ประกันสังคมที่เหมาะสมกับแรงงานข้ามชาติ มองมุมไหนในมิติ AEC? : SIAMHRM.COM

ประกันสังคมที่เหมาะสมกับแรงงานข้ามชาติ มองมุมไหนในมิติ AEC?



คณะทำงานติดตามประกันสังคมที่เหมาะสมกับแรงงานข้ามชาติ  ระบุมีแรงงานจำนวนมากที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตน เหตุนายจ้างบาง รายไม่ยอมแจ้งนำลูกจ้างเข้าประกันสังคม แต่หักเก็บเงินค่าจ้างลูกจ้าง ชี้กฎหมายประกันสังคมยังไม่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของแรงงานข้ามชาติ พร้อมเสนอแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายประกันสังคมให้ครอบคลุมแรงงานทุกสัญชาติ
 
คณะทำงานติดตามประกันสังคมที่เหมาะสมกับแรงงานข้ามชาติ  ระบุมีแรงงานจำนวนมากที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตน เหตุนายจ้างบาง รายไม่ยอมแจ้งนำลูกจ้างเข้าประกันสังคม แต่หักเก็บเงินค่าจ้างลูกจ้าง ชี้กฎหมายประกันสังคมยังไม่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของแรงงานข้ามชาติ พร้อมเสนอแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายประกันสังคมให้ครอบคลุมแรงงานทุกสัญชาติ
 
ที่ห้องประชุมชั้น 19 สำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย (คปก.)วันนี้  (30 ก.ย.) คณะกรรมการพิจารณาปรับปรุงและพัฒนากฎหมายด้านสวัสดิการสังคม (คปก.) ร่วมกับ คณะทำงานติดตามประกันสังคมที่เหมาะสมกับแรงงานข้ามชาติ  เครือข่ายประชากรข้ามชาติ (MWG)และเครือข่ายปฏิบัติการเพื่อแรงงานข้ามชาติ (ANM)ร่วมกันจัดงานสัมมนาทางวิชาการเรื่อง  “ประกันสังคมที่เหมาะสมกับแรงงานข้ามชาติ มองมุมไหนในมิติ AEC
 
นายบัณฑิต แป้นวิเศษ คณะกรรมการปฏิบัติการเครือข่ายเพื่อแรงงานข้ามชาติกล่าวว่า ปัจจุบันข้อมูลตัวเลขแรงงานข้ามชาติ 3  สัญชาติ (พม่า ลาว กัมพูชา) ที่ได้รับอนุญาตทำงานในประเทศไทยอย่างถูกต้องตามกฏหมาย โดยการบันทึกของสำนักงานบริหารแรงงานต่างด้าว กรมจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ประมาณ 977,195 คน ในขณะที่ตัวเลขของกรมจัดหางาน กระทรวงแรงงาน เดือนกรกฎาคม 2555  และองค์กรแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) มีตัวเลขแรงงานข้ามชาติ 3  สัญชาติ ประมาณ 1.3 ล้านคน ซึ่งสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาแห่งประเทศไทย (TDRI) และหน่วยงานที่ทำงานเกี่ยวข้อง ได้ประมาณการว่ามีจำนวนแรงงานข้ามชาติสามสัญชาติ ที่ทั้งจดทะเบียน และไม่ผ่านการจดทะเบียน มีไม่น้อยกว่า 2-3 ล้านคนทั่วประเทศ
 
คณะกรรมการปฏิบัติการเครือข่ายเพื่อแรงงานข้ามชาติกล่าวว่า ก่อนหน้านี้คณะกรรมการพัฒนารูปแบบกลไก เพื่อการเข้าถึงหลักประกันทางสังคม ที่เหมาะสมสำหรับแรงงานข้ามชาติและองค์กรภาคีเครือข่าย ได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการกับแกนนำสหภาพแรงงาน และแกนนำแรงงานข้ามชาติ พบว่า แรงงานข้ามชาติส่วนใหญ่เข้าไม่ถึงระบบประกันสังคม เนื่องจากนายจ้างบางรายไม่ยอมแจ้งนำลูกจ้างเข้าประกันสังคม แต่มีการหักเก็บเงินค่าจ้างลูกจ้างไป แล้วอ้างว่าจะนำเงินส่งประกันสังคมให้ หรือกรณีการเข้าไม่ถึงข้อมูลในด้านการใช้สิทธิ และช่องทางการไปใช้สิทธิประกันสังคม ทำให้แรงงานข้ามชาติที่เป็นสมาชิกประกันสังคมส่วนใหญ่ จะไปหาซื้อยาตามร้านขายยา หรือไปรักษาที่คลินิกใกล้สถานที่พักของตนเอง
 
