| อาจเป็นเรื่องแปลกอยู่บ้าง ที่ทางสถาบัน AMA แห่งสหรัฐอเมริกา จัดงานประชุมบอร์ดในหัวข้อเรื่อง "CEO Challenge 2006 : Top 10 Challenges" เมื่อไม่กี่วันผ่านมา
โดยมีผลสรุปว่าสิ่งที่เหล่าบรรดา CEO ระดับโลกต่างมีความเครียดกันมาก ล้วนเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการรักษาองค์กร และการเติบโตขององค์กร
เพราะอย่างที่ทราบ เมื่อองค์กรเติบโตไปในระดับสูงสุด เหล่าบรรดา CEO จึงต่างพากันห่วงองค์กรกันค่อนข้างมาก เพราะกลัวองค์กรจะตกต่ำลง
กลัวองค์กรจะล้มไม่เป็นท่า
และกลัวพนักงานในองค์กรจะเกิดความระส่ำ จนกระทั่งย้ายไปอยู่ยังบริษัทคู่แข่ง หรือองค์กรอื่นๆ ที่ให้ผลตอบแทนดีกว่า
สิ่งต่างๆ เหล่านี้ มองเผินๆ เหมือนไม่น่าจะมีความกังวลใดๆ สำหรับ CEO ที่มีการบริหารจัดการที่ดี หรือมีวิสัยทัศน์ที่ดี
เพราะน่าจะแก้ปัญหาต่างๆ ได้ !
แต่กาลกลับกลายเป็นว่า เหล่าบรรดา CEO ทั้งหลาย และไม่เฉพาะแต่เหล่าบรรดา CEO ในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น หากเหล่าบรรดา CEO ทั่วโลก ล้วนต่างมีความกังกล และมีความเครียดกันทั้งสิ้น
โดยเฉพาะประเด็นการเติบโตขององค์กร และการรักษาองค์กร ที่ดูเหมือนว่าจะเป็นเปอร์เซ็นต์แรกๆ ที่เหล่าบรรดา CEO ต่างมีความกังวลมากที่สุด
เพราะมีเปอร์เซ็นต์เฉลี่ยมากกว่า 37.5% ขึ้นไป
ดังนั้น เมื่อย้อนกลับไปดูผลจากการวิจัย ที่ทางสถาบัน AMA แห่งสหรัฐอเมริกาสำรวจ และวิจัยจะพบว่าทางสถาบันสำรวจเหล่าบรรดา CEO ทั่วโลกกว่า 658 คน จากทั้งหมด 40 ประเทศ พบว่าเหล่าบรรดา CEO ต่างมีความเครียดกัน ค่อนข้างมาก
โดยเฉพาะในประเด็นที่กล่าวถึงไปแล้วคือการเติบโตขององค์กร และการรักษาองค์กร เพราะทั้ง 2 ประเด็น ไม่เพียงจะทำให้เหล่าบรรดา CEO ที่สำรวจจาก 40 ประเทศทั่วโลกต่างมีความเครียดกันค่อนข้างมาก
แนวโน้มยังน่าจะเติบโตไปถึง 52 ประเทศ ทั่วโลกด้วย
ถามว่า ทำไมเหล่าบรรดา CEO ทั่วโลก ถึงต้องมีความกังวลเช่นนี้ ?
