สัญญาจ้างระบุห้ามทำงานกับคู่แข่ง บังคับได้หรือ เป็นการจำกัดสิทธิในการประกอบอาชีพหรือไม่ : SIAMHRM.COM

สัญญาจ้างระบุห้ามทำงานกับคู่แข่ง บังคับได้หรือ เป็นการจำกัดสิทธิในการประกอบอาชีพหรือไม่




สัญญาจ้างระบุห้ามทำงานกับคู่แข่ง บังคับได้หรือ เป็นการจำกัดสิทธิในการประกอบอาชีพหรือไม่

 


                  ในการว่าจ้างพนักงานในบางตำแหน่ง  ซึ่งล่วงรู้ความลับทางการค้า วิธีการทางการทำงาน เช่นการตลาด การผลิต ฯลฯ ข้อมูลเหล่านี้บริษัทนายจ้างถือเป็นข้อเปรียบทางการค้า ในการรับลูกจ้างเข้าทำงาน   การทำสัญญาจ้างแรงงานนายจ้างมักกำหนดไว้ในสัญญาเพื่อป้องกันบริษัทคู่แข่ง ดึงตัว  หรือตัวลูกจ้างเองไปดำเนินการประกอบกิจการแข่งขัน หรือนำความลับหรือข้อมูลทางการค้าไปประกอบธุรกิจแข่งขันกับบริษัทนายจ้าง  ดังนั้นการตัดสินใจในการทำสัญญาจ้างลูกจ้างจึงต้องพิจารณาดูและตัดสินใจว่าตนพร้อมที่จะผูกพันตามสัญญาดังกล่าวหรือไม่

 


                        ในประเด็นดังกล่าวเมื่อทำสัญญาจ้างไปแล้ว  กรณีมีปัญหาลูกจ้างจะอ้างว่าการทำสัญญาดังกล่าวนั้นไม่ผูกพันตน  ตนไม่ตั้งใจทำสัญญาดังกล่าว เพราะที่ต้องเซ็นในสัญญาเพียงเพื่อต้องการเข้าทำงานเท่านั้น  ไม่มีเจตนาผูกพันตามสัญญา (ซึ่งฟังไม่ขึ้น) หรือการทำสัญญาดังกล่าวเป็นการจำกัดการประกอบอาชีพอันต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ เป็นโมฆะ บังคับไม่ได้ตามกฎหมาย  ลุูกจ้างจะอ้างได้หรือไม่     พิจารณาจากฎีกานี้ดู   

 

ฎีกาที่  ๑๒๕๕๒/๒๕๕๖

                        ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า  โจทก์ประกอบกิจการรับออกแบบ สร้าง ติดตั้งเครื่องกรองน้ำ เครื่องปรับปรุงคุณภาพน้ำ ระบบบำบัดน้ำเสีย และจำหน่ายเคมีภัณฑ์เกี่ยวกับการปรับสภาพน้ำ และบำบัดน้ำเสีย  วันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๔๕  โจทก์จ้างจำเลยทำงานเป็นลูกจ้าง ตำแหน่งสุดท้ายเป็นวิศวกรขายอาวุโส  ตามสัญญาจ้างแรงงานข้อ ๑๐ ระบุภายในกำหนดระยะเวลา  ๑๘ เดือน นับแต่วันที่ทำสัญญาสิ้นสุดลงไม่ว่าด้วยเหตุผลใด ๆ  พนักงานสัญญาว่าจะไม่ทำงาน  เกี่ยวข้อง หรือ มีส่วนร่วมดำเนินการไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมกับบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นซึ่งประกอบธุรกิจหรือกิจการในลักษณะอย่างเดียวกัน และแข่งขันกับธุรกิจหรือกิจการของบริษัท ไม่ว่าจะได้รับค่าตอบแทนหรือไม่ก็ตาม โดยไม่ได้รับความยินยอมจากบริษัท หากพนักงานฝืนสัญญาข้อนี้  พนักงานยินยอมให้ปรับเงินเป็นจำนวน ๒ เท่า  ของอัตราเงินเดือนขั้นสุดท้ายก่อนสัญญาสิ้นสุดคูณด้วย ๑๘ เดือน  วันที่ ๔ ตุลาคม ๒๕๔๙  จำเลยลาออกจากการเป็นลูกจ้างและในวันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๔๙  จำเลยเข้าทำงานเป็นลูกจ้างบริษัท พ.  ซึ่งประกอบกิจการค้าธุรกิจในลักษณะอย่างเดียวกันกับของโจทก์และแข่งขันกับธุรกิจของโจทก์  โดยมีตำแหน่งเป็นวิศวกรขายงานโรงงาน แล้ววินิจฉัยว่า  ตามสัญญาดังกล่าวมิใช่เป็นการห้ามจำเลยมิให้กระทำโดยเด็ดขาด  จำเลยอาจกระทำได้เมื่อได้รับความยินยอมจากโจทก์  การกระทำที่ห้ามนั้นเป็นการห้ามเฉพาะกิจการในลักษณะอย่างเดียวกัน  และแข่งขันกับธุรกิจหรือกิจการของโจทก์  ทั้งกำหนดเวลาที่ห้ามไว้ก็เพียง ๑๘ เดือน  นับแต่สัญญาจ้างแรงงานสิ้นสุดเท่านั้น  ลักษณะของข้อสัญญาเป็นการก่อให้เกิดหนี้ในการงดเว้นการกระทำตามที่กำหนด  โดยเจตนาของคู่กรณีเช่นนี้ไม่เป็นการตัดการประกอบอาชีพของจำเลยทั้งหมดทีเดียว เพียงแต่เป็นการห้ามเข้าเป็นลูกจ้างบริษัทที่ประกอบกิจการอย่างเดียวกับโจทก์และแข่งขันกับโจทก์ในระยะเวลาหนึ่งคือ ๑๘ เดือน เท่านั้น  และกำหนดไว้ไม่นานเกินสมควร  เป็นสัญญาต่างตอบแทนที่รักษาสิทธิและประโยชน์ของคู่กรณีที่เป็นไปโดยชอบในเชิงของการประกอบธุรกิจ  ไม่เป็นการปิดการทำมาหาได้ของจำเลยโดยเด็ดขาดจนไม่อาจดำรงอยู่ได้   ข้อตกลงดังกล่าวนี้จึงไม่เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนมีผลใช้บังคับได้ไม่เป็นโมฆะและข้อตกลงดังกล่าวนี้เป็นข้อตกลงที่ไม่ทำให้จำเลยถูกจำกัดสิทธิและเสรีภาพซึ่งจำเลยต้องรับภาระมากกว่าที่จะพึงคาดหมายได้ตามปกติ  ดังนั้นข้อตกลงดังกล่าวมีผลใช้บังคับได้ไม่เป็นโมฆะ เห็นว่า คำวินิจฉัยของศาลแรงงานกลางดังกล่าวชอบแล้ว  ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย  ที่จำเลยอุทธรณ์ว่าข้อสัญญาเป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพตกเป็นโมฆะใช้บังคับไม่ได้  จึงฟังไม่ขึ้น


   หรือ กดปุ่ม Ctrl+P (หรือคลิกที่เมนู File และ Print ของโปรแกรมเว็บเบราเซอร์) เมื่อต้องการพิมพ์เครื่องพิมพ์

SIAMHRM.COM : ศูนย์รวมข้อมูลด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์
Web Partner : JOBSIAM.COM | FREEJOBTHAI.COM | JOBDUZY.COM