเร็จ
แต่ในมุมมองรศ.ดร.สังศิตแยกประเภทประเภทรูปแบบการดำเนินการออกเป็น 4 อย่าง ขึ้นอยู่กับว่าจะเหมาะสมแต่ละประเทศอย่างไร
1.รัฐเป็นเจ้าของ และบริหารเองทั้งหมด
2.รัฐบาลให้สัมปทานกับเอกชน โดยเปิดประมูลแข่งกันเลย
3.รัฐบาลเป็นเจ้าของ แต่ให้เอกชนเข้ามาบริหารจัดการ หรือ
4. เป็นการ่วมลงทุนระหว่างรัฐบาลกับเอกชน
นักวิชาการผู้นี้เปรียบเทียบข้อดี ข้อเสียแต่ละโมเดลว่า สำหรับในเมืองไทย หากรัฐบาลเป็นเจ้าของแล้วบริหาร "กาสิโน" เอง คงจะล้มเหลว เพราะเทคโนโลยีการบริหารจัดการ ไม่พร้อม
"ธุรกิจนี้ต้องการความลับและความเป็นมืออาชีพ ดังนั้นการให้เอกชนโดยเฉพาะบริษัทข้ามชาติเข้ามาบริหารจัดการหรือเป็นการร่วมทุนจึงเป็นคำตอบที่ดีที่สุด"
เขาชี้ว่า สาเหตุที่ต้องเป็นบริษัทข้ามชาติเข้ามาบริการนอกจากจะมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยแล้ว บุคลากรที่แจกไผ่ต้องใช้ฝรั่ง จะใช้คนไทยทำไม่ได้ ทั้งนี้ การที่ตนมองว่าคนที่จะทำงานในกาสิโนต้องเป็นคนต่างชาติ เป็นคนไทยไม่ได้ ไม่ใช่ดูถูกฝีมือ แต่ถ้าให้คนพื้นเมืองทำ พวกเขาจะมีเพื่อนมาก แล้วจะสมคบกันโกง ซึ่งจะสร้างความเสียหายได้ต่อธุรกิจ
ทั้งนี้ รศ.ดร.สังศิต วิเคราะห์ว่าต่ออีกว่า แม้การที่รัฐบาลจะว่าจ้างบริษัทข้ามชาติเข้ามาบริหาร จะทำให้ไทยสูญเสียเงินบ้าง แต่ถ้าเปรียบเทียบทุกวันนี้ประเทศไทยก็สูญเสียเงินอยู่แล้ว แต่วิธีนี้รัฐบาลยังได้เงินเข้ามาบ้างจากส่วนแบ่งต่างๆที่จะเกิดขึ้น
"เพราะในสัญญาทั่ว ๆ ไปไม่ว่าจะทำกาสิโนในรูปแบบไหน จะมีการตกลงกันเลยว่า กำไรที่ได้จะแบ่งกันอย่างไร หรือเงินที่ได้จะคืนแก่สังคมกี่เปอร์เซ็นต์ เพื่อสร้างความสบายใจให้แก่ทุกฝ่าย"เขาย้ำ
พร้อมฉายภาพธุรกิจดังกล่าวในต่างประเทศว่า ส่วนใหญ่รัฐบาลจะเปิดโอกาสให้เอกชนเป็นคนทำกาสิโน โดยกำหนดเป็นสัมปทาน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ารูปแบบนี้จะดีเสมอไป เพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับคนในประเทศว่าจะยอมรับกับรูปแบบใด ที่สำคัญต้องดูผลของการทำประชาพิจารณ์ด้วย และสำหรับประเทศไทย ไม่ว่าจะมี กาสิโน รูปแบบใด ก็ต้องแข่งขันกับกาสิโน ที่เปิดอยู่ก่อนหน้านี้ให้ได้ ไม่เช่นนั้นนอกจากจะขายหน้าแล้วยังอาจเสียประโยชน์อีกด้วย
"การทำกาสิโนให้ประสบความสำเร็จ มันต้องมีระบบคมนาคมที่สะดวกเข้าถึงแห่งกาสิโนได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ต้องมีมาตราฐานว่าจะไม่มีการคดโกง และต้องทำให้ลูกค้าเห็นว่ากาสิโนในบ้านเรามีมาตราฐานสูงกว่าแห่งอื่นให้ได้
ไม่เพียงเท่านั้น เราต้องทำให้ลูกค้ารู้สึกว่ามีความปลอดภัยที่จะเข้ากาสิโน เพราะฉะนั้นงานตำรวจต้องมีการปรับปรุงพร้อมกับปฏิรูปเพื่อให้แน่ใจว่าตำรวจจะไม่เข้ามามีอิทธิพลเหนือกาสิโนที่ถูกกฏหมาย ผมอยากย้ำว่าสิ่งที่คนทำกาสิโนที่ถูกกฏหมายกลัวก็คือ กลัวนักการเมือง และตำรวจ ที่ไม่สุจริต ดังนั้น ต้องปฏิรูป เพราะถ้าไม่มีกฏข้อบังคับที่จะควบคุมพฤติกรรมนักการเมืองและตำรวจ กาสิโนก็เปิดไม่ได้"
รศ.ดร.สังศิตกล่าวอีกว่า ในต่างประเทศจะมีการออกกฏระเบียบ ข้อบังคับว่า ห้ามนักการเมืองไปยุ่งเกี่ยวกับกาสิโน เพราะเงินหมุนเวียนในกาสิโนมีจำนวนมหาศาล
ดังนั้น หากนักการเมืองเข้าไปยุ่งก็จะกลายเป็นเจ้าพ่อทางการเมืองทันที !!!