นอกจากนี้แล้วจากการเปิดเผยข้อมูลของนายจีรศักดิ์ สุคนธชาติ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ระบุว่าแรงงานข้ามชาติที่ผ่านการพิสูจน์สัญชาติแล้วจะต้องเข้าสู่ระบบประกันสังคม โดยกลุ่มแรงงานข้ามชาติที่ต้องเข้าสู่ระบบประกันสังคมในปีแรก คือปี 2553 แต่เมื่อเดือนตุลาคม 2555 สำนักงานประกันสังคมระบุว่ามีแรงงานข้ามชาติเข้าสู่ระบบประกันสังคมเพียง 217,927 คน ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนสถิติตัวเลขที่น้อยมากเมื่อเทียบกับจำนวนของแรงงานข้ามชาติทั้งหมด
 
นายบัณฑิตกล่าวว่า สาเหตุที่แรงงานข้ามชาติเข้าสู่ระบบประกันสังคมน้อยเนื่องจากระบบประกันสังคมถูกออกแบบมาใช้สำหรับพลเมืองไทย ที่ต้องได้รับการคุ้มครองในระหว่างการทำงานจนถึงวัยชรา หรือหลังเกษียณอายุในการทำงาน แต่กลุ่มแรงงานข้ามชาติอยู่อาศัยทำงานได้เพียง 4 ปี ต้องเดินทางกลับประเทศตนเอง ตามเงื่อนไขนโยบายรัฐเรื่องการพิสูจน์สัญชาติ และกฎหมายแรงงานต่างด้าว 2551  ส่งผลให้แรงงานข้ามชาติเข้าไม่ถึงการใช้สิทธิประโยชน์ที่เหมาะสม ตามมาตรา 33 ของกฎหมายประกันสังคม เช่น สิทธิประโยชน์ในการรักษาพยาบาล,ลาคลอด,เงินสงเคราะห์บุตร,ชดเชยการขาดรายได้,การประกันการว่างงาน,และบำนาญชราภาพ  
 
อีกทั้งปัจจุบันมีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. ... ที่เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร และผ่านการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างกฎหมายประกันสังคมวาระ 1 ไปสู่วาระ 2  และ 3  โดยทั้งนี้มีมาตราที่น่าเป็นห่วง และมีผลต่อการปรับสิทธิประโยชน์ของแรงงานข้ามชาติในอนาคต รวมถึงการเกี่ยวร้อยต่อนโยบายรัฐบาลที่จะนำแรงงานข้ามชาติเข้าเมืองทำงานแบบถูกกฎหมาย และได้รับการคุ้มครองอย่างเท่าเทียมในมิติประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)
 
ดังนั้น คณะกรรมการพิจารณาปรับปรุงและพัฒนากฎหมายด้านสวัสดิการสังคม ในนามคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ร่วมกับคณะทำงานติดตามประกันสังคมที่เหมาะสมกับแรงงานข้ามชาติ เห็นความจำเป็นที่จะทำงานติดตามต่อเนื่องและเพื่อสร้างทางเลือก โดยอาศัยข้อมูลเชิงปรากฏการด้านสถานการณ์ปัญหาเชิงลึก และการสร้างเสริมรูปแบบกลไกการเข้าถึงสิทธิประโยชน์เกี่ยวกับนโยบาย และกฎหมายแรงงานที่เกี่ยวข้องจากพื้นที่สู่นโยบาย ในทางปฏิบัติแบบมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน  สู่การรณรงค์ปรับเปลี่ยนเชิงนโยบายด้านสิทธิประโยชน์ทางกฎหมายประกันสังคม ในการคุ้มครองแรงงานข้ามชาติในอนาคตอย่างมีประสิทธิภาพ และเพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน (AEC) 2558 อีกด้วย
 
