แนวทางในการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ของระบบการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม IS014001:2004( ทั้งระบบ) : SIAMHRM.COM

แนวทางในการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ของระบบการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม IS014001:2004( ทั้งระบบ)


ส่วนใหญ่ปัญหาที่มักจะเกิดขึ้นกับองค์กรที่ได้รับการรับรองระบบการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมได้ สักระยะหนึ่งขององค์กรก็คือ ไม่รู้ที่จะปรับปรุงระบบการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างไร ? หรือถ้าองค์กรดำเนินการปรับปรุงไปแล้วแต่บ้างครั้งก็มักจะมีผู้ตรวจประเมินให้คำแนะนำว่า “ ควรมีการปรับปรุงและ การพัฒนาอย่างต่อเนื่องทั้งระบบ ” และเช่นเดียวกันบ้างครั้งจากประสบการณ์ในการตรวจประเมินเพื่อให้การรับรองของผู้เขียนเองและจากการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของผู้ตรวจประเมินท่านอื่นๆ ก็มักจะประสบกับปัญหาคล้ายกันคือ องค์กรมักจะไม่รู้จะปรับปรุงระบบฯ อย่างไร? หรือการปรับปรุงและพัฒนาแล้วก็มักจะทำเพียงแค่ส่วนหนึ่งส่วนใดของระบบฯ ซึ่งการปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่องทั้งระบบฯ ไม่ใช่เรื่องยากเลย         ถ้าเรามีความเข้าใจ ก่อนอื่นขอแนะนำให้รู้จักโครงสร้างพื้นฐานของระบบการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม   ISO 14001 ดังรูปที่ 1

จากรูป จะเห็นได้ว่าโครงสร้างของระบบการจัดการทางด้านสิ่งแวดล้อมนั้นจะประกอบไปด้วย นโยบาย การวางแผน การดำเนินการ การตรวจสอบและกรแก้ไข การทบทวน และการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง   ซึ่งโครงสร้างของตัวระบบฯ ถ้าเราพิจารณาแล้วจะคล้ายๆกับวงจร หรือวัฏจักร ถ้าองค์กรจะดำเนินการปรับปรุงและพัฒนา ควรมีการดำเนินการทั้งระบบด้วยเช่นเดียวกันไม่ควรทำเพียงส่วนใดส่วนหนึ่ง หรือทำเพียงเฉพาะส่วนเท่านั้น และควรทำไปพร้อมๆกันเพื่อการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องทั้งระบบฯ

องค์กรสามารถหาโอกาสปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่องทั้งระบบฯ ได้จากการสังเกตการเปลี่ยนแปลงต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้นจากการจัดทำระบบฯขององค์กร เช่น เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงกระบวนการทำงาน วัตถุดิบ ผลิตภัณฑ์หรือบริการต่างๆขององค์กร และอื่นๆ จนทำให้ประเด็นปัญหาทางด้านสิ่งแวดล้อม( Environmental Aspects) เปลี่ยนแปลง หรือมลภาวะทางสิ่งแวดล้อม (Pollution) เปลี่ยนแปลง หรือในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลง แก้ไข เพิ่มเติม ยกเลิกของกฎหมายและข้อกำหนดอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับระบบฯ หรือในกรณีที่มีเหตุฉุกเฉิน อุบัติภัยต่างๆเกิดขึ้น เช่น น้ำท้วน ไฟไหม้ สารเคมีหกรั่วไหลปริมาณมาก แก็สหรือก๊าซพิษรั่วไหล   แผ่นดินไหว และ สึนามิ   หรือในกรณีที่ต้องดำเนินการแก้ไขข้อบกพร่อง( Corrective Action Request: CAR) ปัญหาต่างๆ และข้อร้องเรียนทางด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นและมีผลกระทบต่อการดำเนินการขจัด ลด หรือควบคุมประเด็นปัญหาทางด้านสิ่งแวดล้อม       องค์กรก็สามารถที่จะดำเนินการได้ โดยการประยุกต์ใช้แนวทางในการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องของระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมทั้งระบบ

แนวทางในการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องของระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมทั้งระบบนั้น จะอาศัยความสัมพันธ์ของการดำเนินการจัดทำระบบฯ แต่ละกระบวนการ ตามรูปต่อไปนี้

รูปที่ 2 : ความสัมพันธ์ของแต่ละกระบวนการในการจัดทำระบบการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม

จากรูปขออธิบายแนวทางในการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องทั้งระบบ ที่ละโซน (Zone) ดังนี้

 โซนที่ 1 (Zone: 1) โดยการบ่งชี้และการประเมินประเด็นปัญหาทางด้านสิ่งแวดล้อมจากการเปลี่ยนแปลง ของผลิตภัณฑ์/บริการ กระบวนการ วัตถุดิบ และกิจกรรมต่างๆ ( Direct) หรือกิจกรรม กระบวนการของผู้รับเหมา /รับจ้างช่วงต่อจากองค์กร (Indirect) หรือในกรณีที่กฎหมาย และข้อกำหนดต่างๆที่เกี่ยวข้องเปลี่ยนแปลง (Interested parties) ก็ให้นำปัจจัยป้อนเหล่านี้มาดำเนินการบ่งชี้และการประเมินประเด็นปัญหาทางด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นในการปรับปรุงและพัฒนาระบบฯ หรืออีกกรณีหนึ่ง ในกรณีที่มีข้อมูลย้อนกลับจากโซนที่ 2 คือในกรณีที่จะดำเนินการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง อันเนื่องมาจากผลการดำเนินการของแผนการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม (Environment Management Programmes) สำเร็จลุล่วงเป็นไปตามที่กำหนดไว้ตามวัตถุประสงค์ เป้าหมาย หรือ ผลของการดำเนินการปฏิบัติ (Operational Controls) ที่ดำเนินการอยู่ไม่สอดคล้องตามกฎหมายและข้อกำหนดต่างๆที่เกี่ยวข้อง ก็สามาถนำมาประเมินประเด็นและทบทวนประเด็นปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมใหม่ เพราะผลลัพธ์ของการประเมินเดิมที่มีอยู่ไม่สอดคล้องกับสถานการณปัจจุบัน องค์กรจึงควรต้องปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

โชนที่ 2 (Zone: 2) เมื่อมีผลลัพธ์จากการประเมินประเด็นปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมออกมาแล้ว ส่วนใหญ่จะสามารถจำแนกออกได้เป็น 3 ประเภทดังนี้

  • ประเภทที่ 1: มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมสูง (High level ) องค์กรต้องนำผลการประเมินประเภทนี้มาจัดทำเป็นนโยบาย หรือเพิ่มเติมในนโยบายสิ่งแวดล้อม เพื่อจะได้มุ่งเน้นในการขจัด ลด และควบคุมผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมขององค์กร ก่อนประเภทอื่นๆ
  • ประเภทที่ 2: มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมปานกลาง (Medium level ) องค์กรต้องนำผลการประเมินประเภทนี้มาจัดทำเป็นวัตถุประสงค์ เป้าหมาย และแผนการจัดการ เพื่อจะได้ดำเนินการขจัด ลด และควบคุมผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมขององค์กรต่อไป
  • ประเภทที่ 3: มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อย ( Low level) โดยทั่วไป   องค์กรต้องนำผลการประเมินประเภทนี้มาจัดทำเป็นวัตถุประสงค์ เป้าหมาย และแผนการจัดการ เพื่อจะได้ดำเนินการขจัด ลด และควบคุมผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมขององค์กรต่อจากระดับปานกลาง หรือในกรณีที่สามารถยอมรับได้ หรืออาจจะเกิดผลกระทบในสถานการณ์ไม่ปกติ(Abnormal) หรืออาจจะเกิดผลกระทบในสถานการณ์ฉุกเฉิน(Emergency) องค์กรอาจกำหนดเป็นการควบคุมการปฏิบัติ เพื่อควบคุม หรือเฝ้าระวังไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมขององค์กร