Entertainment CASINO รูปแบบที่เหมาะสำหรับไทย
แม้รูปแบบการลงทุนกาสิโนทั่วโลกจะมีอยู่ 4 รูปแบบ แต่โมเดลที่เหมาะสมกับประเทศไทย ได้แก่การที่รัฐเป็นเจ้าของ 100% โดยมีหน่วยงานพิเศษ สังกัดกระทรวงการคลังขึ้นมาดูแลกาสิโนโดยเฉพาะ โดยทำหน้าที่ดูแลการบริหารแหล่งกาสิโนที่จะตั้งขึ้นทั้งหมด
"เหตุผลที่ผมคิดว่า รัฐต้องทำเอง เพราะป้องกันครหาว่านำสัมปทานกาสิโนไปแจกให้กลุ่มทุนการเมืองที่สนับสนุน ดังนั้น หากรัฐลงทุนแล้วจ้างมืออาชีพจากต่างประเทศเข้ามาบริหาร และเมื่อกิจการไปได้ดีก็นำแต่ละแห่งเขาระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ให้ประชาชนเข้ามาถือหุ้นอาจจะ 20-30% ด้วยวิธีอย่างนี้ผมว่าๆไปได้ เพราะต้องไม่ลืมว่าเมื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดต้องถูกตรวจสอบถึงความโปร่งใส ตามหลักธรรมาภิบาล"รศ.ดร.สังศิตเสนอแนะ
และอธิบายว่า การทำกาสิโนอย่างถูกกฏหมาย ต้องมีการเตรียมงานเป็นปี ตั้งแต่ดูสถานที่ คัดเลือกเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ตรวจประวัติ เพราะถ้าคนไม่ซื่อสัตย์ก็จะสร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติได้ ทั้งนี้ หน่วยงานและคณะกรรมการที่กำกับดูแลกาสิโนที่จะถูกจัดตั้งขึ้นต้องทำงานอย่าง "เข้มงวด" และ "เฉียบขาด" อย่างมาก ไม่ใช่ทำงานแบบลูบหน้าปะจมูก
เพราะมันหมายถึงรายได้ของประเทศ!!!
"การที่เราเอากาสิโนเข้าตลาดหุ้นไม่ใช่เรื่องที่ผิด เพราะเราต้องการให้ตลาดทุนตรวจสอบความโปร่งใสในระบบการทำงานต่าง ๆ ของกาสิโนเพื่อให้เกิดธรรมาธิบาล" นักวิชการผู้นี้ย้ำ
และเล่าให้ฟังว่า ตั้งแต่วิกฤตเศรษฐกิจในปี 2540 คนที่ข้ามไปเล่นกาสิโนที่มาเก๋ามีจำนวนลดลง ไม่เหมือนสมัยก่อน และหากเราจะดึงคนกลุ่มนี้ให้เล่นกาสิโนในประเทศไทย จะต้องเป็นบ่อนที่วิเศษจริง ๆ แต่เมืองไทยจะทำไหวหรือไม่
ทั้งนี้ คนที่มีเงินจะไม่เล่นบ่อนตามแนวชายแดน เพราะคนละเกรด อย่างมาเก๋า เป็นบ่อนเกรดเอ เงินเสี่ยงโชคสูง ดังนั้นหากเราจะดึงคน ก็ต้องทำให้บ่อนเป็นระดับ"พรีเมี่ยม" ที่สำคัญระบบการคมนาคม และการเข้าออกบ่อน จะต้องไม่ทำให้ผู้เล่นเป็นข่าว เพราะหากเป็นข่าวผู้เล่นก็จะหวาดระแวงว่าจะเกิดผลกระทบต่อตัวเองและบริษัท เพราะหากเขาไปเล่นที่ต่างประเทศ เขาจะมีความรู้สึกว่าสบายใจ ไม่มีใครรู้จัก!!!