นายชาลี ลอยสูง ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทยกล่าวว่า แรงงานข้ามชาติที่เข้ามาอย่างถูกฎหมายทุกคนควรจะได้รับสิทธิอย่างเท่าเทียมกัน เนื่องจากตอนเราเรียกเก็บเงินประกันสังคมเราเรียกเก็บแบบไม่มีเงื่อนไข แต่ทำไมเมื่อเราจะจ่ายเงินประกันถึงมีเงื่อนไขและข้อจำกัด นอกจากนี้การเข้ามาเป็นผู้ประกันตนน่าจะมีสิทธิตั้งแต่วันแรกที่จ่ายเงินไป ตนได้มีการเสนอให้มีการปรับระยะเวลาในการใช้สิทธิประโยชน์ให้เริ่มต้นหลังจากเข้าเป็นผู้ประกันตนได้เลยทั้งนี้จะเป็นผลดีต่อการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปีพ.ศ. 2558เหมือนบริษัทเอกชนที่ทำประกันชีวิตแล้วได้รับความคุ้มครองตั้งแต่วันแรก แต่เงินประกันสังคมกว่าแรงงานข้ามชาติจะได้รับสิทธิครอบคลุมจะต้องใช้เวลา 1-3 เดือนหลังจากที่ได้จ่ายเงินไปแล้ว ซึ่งแรงงานในประเทศอาเซียนสามารถเคลื่อนย้ายได้อย่างเสรี ซึ่งจะทำให้แรงงานข้ามชาติเข้ามาอยู่ในประเทศไทยมากยิ่งขึ้น
 
ดังนั้นประเทศไทยควรมีมาตรการในการรองรับแรงงานเหล่านี้ให้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะแรงงานข้ามชาติที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยแบบเหมาช่วงหรือเอ้าท์ซอส ประกันสังคมยังไม่ได้เข้าไปดูแลแรงงานในส่วนนี้ เมื่อเรารู้ปัญหาแล้วเราก็ควรจะต้องรีบแก้ไข ทั้งนี้ในเรื่องสิทธิและเสรีภาพก็ควรเปิดโอกาสให้แรงงานข้ามชาติโดยรัฐจะต้องพิจารณารับรองอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 87 และ 98 ที่อนุญาตให้แรงงานมีสิทธิรวมตัวเพื่อจัดตั้งสหภาพแรงงานได้หากถูกนายจ้างเอารัดเอาเปรียบ ไม่ใช่ต้องทนยอมรับสภาพเหมือนในปัจจุบัน
 
นายบัณฑิตย์ ธนชัยเศรษฐวุฒิ ตัวแทนจากมูลนิธิอารมณ์ พงศ์พงัน กล่าวว่า ปัญหาของแรงงานข้ามชาติกับการเข้าถึงสิทธิประกันสังคมยังมีการเลือกปฏิบัติ และไม่สามารถเข้าถึงสิทธิได้เหมือนลูกจ้างไทย  เนื่องจากนายจ้างจะรับผิดชอบจ่ายเงินทดแทนโดยตรงแก่แรงงานข้ามชาติเฉพาะรายที่ประสบอันตราย  ทั้งนี้ ประกันสังคมได้ระบุเป็นนโยบายว่าจะดูแลแรงงานข้ามชาติเฉพาะในส่วนของแรงงานที่เข้าเมืองที่ถูกกฎหมายและแรงงานที่ผ่านการพิสูจน์สัญชาติแล้วเท่านั้น ซึ่งตนเห็นว่านโยบายดังกล่าวขัดแย้งกับกฎหมายประกันสังคมซึ่งให้การดูแลลูกจ้างทุกคนโดยไม่เลือกปฏิบัติอันเนื่องมาจากเชื้อชาติและอื่นๆ จึงอยากให้ประกันสังคมทบทวนนโยบายดังกล่าวอย่างจริงจัง ซึ่งผลกระทบจากนโยบายเห็นได้ชัดคือกรณีการทำงานและส่วนใหญ่มักเป็นกรณีบาดเจ็บสาหัสและต้องมีการร้องเรียนถึงพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ต้องออกคำสั่งให้นายจ้างจ่ายเงินทดแทน แต่นายจ้างบางรายนั้นก็ยังเกลี้ยกล่อมต่อรองจ่ายเงินทดแทนให้แรงานข้ามชาติน้อยและล่าช้ากว่าที่กฏหมายกำหนดไว้  
 