คำตอบคือเหล่าบรรดา CEO ทั่วโลก ต่างบริหารงานมาจนถึงจุดสุดยอด และสามารถนำพาองค์กรไปยังเป้าหมายที่วางไว้
ดังนั้น ความคาดหวังทั้งในสายงานของผู้บริหารระดับรองลงมา หรือความคาดหวังของพนักงานทั้งระบบ จึงต่างมองว่า ถ้าหากขาด CEO คนนี้เป็นผู้บริหาร คงน่าจะทำให้องค์กรถดถอย
ถอยหลังหรือองค์กรอาจจะล้มไม่เป็นท่า
สิ่งต่างๆ เหล่านี้ ยังหมายรวมถึงทายาททางการบริหาร หุ้นส่วน หรือพันธมิตรธุรกิจ ที่จะก้าวขึ้นมาบริหารด้วย เหตุนี้เอง จึงทำให้ผู้บริหารระดับรองๆลงมา หัวหน้างาน รวมไปถึงพนักงานอีกบางส่วน ไม่ค่อยมีความเชื่อมั่นในตัวผู้บริหาร
ความกังวล และความเครียด จึงถูกโยนกลับไปที่เหล่าบรรดา CEO ทั้งหลาย เพราะฉะนั้น ยิ่งมาดูคำพูดของ "Richard E.Cavanagh,CEO และประธานในการประชุมครั้งนี้ เขาบอกว่า
"สำหรับ CEO ที่ไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องความท้ายในการบริหาร เขาอาจไม่รู้สึกมีความกังวลเท่าใดนัก เพราะไม่รู้จะกังวลไปทำไม เพราะองค์กรก็เป็นของเขาอยู่แล้ว ดังนั้น เมื่อเขาไม่สามารถบริหารต่อไปได้ เขาก็ให้ลูก หลานบริหารต่อ ส่วนจะสำเร็จ หรือไม่สำเร็จอย่างไรเป็นอีกเรื่องหนึ่ง"
"ขณะที่ CEO ที่อยู่ในสมาคมบริษัทของสหรัฐอเมริกา คนเหล่านี้ค่อนข้างจะกังวล เพราะเขารู้ดีว่า สิ่งที่เขากรุยทางผ่านมา จนกระทั่งประสบความสำเร็จ จะต้องมีคนสานต่อ เพราะอย่าลืมว่า ในองค์กรหนึ่ง ไม่ได้มีแค่ผู้บริหารระดับสูงอย่างเดียว หากมีพนักงานส่วนอื่นๆ อีกเป็นร้อยเป็นพันคน"
"เพราะฉะนั้น จากการสำรวจจึงพบว่า CEO ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องเหล่านี้ ค่อนข้างจะมีความกังวลมาก และแนวโน้มก็จะเพิ่มมากขึ้นด้วย เมื่อเทียบกับปีผ่านๆ มา"
ผลเช่นนี้เอง เมื่อมาดูผลการประชุมบอร์ดของ "CEO Challenge 2006 : Top 10 Challenges" จึงพบว่าในเหล่าบรรดา CEO ทั่วโลก ที่ต่างมีความกังวลในเรื่องของการรักษาองค์กร และการเติบโตขององค์กร ล้วนแยกออกได้เป็น 3 ส่วนดังนี้คือ
หนึ่ง CEO ในภูมิภาคเอเชียมองว่า การเติบโตขององค์กรเป็นเรื่องที่น่ากังวลถึง 42.2% ตามด้วยการรักษาองค์กรให้มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง 41.3%
ซึ่งรวมถึงความรวดเร็ว ความยืดหยุ่น และสามารถปรับเปลี่ยนได้ดีในการเติบโตถึง 41.3% การบริการลูกค้า 35.6% การผลักดันอย่างรวดเร็วสู่ตลาด 33.3% และภาพลักษณ์โดยรวมขององค์กร 33.3% เช่นกัน
สอง CEO องค์กรในแถบทวีปยุโรป ต่างมีความกังวลเกี่ยวกับการก้าวกระโดด และการยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงในตลาดการค้า 39.4% กำไรขององค์กร 38.4% และการรักษาองค์กรให้มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง 37.0%
สาม องค์กรในสหรัฐอเมริกาค่อนข้างจะให้ความสำคัญเกี่ยวกับการรักษาองค์กร โดยให้มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง 39.4% การวางกลยุทธ์ด้านการบริหาร 38.4% การบริการลูกค้า 37.0% และอัตราการเติบโตของกำไร 27.2%
สิ่งต่างๆ เหล่านี้ หากมองภาพรวมจะเห็นว่าการเติบโตขององค์กร การก้าวกระโดด และการยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงในตลาดการค้า และการรักษาองค์กร ดูจะเป็นเปอร์เซ็นต์เทรด ที่เหล่าบรรดา CEO มีความกังวลมากที่สุด