"ผมยืนยันอีกครั้งว่า เท่าที่ศึกษาเรื่อง กาสิโนมา พบว่า หากประเทศไทยจะสร้างกาสิโน ควรจะทำเป็น เอ็นเทอร์เทนเมนต์ คอมเพ็ก ซึ่งอาจจะสอดคล้องกับพฤติกรรมคนไทย ที่ต้องการความสนุกสนาน ในต่างประเทศจะสร้างกาสิโนเป็น เอ็นเทอร์เทนเม้นต์ คอมเพ็กจะมีทั้งโรงแรม โรงภาพยนตร์ โรงละคร สระว่ายน้ำ ห้างสรรพสินค้า แต่มีบ่อนอยู่ข้างใน"นักวิชาการผู้คว่ำหวอดอยู่ในข้อมูลธุรกิจใต้ดินมาอย่างยาวนานเสนอ
และบอกอีกว่า สิ่งที่ต้องทำควบคู่กับการเปิดกาสิโน ได้แก่ การยกเครื่องหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานคณะกรรมการการฟอกเงิน( ปปง. )ที่จะต้องเข้ามามีบทบาทโดยเฉพาะการดูแลและต่อต้านการฟอกเงิน รวมทั้งจับตาอาชญากรข้ามชาติ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง , เจ้าหน้าที่กรมสรรพสามิต , เจ้าหน้าที่กรมสรรพากร ก็ต้องมีความซื่อสัตย์สุจริต เพราะในตอนเช้าต้องมีการคิดภาษีกันวันต่อวันว่า 24 ชั่วโมงที่ผ่านมามีเงินสะพัดเท่าไร แล้วคิดออกมาเป็นภาษี

พัทยา แหล่งรวม "คาสิโน"
สำหรับพื้นที่เป้าหมายของการทำ กาสิโน รศ.ดร.สังศิต เสนอแนะว่า น่าจะเป็นที่เมืองพัทยามากกว่าภูเก็ต เพราะนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวภูเก็ตจะเป็นกลุ่มคนที่ต้องการสัมผัสกับธรรมชาติจริง จึงไม่เหมาะที่จะสร้าง แต่สำหรับพัทยาเป็นเมืองที่เหมาะเพราะเป็นแหล่งท่องเที่ยว ทั่วโลกรู้จัก ระบบคมนาคมก็มีความสะดวก ที่สำคัญโรงแรมในเมืองพัทยายังใช้ไม่เต็มที่ ดังนั้นการเปิดคาสิโนน่าในเมืองพัทยาน่าจะดึงนักท่องเที่ยวได้จำนวนไม่น้อย แต่อย่างไรก็ตามก็ต้องมีสอบถามความคิดเห็นของคนในพื้นที่ก่อนว่าเห็นด้วยหรือไม่
"เราต้องทำประชาพิจารณ์ด้วยว่าสมควรที่จะตั้งที่ไหน แล้วในพื้นที่มีความคิดเห็นอย่างไร เพราะหากประเทศไทยมีคาสิโนก็เป็นเรื่องที่ดี เงินก็ไม่ออกไปประเทศเพื่อนบ้าน แต่ถ้าไม่มีก็ประเทศไทยก็ขาดทุน เพราะทุกวันนี้เงินไทยไหลไปอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านจำนวนมากซึ่งส่วนตัวคิดว่าการไม่ให้เงินออกไปนอกประเทศโดยการตั้งคาสิโนก็เป็นประโยชน์ต่อประเทศ เพราะรอบชายแดนไทยมีบ่อนเกิดขึ้นกว่า 30 แห่ง อาทิ มาเก๋า , ฮ่องกง , กัมพูชา โดยปลายปีที่ผ่านมาก็มีบ่อนขนาดใหญ่เกิดขึ้นที่ชายแดนประเทศลาว ซึ่งถามว่าหากเราสกัดเงินไทยที่ไปเล่นคาสิโนให้อยู่ในเมืองไทยได้ 50% จาก 100% ไม่ดีหรือ แถมยังมีคาสิโนถูกกฏหมายในประเทศไทยก็จะเป็นแหล่งดึงดูให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเมืองไทยมากขึ้นด้วยซ้ำไป" รศ.ดร.สังศิตย้ำ

เอกชนขานรับ"กาสิโน" รบ.เร่งทำก่อนเสียโอกาส