หมายเหตุ :  วิธีการบ่งชี้ และประเมินนัยสำคัญของประเด็นปัญหาทางด้านสิ่งแวดล้อม เกณฑ์ที่ใช้ในการประเมิน และการแบ่งประเภทผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ละองค์กรไม่เหมือนกัน การแบ่งประเภทที่อธิบายข้างต้นเป็นตัวอย่างตามแนวความคิดของผู้เขียนเท่านั้น ในการนำประยุกต์ใช้ องค์กรควรอ้างอิงวิธีการ และเกณฑ์ต่างๆขององค์กรเป็นหลัก

โซนที่ 3 (Zone: 3) เมื่อมีผลลัพธ์ออกมาจากโซนที่ 2 ตามประเภทของผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในแต่ละประเภทเริ่มจาก ประเภทที่ 1 หลังจากได้กำหนด หรือเพิ่มเติมเป็นนโยบายสิ่งแวดล้อมแล้ว ก็ดำเนินการฝึกอบรมให้ผู้ที่เกี่ยวข้องให้รับทราบและเข้าใจ จากนั้นผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องนำนโยบายที่เกี่ยวข้องมาจัดทำเป็นวัตถุประสงค์เป้าหมาย และแผนการจัดการ แล้วนำไปปฎิบัติ เฝ้าระวังและติดตามตรวจวัดผลตามแผนที่วางไว้ หรืออีกส่วนหนึ่งก็นำมาทบทวน และกำหนดเป็นมาตรการในการควบคุมการปฎิบัติเพิ่มเติม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม    ส่วนใหญ่จะใช้สำหรับ สถานการณ์หรือผลกระทบที่ยังไม่เกิดขึ้นแต่อาจจะมีแนวโน้มที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคตหรือถ้ามีเหตุการณ์เกิดขึ้น (Abnormal and Emergency situation) ในกรณีที่นำมาตรการควบคุมการปฎิบัติไปดำเนินการ   บ้างครั้งจะต้องประเมินความสอดคล้องตามกฎหมายด้วย กรณีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมประเภทที่ 2 ก็นำมาทบทวน กำหนดเป็นเป็นวัตถุประสงค์ เป้าหมาย และแผนการจัดการเพิ่มเติม     ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมประเภทที่ 3 ก็เช่นกันไปกำหนดเป็นมาตรการในการควบคุมการปฎิบัติเพิ่มเติม     และผลลัพธ์ของการดำเนินการทั้งหมดจะเป็นปัจจัยป้อนเข้าไปสู่โซนที่ 4 ต่อไป

โซนที่ 4 (Zone: 4) หลังจากที่มีผลลัพธ์จากโซนที่ 3 เข้ามาโดยที่ผลลัพธ์ทั้งหมดจะถูกนำเข้าสู่การทบทวนและปรับปรุงแผนการเฝ้าระวังและติดตามตรวจวัด ตามเกณฑ์ วิธีการ ความถี่และค่าพารามิเตอร์หรือ   ค่ามาตรฐานที่ต้องควบคุมตามที่องค์กรกำหนด หรืออ้างอิงตามที่กฎหมาย และข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกำหนดไว้ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้จากการเฝ้าระวังและติดตามตรวจวัดส่วนใหญ่จะออกมาด้วยกัน 2 แนวทางคือสอดคล้อง กับไม่สอดคล้องในกรณีที่สอดคล้องตามค่าควบคุมก็รักษา คงไว้และนำไปปฎิบัติต่อไป ในกรณีที่ไม่สอดคล้องก็นำเข้าไปสู่มาตรการในการดำเนินการควบคุมสิ่งที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด การดำเนินการแก้ไข และการป้องกันต่อไปในโซนที่ 5 สำหรับมาตรการใน     การเฝ้าระวังและติดตามตรวจวัด อย่าลืมจัดเก็บบันทึกที่จำเป็นตามที่กำหนดไว้ และควบคุมความคาดเคลื่อนหรือสอบเทียบเครื่องมือวัดต่างๆด้วยนะ เพื่อป้องกันความผิดพลาดของผลลัพธ์ที่ได้จากการตรวจวัด ส่วนในกรณีที่องค์กร   ใช้หน่วยงานภายนอกเข้ามาดำเนินการตรวจวัดค่าพารามิเตอร์ต่างๆ ก็ให้องค์กรร้องขอผลการสอบเทียบของเครื่องมือที่ใช้ในการตรวจวัดแนบมาด้วย พร้อมกับผลการวิเคราะห์ค่าตรวจวัดต่างๆ(Certificate) ในโซนที่4 นอกจากกระบวนการ ในการเฝ้าระวังและติดตามตรวจวัดแล้วยังมีกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับแผนฉุกเฉิน และการประเมินความสอดคล้องตามกฎหมายอีก เพราะฉะนั้นเมื่อมีปัจจัยป้อนเข้ามาจากโซนที่ 3 ก็เช่นกัน ให้ดำเนินการทบทวนความเหมาะสมและเพียงพอของการเตรียมความพร้อม แผนการตอบโต้ และอพยพ เมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีอยู่ด้วยว่าเหมาะสมและเพียงพอหรือไม่ ถ้าไม่เพียงพอก็ให้ดำเนินการแก้ไขปรับปรุงและซ้อมเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจจะเกิดขึ้นด้วย ส่วนการประเมินความสอดคล้องตามกฎหมายก็ทบทวนด้วยเช่นเดียวกัน ว่าผลการประเมินความสอดคล้องเดิมที่มีอยู่ ครอบคลุมและครบถ้วนตามผลลัพธ์ใหม่ที่ป้อนเข้ามาจากโซนที่ 3 หรือไม่ ถ้าไม่ก็ต้องดำเนินการประเมินเพิ่มเติม และผลการประเมิน ก็จะออกมาด้วยกัน 2 แนวทางเช่นก็คือสอดคล้องกับไม่สอดคล้อง ถ้าสอดคล้องก็รักษา คงไว้และนำไปปฏิบัติ ส่วนในกรณีที่ไม่สอดคล้องก็ในเข้าไปสู่การดำเนินการแก้ไข และการป้องกันต่อไปในโซนที่ 5 และอย่าลืมเก็บบันทึกผลการประเมินไว้อีกเช่นเดียวกัน

โซนที่ 5 (Zone: 5) หลังจากที่ผ่านการดำเนินการต่างๆของแต่ละโซนมาเรียบร้อยแล้วก็เข้ามาสู่โซนที่ 5 โดยภาพรวมของโซนนี้ จะเป็นการดำเนินการควบคุมสิ่งที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด การดำเนินการแก้ไข และการดำเนินการป้องกัน จากปัจจัยป้อนที่เข้ามาจากโซนที่ 4 ซึ่งการดำเนินการแก้ไขส่วนใหญ่ก็จะเริ่มจากการวิเคราะห์หาสาเหตุของข้อบกพร่องที่เกิดขึ้น จากนั้นดำเนินการขจัดที่ต้นตอของสาเหตุของปัญหา และดำเนินการป้องกันการเกิดซ้ำของปัญหาไม่ให้กลับเกิดขึ้นอีก ส่วนการดำเนินการป้องกันนั้นจะเป็นการดำเนินการป้องกันแนวโน้มของปัญหาหรือความไม่สอดคล้องที่อาจจะเกิดขึ้น ซึ่งกระบวนการก็คล้ายกับการแก้ไข แต่แตกต่างกันตรงที่ปัญหา เกิดแล้วเป็นการแก้ไข ส่วนปัญหายังไม่เกิด แต่มีแนวโน้มเป็นการป้องกัน และแนวทางในการปรับปรุงอย่าง ต่อเนื่องในโซนนี้ ก็คือก่อนที่จะเริ่มดำเนินควบคุมสิ่งที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด การแก้ไข และการป้องกันจะต้องพิจารณา ทบทวนก่อนว่าวิธีการดำเนินการหรือมาตรการต่างๆ จะต้องไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม          ถ้าส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมไม่ว่าจะน้อยหรือมาก จะต้องหามาตรการใหม่มาทดแทนเพื่อป้องกันผลกระทบต่อเนื่องมาจากการดำเนินการควบคุมสิ่งที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด การแก้ไข และการป้องกัน ส่วนผลลัพธ์ที่ได้ที่จากการดำเนินการควบคุมสิ่งที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด การแก้ไข และการป้องกัน ก็จะถูกมาปรับปรุงและกำหนดเป็นเตรียมความพร้อม แผนการตอบโต้ แผนฉุกเฉินต่างๆ ในกรณีที่เกี่ยวข้องกับความไม่สอดคล้องของแผนฉุกเฉิน   บ้างส่วนก็จะนำมาปรับปรุงและจัดทำเป็นแผนการจัดการ มาตรการในการควบคุมการปฎิบัติ วิธีการทำงาน มาตรการในการเฝ้าระวังติดตามตรวจวัด จากนั้นนำไปฝึกอบรมให้กับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง และนำไปปฎิบัติตามที่กำหนดไว้ในแต่ละกระบวนการ ผลลัพธ์ที่ได้จากการดำเนินการควบคุมสิ่งที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด การแก้ไข และการป้องกันต่างๆ ควรนำเข้าไปสู่กระบวนการในการรักษา คงไว้และปรับปรุงต่อไป รวมทั้งต้องนำผลการดำเนินการจะต้องถูกนำไปบ่งชี้ และประเมินประเด็นปัญหาสิ่งแวดล้อม (โซนที่ 1) ใหม่ เพราะระบบมีการเปลี่ยนแปลง ผลการประเมินเก่าอาจจะไม่เหมาะสม เพียงพอ       ก็คือประเด็นปัญหาสิ่งแวดล้อมอาจจะเพิ่มขึ้นใหม่ เนื่องมาจากผลลัพธ์ของการดำเนินการ อาจมีการเพิ่มเติม เปลี่ยนแปลง ลด หรือยกเลิกซึ่งเข้าไปสู่เงื่อนไขในการบ่งชี้และประเมินประเด็นปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมใน     โซนที่ 1 หรือประเด็นปัญหาสิ่งแวดล้อมอาจจะลดลง เนื่องมาจากผลลัพธ์ของการดำเนินการก็จะเข้าไปสู่เงื่อนไขในโซนที่ 1 อีกเช่นเดียวกัน และจะหมุนวน เป็นวัฎจักรเช่นนี้เสมอไป

จะเห็นได้ว่าจากการดำเนินการของกระบวนการต่างๆตั้งแต่โซนที่ 1 ถึงโซนที่ 5 จะเป็นการดำเนินการที่มีความสัมพันธ์ต่อเนื่องซึ่งกันและกัน เพราะฉะนั้นการดำเนินการปรับปรุงต่อเนื่องทั้งระบบ ของระบบการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมจึงไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด เพราะระบบจัดการด้านสิ่งแวดล้อมอาศัยแนวความคิดหรือหลักการพื้นฐานในการปรับปรุง คือการวางแผน การดำเนินการ การตรวจสอบและการแก้ไข รวมทั้งการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง (Plan – Do – Check – Act) นั้นเอง

 

ที่มา : moodythai.com


   หรือ กดปุ่ม Ctrl+P (หรือคลิกที่เมนู File และ Print ของโปรแกรมเว็บเบราเซอร์) เมื่อต้องการพิมพ์เครื่องพิมพ์

SIAMHRM.COM : ศูนย์รวมข้อมูลด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์
Web Partner : JOBSIAM.COM | FREEJOBTHAI.COM | JOBDUZY.COM