6 ความท้าทาย KM ในอีกทศวรรษ : SIAMHRM.COM

6 ความท้าทาย KM ในอีกทศวรรษ




ในยุคของเศรษฐกิจองค์ความรู้ (knowledge based economy) ก้าวจังหวะที่เทคโนโลยีและนวัตกรรมทาบผ่าน

มีความเปลี่ยนแปลงต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย โดยเฉพาะในโลกของ web 2.0 อย่างเช่น Google, myspace, YouTube, podcast.net, wikipedia, flickr และ Blogger

ถึงกระนั้น การจัดการความรู้ (KM : Knowledge Management) ท่ามกลางจังหวะชีวิตใหม่ๆ ของโลก ในสายตาของ “รอน ยัง” ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายองค์ความรู้ (CKO : Chief Knowledge Officer) บริษัท โนว์เลจ แอสโซซิเอท อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด

เขามองว่า การบริหารองค์ความรู้ยังคงความเรียบง่าย ในบริบทของการชี้ชัด สร้างสรรค์ จัดเก็บ แบ่งปัน และก็ใช้มันให้ยังประโยชน์กับโลกใบนี้

ปีเตอร์ เอฟ. ดรักเกอร์ ปรมาจารย์ทางด้านการจัดการ เคยบอกไว้ว่า สิ่งที่สำคัญและถือเป็นเนื้อแท้ของการบริหารจัดการในศตวรรษที่ 20 คือการเพิ่มผลิตผลแรงงานในโรงงานให้ได้ไม่น้อยกว่า 50 เท่า

สิ่งนี้ดูจะต่างออกไป เมื่อโลกคืบคลานสู่ศตวรรษที่ 21 การเพิ่มผลิตผลยังคงต้องเดินหน้า แต่เปลี่ยนจากการเผาผลาญแรงงาน มาเป็นการสร้างคุณค่าใหม่ๆ ให้กับแรงงานมีความรู้ (knowledge worker)

“การจัดการความรู้ถือเป็นหลักการที่ทั้งองค์กร ทีมงาน และแม้แต่ตัวบุคคล สามารถรวบรวม เลือกเฉพาะที่ต้องการมาจัดเก็บ สร้างสรรค์แนวทางใหม่ๆ แบ่งปัน ประยุกต์ใช้ และไปให้ถึงเป้าหมายที่วางไว้ได้”

รอนกล่าวว่า คีย์หลักของการเกาะกุมความรู้ให้อยู่หมัด ไม่มีอะไรมากไปกว่า การสะสม จัดเก็บอย่างเป็นระบบ และประยุกต์เอามาใช้งานได้ในเวลาที่ต้องการ

คงไม่ผิดนักถ้าจะบอกว่า Google เป็นมหาวิทยาลัยองค์ความรู้ในโลกยุคใหม่ ยิ่งพอมี Google Earth อุบัติขึ้นมาอีกใบ บางคนอาจเผลอไผลไปว่า ได้เป็นผู้ครอบครองโลกผ่านคันบังคับ “เมาส์”

แล้วจะเป็นอย่างไร? ถ้าอีก 30 ปีจากนี้ แรงงานมีความรู้ต้องจมท่วมอยู่กับกองเอกสาร ความยุ่งเหยิงในโลกาภิวัตน์ ทำให้หลายคนต้องทำงานแข่งกับเวลา สุดท้ายก็ต้องหัวฟูอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ กระดิกกระเดี้ยไปไหนไม่ได้

บางทีคำโบราณที่ว่า “ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด” จะเห็นจริงจังก็คราวนี้

รอนบอกว่า จะดีกว่าไหมถ้าทำให้อะไรต่อมิอะไร หลุดออกจากเงื่อนของเวลา แทนที่จะต้องมานั่งบริหารความเปลี่ยนแปลงจนสายตัวแทบขาด ก็ปลดแอกอิสรภาพให้ธุรกิจ (business wisdom) บ่ายหน้าสู่หลักการทางธุรกิจที่ยั่งยืน ปราศจากการเปลี่ยนแปลง (changeless) และอยู่เหนือกาลเวลา (timeless)

แล้วเอามาผนวกกับแนวทางที่เห็นได้เด่นชัดที่สุด ในการตัดแต่งกลยุทธ์ วิธีการ เครื่องไม้เครื่องมือ และเทคโนโลยีการจัดการความรู้

ผลลัพธ์ที่จะได้ก็คือ คุณค่าที่ไม่ธรรมดา (extraordinary value)