นายสลิล โตทับเที่ยง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ผลิตภัณฑ์อาหารกว้างไพศาล จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายปลากระป๋องปุ้มปุ้ย ให้ความเห็นว่า การที่รัฐบาลจะสร้างคาสิโนนั้นสามารถดึงนักท่องเที่ยวที่เป็ฯผุ้ที่ชอบเล่นการพนันของไทยที่เดินทางไปยังประเทศเพื่อนบ้านเพื่อเล่นการพนันโดยเฉพาะได้ รวมถึงอาจดึงกลุ่มของผู้ที่ชอบเล่นการพนันที่เป็นชาวต่างชาติเข้ามาได้ด้วย เนื่องจากหากเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านของไทยที่มีคาสิโนแล้วจะเห็นได้ว่าเมืองไทยถือว่าเป็นประเทศที่มีความสวยงามและสะดวกมากกว่า
โดยเฉพาะความปลอดภัยที่เมืองไทยสามารถสร้างความแตกต่างได้จากประเทศเพื่อนบ้านอย่าง ลาว กัมพูชา ซึ่งถือว่าเป้นประเทศที่กำลังพัฒนาและยังขาดความเจริญและสิ่งอำนวยความสะดวกหลายๆ อย่างรวมทั้งเป็นการเพิ่มความหลากหลายให้กับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในประเทศไทยคือนอกจากการท่องเที่ยวสถานที่สวยงามต่างๆ จังหวัดที่น่าสนใจแล้วยังมีคาสิโนเพิ่มด้วยภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศน่าจะดีขึ้นหากมีการนำเม็ดเงินที่ได้จากการเปิดคาสิโนมาพัฒนาประเทศจริงๆ
เนื่องจากปัจจุบันไทยก็มีการเปิดบ่อนอย่างผิดกฏหมายอยู่ก่อนแล้ว ซึ่งหากมีการนำมาเปิดให้ถูกกฏหมายและมีการควบคุมอย่างถูกต้องก็สามารถนำเม็ดเงินรายได้ในส่วนนี้มาพัฒนาประเทศเพิ่มขึ้น เหมือนกับก่อนหน้านี้ที่มีการนำเอาเม็ดเงินของหวยบนดินมาพัฒนาประเทศที่ตั้งของคาสิโนจะต้องคำนึงถึงความมั่นคงของประเทศ รวมถึงความปลอดภัยที่นักท่องเที่ยวจะได้รับ เพราะเป็นหัวใจสำคัญในการบริหารจัดการ ส่วนจะเป็นจังหวัดท่องเที่ยวหรือจังหวัดที่ยังขาดการพัฒนานั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าจะสามารถสนองตอบโจทย์ที่กล่าวไปแล้วได้มากน้อยแค่ไหน
นายวันชัย พละพงค์พานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซึทาญ่า(ประเทศไทย)จำกัด กล่าวสั้นๆว่า เป็นเรื่องที่เยี่ยมไปเลย ถ้าสามารถทำได้สำเร็จ เพราะถ้าสิงคโปร์ ,มาเลเซีย และประเทศเพื่อนบ้านทำได้แล้ว ทำไมประเทศไทยจะทำบ้างไม่ได้ โดยส่วนตัวแล้วเขาเชื่อว่า การเกิดขึ้นคาสิโนอย่างถูกกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบใด เป็นสิ่งที่เป็นผลประโยชน์ภาพรวมกับประเทศไทยทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเกื้อหนุนให้เงินใต้ดิน กลับขึ้นมาข้างบนเป็นภาษีอากรของรัฐที่สามารถเช็คที่มาที่ไป และนำกลับมาใช้บริหารประเทศ หรือ ช่วยพัฒนาการท่องเที่ยว รวมทั้งป้องกันไม่ให้นักพนันของไทยต้องเดินทางไปเล่นต่างประเทศ ซึ่งประเทศต้องสูญเสียเงินในส่วนนี้ปีหนึ่งๆหลายล้านบาท
วันชัย ชี้ว่า หากเป็นไปได้ โลเกชัน ที่จะก่อสร้าง หรือ ผุดโครงการคาสิโนขึ้นมา รัฐบาลควรจะเลือกสถานที่รกร้าง ว่างเปล่า ไม่สามารถพัฒนาหรือทำธุรกิจใดๆได้ หรือ เป็นพื้นที่แห้งแล้ง มากกว่าที่จะใช้แหล่งท่องเที่ยว เพื่อจะให้คาสิโนดังกล่าวนี้ บูม พื้นที่ดังกล่าวนี้ขึ้นมา
นายสมชาย พรรัตนเจริญ นายกสมาคมการค้าส่ง-ปลีกไทย แสดงทรรศนะว่า ถ้าภาครัฐหมดประสิทธิภาพที่จะควบคุมการพนัน ก็ควรจะส่งเสริมบ่อนในประเทศมากกว่า ที่จะทำคาสิโนในลักษณะเอ็นเตอร์เทนเมนท์ เพราะใช้เงินลงทุนมหาศาล จะมีแต่นักลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาทำเท่านั้น ที่สำคัญยังจะทำให้เงินรั่วไหลไปต่างประเทศอีก เพราะเจ้าของกิจการเป็นชาวต่างประเทศ
“ในอดีตมีบ่อนเล็กบ่อนน้อย อย่างบ่อนไพ่ไทย บ่อนมะเขือ บ่อนไพ่สามสีเป็นต้น ให้ไปรื้อฟื้นในลักษณะอย่างนี้ขึ้นมาดีกว่า สามารถเปิดได้ทั่วประเทศ เพียงแต่ออกกฎระเบียบออกมาให้ถูกต้องตามกฎหมาย ในลักษณะเป็นพ.ร.บ. ก็ได้ เช่น ต้องมีใบอนุญาติ ต้องมีเงินค้ำประกัน และกำหนดเวลา,กำหนดวันหยุด กำหนดอายุผู้เล่น แล้วมีนโยบายสุ่มตรวจ ใครผิดเงื่อนไข ก็ริบเงินประกันแล้วสั่งปิด “
สถานที่ตั้งบ่อนไม่จำเป็นต้อง เป็นแหล่งท่องเที่ยว หรือ เป็นเมืองปิด หรือ สถานที่ไม่เจริญ อย่างทุ่งกุลาร้องให้ ควรจะให้มีในชุมชนทุกแห่ง แล้วให้พวกเขาควบคุมกันเอง โดยออกกฎหมายมาให้ถูกต้อง เพราะทุกวันนี้ก็มีกันอยู่แล้ว และเงินดังกล่าวจะได้นำมาใช้พัฒนาประเทศ แทนที่จะไปจมอยู่กับนายทุนบางคน
นายจิรัฐ บวรวัฒนะ รองประธานกรรมการฝ่ายงานการตลาด บริษัท โรส มีเดีย แอนด์ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด เห็นด้วยมองในภาพรวมเศรษฐกิจกับศีลธรรม เมื่อมาชั่งน้ำหนักก็มองว่า จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปได้ โดยดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศไทย ส่งผลดี 3 เรื่อง การท่องเที่ยว ,รายได้ และ ไม่ให้เม็ดเงินไทยไหลไปนอกประเทศ นอกจากนี้รัฐบาลจะได้ประโยชน์จากค่าสัมปทาน มีการร่วมทุนระหว่างประเทศเกิดขึ้น
เขาเสริมว่า ถ้าเป็นคนไทยเข้าไปเล่น ควรจัดระดับของรายได้ เพื่อที่ไม่ทำให้คนไทยเข้าไปได้ทุกคน คุมเข้ม ต้องมีการทำบัตรสมาชิก และให้คนไทยที่ไม่เป็นสมาชิกเข้ายากที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้คาสิโนมามอมเมาคนไทย ส่วนนักท่องเที่ยวไม่ต้องจัดระดับ สามารถเข้าไปได้เลย
พื้นที่ควรเป็นที่สถานที่ท่องเที่ยวเนื่องจากกลุ่มเป้าหมายคือ นักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่อเสริมความครบวงจรสถานที่ท่องเที่ยว พัทยา เชียงใหม่ เชียงราย ภูเก็ต และเพชรบุรี
"การเปิดควรจะเปิดในหลายที่ ไม่ใช่เปิดที่เดียว ไม่ควรเปิดที่กรุงเทพฯ เนื่องจากกรุงเทพฯเป็นศูนย์กลางทุกอย่าง ถ้ามาเปิดจะมีปัญหาอื่นตามมา"

ที่มาของบทความ : businessthai.co.th