นอกจากนี้ตนเห็นว่าควรมีการปรับปรุงกฎหมายประกันสังคมเนื่องจากเป็นการออกแบบสำหรับผู้ประกันตนที่เป็นคนไทยเท่านั้น ซึ่งในการปรับปรุงกฎหมายประกันสังคมนั้นการให้ความคุ้มครองแรงงานข้ามชาติกรณีเจ็บป่วย ควรเป็นความรับผิดชอบตามสิทธิประโยชน์ของสำนักงานประกันสังคมเช่นเดิม รวมถึงกรณีค่าชดเชยในการเจ็บป่วย รวมถึงกรณีของการคลอดบุตร แต่ทั้งนี้สำนักงานประกันสังคมควรจะเลือกทำสัญญากับกระทรวงสาธารณสุขเพื่อใช้รูปแบบการบริการแบบประกันสุขภาพของแรงงานข้ามชาติ ซึ่งจะครอบคลุมถึงการดูแลด้านการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ซึ่งสิทธิประโยชน์ของประกันสังคมไม่ได้ครอบคลุมในส่วนนี้ ส่วนสิทธิประโยชน์กรณีชราภาพทางเครือข่ายเห็นพ้องกับข้อเสนอของรัฐบาลที่จะให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมในมาตรา 77 ทวิ ซึ่งจะให้แรงงานข้ามชาติสามารถขอรับเงินบำเหน็จในกรณีที่สิ้นสุดสัญญาจ้างและต้องการกลับประเทศต้นทาง ไม่ต้องรอให้อายุครบ 55 ปี
 
ขณะที่นางสุนี ไชยรส รองประธานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย กล่าวว่า ขณะนี้กฎหมายประกันสังคมในประเทศไทยที่บังคับใช้ทั้งคนไทยและแรงงานข้ามชาติพันกันเหมือนงูกินหาง สิ่งสำคัญคือเราควรพูดคุยกันในเรื่องเงื่อนไขของการปรับแก้กฎหมายที่จะสามารถรองรับกับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน กฎหมายเรานั้นจะต้องทำให้ทุกคนที่เป็นแรงงานในประเทศอาเซียนได้รับความคุ้มครองอย่างเท่าเทียมกัน โดยยึดหลักของมาตรฐานสากลซึ่งขณะนี้ก็เหลือระยะเวลาอีก 3 ปี ทุกประเทศก็จะเปิดประเทศอย่างเสรี เราจึงควรใช้เวลานี้ในการปรับแก้กฎหมายให้รองรับกับทุกสถานการณ์ของแรงงานดีกว่าต้องมานั่งแก้ใหม่หลังจากเปิดเสรีอาเซียนแล้วเพราะจะทำให้เกิดความยุ่งยาก
 
ด้านนายดร.อารักษ์ พรหมมณี รองเลขาธิการประกันสังคมกล่าวว่า ตามหลักการของประกันสังคมจะให้ความคุ้มครองกับแรงงานในระบบดังนั้นสิ่งที่เป็นปัญหาคือแรงงานนอกระบบที่เราจะต้องมาพิจารณาว่าแรงงานเหล่านี้จะเข้าถึงสิทธิได้อย่างไรและได้รับการดูแลอย่างไร ทั้งนี้ปัจจุบันแรงงานนอกระบบก็กำลังจะกลายเป็นแรงงานในระบบซึ่งปัจจุบันมีแรงงานขึ้นทะเบียนประกันสังคมแล้ว 342,236 คน จากแรงงานทั้งหมด 1 ล้าน 5 แสนกว่าคน และในส่วนที่เหลือก็กำลังอยู่ในระหว่างการบริการจัดการ  อย่างไรก็ตามประกันสังคมมีแนวคิดที่จะสร้างการปฏิบัติที่มีความเท่าเทียมแต่ต้องอยู่บนพื้นฐานที่มีความเหมาะสมและต้องดูเงื่อนไขของการทำงานและระยะเวลาในการพำนักในประเทศไทยรวมถึงจะต้องสร้างข้อตกลงในเรื่องสิทธิประกันสังคมกับกลุ่มอาเซียน ซึ่งถ้าเรามีข้อตกลงได้เรื่องการเปิดเข้าสู่ประชาคมอาเซียนเราก็จะไม่มีปัญหาในเรื่องนี้
ที่มา : http://www.prachatai.com/journal/2013/09/49006

   หรือ กดปุ่ม Ctrl+P (หรือคลิกที่เมนู File และ Print ของโปรแกรมเว็บเบราเซอร์) เมื่อต้องการพิมพ์เครื่องพิมพ์

SIAMHRM.COM : ศูนย์รวมข้อมูลด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์
Web Partner : JOBSIAM.COM | FREEJOBTHAI.COM | JOBDUZY.COM