ถือเป็นเรื่องสูงสุดคืนสู่สามัญ ในการผสมผสานหลักการทางธุรกิจให้เข้ากันกับกลยุทธ์การจัดการองค์ความรู้ ซึ่งประกอบด้วย การชี้ชัด สร้างสรรค์ จัดเก็บ แบ่งปัน และนำออกมาใช้

เขากล่าวว่า ความรู้และโลกของเวบจะยังคงอยู่คู่กันไปอีกนานแสนนาน มีความรู้ใหม่ๆ เกิดขึ้นบนโลกทุกๆ วินาที ท่ามกลางความมากมายก่ายกอง ความรู้จะยิ่งดูมีความหมายมากขึ้น เมื่อเวบกำลังขับเคลื่อนสู่ยุค web 3.0 ซึ่งหมายความว่า ความรู้จะไม่ได้เป็นเพียงข้อมูลที่นอนระเกะระกะอีกต่อไป แต่จะลุกขึ้นมาเป็นพี่เลี้ยง ผู้ช่วย และเป็นคนนำทางที่จะทำให้มนุษย์เราไม่โดดเดี่ยว

ความท้าทายในการจัดการองค์ความรู้ อีกไม่เกิน 10 ปีจากนี้ รอนฟันธงว่าจะมีอยู่ด้วยกัน 6 เรื่องหลัก ได้แก่ หนึ่ง การเพิ่มผลิตผลแรงงานองค์ความรู้ไม่น้อยกว่า 50 เท่า เพื่อนำไปสู่ความยั่งยืน สอง คนละไม้ละมือพัฒนาองค์ความรู้ระดับโลก เชื่อมโยงเครือข่ายและแบ่งปันร่วมกัน

สาม ปรับปรุงความรู้ที่มีให้ได้คุณภาพเป็นที่ยอมรับ สี่ สร้างสรรค์ความรู้และนวัตกรรมใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องให้ทั่วถึง ห้า สร้างภาวะผู้นำให้สอดรับกับแนวคิดเหนือกาลเวลา เพื่อให้ความรู้ยังทันสมัย และ หก ประยุกต์กลยุทธ์ เครื่องมือการจัดการ และเทคโนโลยีที่ดีที่สุดอย่างต่อเนื่อง

ท่ามกลางจังหวะชีวิตใหม่ๆ บนโลก ในสายตาของ “รอน ยัง” ทุกวันนี้เขาก็ยังคงมองว่า การบริหารองค์ความรู้ เป็นกระบวนการที่เรียบง่าย ในบริบทของการชี้ชัด สร้างสรรค์ จัดเก็บ แบ่งปัน และก็ใช้มันให้ยังประโยชน์กับโลกใบนี้

ปัญหามีอยู่นิดเดียวตรงที่ว่า คุณมองเห็นมันไหม แล้วเมื่อไหร่คุณถึงจะคิดลงมือทำ...

เรียบเรียงจากงานประชุมวิชาการ “Technology and Innovation for Knowledge Management” ครั้งที่สอง จัดโดย Asian Productivity Organization & National Productivity Council ณ กรุงนิวเดลลี อินเดีย กลางเดือนก.พ. ที่ผ่านมา

6 กลยุทธ์ลุย KM

รอน ยัง ตั้งคำถามว่า ทำไมหลักการทำธุรกิจถึงอยู่เหนือกาลเวลา ฟังแล้วเป็นปรัชญาแต่สิ่งที่ดูง่ายและผู้คนมักมองข้ามก็คือ ในวงกลม 3 ห่วง ซึ่งประกอบด้วย การเพิ่มผลิตผล ความสัมพันธ์เชื่อมโยง และคุณภาพ ล้วนแล้วแต่มีความรู้ไปเกี่ยวข้องด้วยทั้งสิ้น

(1) เหตุผลที่ทำให้ธุรกิจดูเหนือกาลเวลาเป็นเพราะว่า การเพิ่มผลิตผลสุดท้ายแล้วก็เพื่อไปเพิ่มยอดขาย ความสัมพันธ์เชื่อมโยงทำไปก็เพื่อลดต้นทุนที่ไม่จำเป็น สุดท้ายคุณภาพที่ได้ต้องมาจากการเพิ่มผลกำไรและคุณค่าใหม่ๆ สามอย่างนี้จะเป็นจริงได้ต้องใช้ความรู้มาเป็นตัวขับเคลื่อน

แล้วความรู้แบบไหนถึงจะทำให้ธุรกิจเคลื่อนตัวไปได้ รอนบอกว่า (2) ถ้าองค์กรสามารถชี้ชัดองค์ความรู้ที่ทำให้ธุรกิจเติบโต และมีความแตกต่างอย่างจับต้องได้ (big difference) เป้าหมายทางธุรกิจจะไม่ไกลเกินเอื้อมใน 2-3 ปี

(3) การสร้างความรู้ให้ออกดอกออกผล ต้องเปลี่ยนบางมุมวิธีคิดคือ แทนที่จะเรียนรู้แบบแยกส่วน (episodic learning) ก็ทำให้มันต่อเนื่องทั้งกระบวนการ (continuous learning) หรือแทนที่จะสรรค์สร้างนวัตกรรมเป็นครั้งคราว (episodic innovation) ก็เปลี่ยนมาสร้างสรรค์นวัตกรรมแบบเสมอต้นเสมอปลาย (continuous innovation)

ยุคสมัยนี้ถ้าเรามีเงินสด หลายคนคงเปลี่ยนใจที่จะเอาไปฝากแบงก์ แต่หันมาจัดเก็บในรูปของหุ้นหรือกองทุนรวมแทน (4) แล้วความรู้ล่ะเอาไปฝากไว้ที่ไหนดี ต้องยอมรับว่าขุมทรัพย์ความรู้ที่ใหญ่ที่สุดวันนี้ก็คือเวบ ถึงขนาดมีทางเข้าของความรู้อยู่ในเวบที่ชื่อ www.eol.org เป็นเวบเก๋เท่ระเบิดที่พูดถึง encyclopedia of life ตั้งแต่เกิดจนเราละสังขารจากโลกนี้

“อิทธิพลของเวบแผ่ปกคลุมไปทั่ว สร้างการเปลี่ยนแปลงให้เศรษฐกิจ กระบวนการ และไม่เว้นแม้แต่เครื่องมือการจัดการองค์ความรู้”

ก็อย่างที่รู้กัน ใครไม่มีเพื่อนซี้ย่ำปึ๊กอย่าง Google, YouTube หรือว่า Blogger ถือว่าเชยแหลก

รอนเล่าว่า (5) ทุกวันนี้มีความเพียรพยายามที่จะให้ผู้คนบนโลก มาช่วยกันแบ่งปันความรู้ ซึ่งทำได้ดีในเกณฑ์ที่มากถึง 70% แล้วส่วนที่เหลือไปวิ่งเล่นอยู่ที่ไหน

ก็ยังมีบางกลุ่มคนที่หวงแหนวิชาความรู้ กะจะให้อยู่ติดตัวจนตาย เป็นพวกปัจเจกบุคคลและแยกตัวออกจากสังคม พวกนี้ไม่ยอมอดทน เสียเวลาให้กับใคร การยืดอกแสดงความรับผิดชอบก็อย่าได้หวัง เป็นกลุ่มคนที่เขาบอกว่า ขี้กลัวและปอดแหกสุดๆ ขณะที่กลุ่มคนที่รักการแบ่งปัน จะมีแต่ความไว้เนื้อเชื่อใจ เชื่อในคุณค่าของการเปิดใจ กระจายอำนาจ รับฟังผู้คน และอุดมด้วยความคิดอ่านเชิงสร้างสรรค์

เพราะหลักการของ KM คือ คุณต้องเรียนรู้ รักที่จะแบ่งปัน รู้จักไว้วางใจ และนิยมการสื่อสาร

(6) มาถึงขั้นตอนสุดท้ายของการใช้จ่ายความรู้ ถ้าไปซูเปอร์มาร์เก็ตคุณอาจต้องเสียเงินยกใหญ่ แต่ในโลกของความรู้บนเวบแล้ว สามารถชอปปิงได้ตามใจ โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต อยากเอาไปไขข้อข้องใจเรื่องอะไร จะมีทำเนียบนักสะสมความรู้แบบไม่เก็บกัก พร้อมอรรถาธิบายไม่คิดค่าชั่วโมงบิน จากภาคพื้นถึงองค์การนาซ่าจนทะลุจักรวาล ไม่มีที่ไหนที่ความรู้ไปไม่ถึง

เตรียมตัวให้พร้อมแล้วไปท่องสาระบนเวบกัน เวลาทำงานจะได้ไม่ไร้สาระอย่างที่หลายองค์กรเป็นอยู่

 

ที่มา : bangkokbiznews.com


   หรือ กดปุ่ม Ctrl+P (หรือคลิกที่เมนู File และ Print ของโปรแกรมเว็บเบราเซอร์) เมื่อต้องการพิมพ์เครื่องพิมพ์

SIAMHRM.COM : ศูนย์รวมข้อมูลด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์
Web Partner : JOBSIAM.COM | FREEJOBTHAI.COM | JOBDUZY.COM