แต่กระนั้น เมื่อมาดูแนวโน้ม หรือกระแสขององค์กรโลกที่จะต้องรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในปี 2007 ทางสถาบัน AMA แห่งสหรัฐอเมริกา จึงต่างมองเห็นว่า สำหรับ CEO ที่บริหารองค์กรประสบความสำเร็จ มักจะให้ความสำคัญกับการให้บริการลูกค้ามากที่สุด
เพราะองค์กรเหล่านั้นเชื่อว่า ความสำเร็จที่เกิดขึ้น ลูกค้าจะต้องได้รับการบริการอย่างยอดเยี่ยม ขณะที่ CEO ที่บริหารองค์กรประสบความสำเร็จน้อยที่สุด มักจะมองแต่เรื่องการแข่งขันในตลาดมากกว่า
ผลเช่นนี้เอง จึงไปสอดรับกับคำพูดของ "Linda Barrington" Research Director and Labor Economist at The Conference Board ที่มองว่า
"องค์กรที่ประสบความสำเร็จน้อยที่สุด จะมุ่งเน้นการเข้าถึงตลาด เพราะเขาคิดว่าองค์กรของตน ยังคงต้องการพัฒนาเพื่อการแข่งขันทางธุรกิจ"
ขณะเดียวกัน ทางสถาบัน AMA แห่งสหรัฐอเมริกา ยังมีความเชื่อว่า แนวโน้มในอนาคต CEO ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด หรือน้อยที่สุด จะต้องพยายามก้าวกระโดด เพื่อนำองค์กรของตนเข้าไปสู่ตลาด และเทคโนโลยีสมัยใหม่
ทั้งยังจะต้องรวมกลุ่มอุตสาหกรรม บวกกับปัจจัย และสภาวะเศรษฐกิจรอบด้าน นั่นหมายถึงว่าทั้งในอเมริกาเหนือ และอเมริกาใต้ จะต้องให้ความสำคัญกับเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยของโรงงานการผลิต และบุคลากรเป็นอย่างมากด้วย
เพราะปัจจัยดังกล่าวเป็นปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้ CEO บริหารองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่ปัจจัยอื่นๆ อย่างการควบรวมกิจการ การบริหารเงินหมุนเวียน งบประมาณ และหนี้เสีย ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่ง ที่ CEO จะต้องนำมาขบคิดเช่นกัน
พร้อมๆ กับการวางกลยุทธ์เพื่อรักษาองค์กรให้มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องด้วย
สิ่งต่างๆ เหล่านี้ เมื่อมาดูอย่างเทียบเคียงกับองค์กรในประเทศไทย จะพบว่าผลการสำรวจดังกล่าว แม้จะไม่เหมือนกับการบริหารองค์กรของ CEO ในเมืองไทยเท่าไหร่นัก
แต่แนวโน้มเชื่อว่าน่าจะละม้ายคล้ายคลึงกันมากขึ้น
เพราะอย่างที่ทราบองค์กรชั้นนำของประเทศไทยหลายแห่ง ต่างบริหารองค์กรโดยใช้มือปืนรับจ้าง ดังนั้น เมื่อเขาหมดวาระ ถ้ามีใครสามารถบริหารต่อเนื่องได้ ก็ดีไป
แต่ถ้าไม่ องค์กรก็จะเกิดปัญหา
ขณะที่อีกหลายๆ องค์กรในประเทศไทย บริหารโดยทายาท ดังนั้น ถ้าทายาททางการบริหารมีความเป็นผู้นำ มีวิสัยทัศน์ และมองเห็น ผู้บริหาร หัวหน้างาน รวมถึงพนักงานระดับล่างเป็นครูทางธุรกิจ ก็อาจทำให้องค์กรนั้นๆประสบความสำเร็จได้
แต่ถ้าไม่ ก็จบเห่เช่นกัน
ดังนั้น การที่ "ประชาชาติธุรกิจ" นำเสนอผลสำรวจในเรื่องเกี่ยวกับที่เหล่าบรรดา CEO ทั่วโลกต่างมีความกังวล จึงนับเป็นกรณีศึกษาอย่างหนึ่ง
ที่อยากให้องค์กรในประเทศไทยนำไปศึกษา !
เพราะจากแนวโน้มในอนาคต เชื่อว่าเหล่าบรรดา CEO ในเมืองไทย จะต้องประสบปัญหาเช่นนี้อย่างแน่นอน
ทั้งนั้นคงขึ้นอยู่กับเหล่าบรรดา CEO ในเมืองไทยแล้วว่าจะรับมือกับปัญหานี้อย่างไร ?
หน้า 52
ที่มา :หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ |