“ผลักดัน - ดึงดูด” อะไร “แรง” กว่ากัน ? (1) : SIAMHRM.COM

“ผลักดัน - ดึงดูด” อะไร “แรง” กว่ากัน ? (1)




ช่วงเวลาในเดือนมีนาคม เมษายน ที่อากาศแปรปรวนอยู่บ่อยๆในช่วงนี้
อาจเป็นเวลาสุขสันต์ (Happy Time) ของใครหลายๆ
คนที่ทำงานในองค์กรที่มีการปรับเงินเดือนและจ่ายโบนัสตามผลงานประจำปี ในช่วงเวลานี้

      
       สิ่งที่เราพบเห็นกันส่วนใหญ่คือ
พนักงานและผู้บริการต่างเฝ้ารอ “วันนี้ที่รอคอย” ที่จะทราบว่า จะได้รับโบนัสเท่าไร
เงินเดือนขึ้นกี่เปอร์เซ็นต์ ช่างเป็นช่วง Happy Time และ The Right Time
ที่เหล่ามนุษย์เงินเดือนจะได้นำโบนัสที่ได้รับไปใช้จ่ายในช่วงพักผ่อนหน้าร้อนและฉลองวันสงกรานต์กันอย่างมีความสุข
      
       ถึงแม้จะเป็นช่วง
Happy Time ของหลายๆ คน
แต่ก็ยังคงมีคนบางกลุ่มที่ต้องรอลุ้นหลังวันจ่ายโบนัสเช่นเดียวกัน
พอทราบไหมคะว่าลุ้นอะไรกัน
ลุ้นว่าจะมีคนมายื่นใบลาออกหลังวันจ่ายโบนัสนั่นอย่างไรล่ะคะ
      
       บรรดาผู้บริหารในหลายๆ
องค์กรมีความตื่นเต้นและลุ้นระทึกว่าจะมีพนักงานระดับหัวกะทิ หรือพนักงานดาวเด่น
(Talent) มาตีตัวจากไปหาบรรดาองค์กรคู่แข่งบ้างหรือเปล่า นับเป็น Happy Time และ
Unhappy Time ของทั้งพนักงานและผู้บริหารในช่วง Summer Time
นี้กันเลย
      
       ผู้เขียนอยากจะแบ่งปันให้กับท่านผู้อ่านว่า
ปัจจัยในการที่ทำให้คนต้องออกจากงานนั้นมีอะไรบ้าง เราสามารถแบ่งออกได้เป็น 2
ปัจจัยคือ
      
       ปัจจัยผลักดัน (Push Factor)
ปัจจัยนี้เกิดขึ้นเนื่องจากแรงกดดันและผลักดันให้พนักงานลาออกจากงานอันเนื่องมาจากภายในองค์กรเอง
อาทิเช่น มีความเครียดในงานสูง (Work Stress)
งานมีความยากในการที่จะทำให้ประสบผลสำเร็จ (Work Difficulty)
ในที่นี้อาจจะหมายรวมถึง
การที่พนักงานได้รับเป้าหมายในการทำงานที่สูงเกินไปหรือยากที่จะทำให้สำเร็จได้
      
       เช่น
พนักงานขายที่ต้องรับผิดชอบยอดขายที่สูงเกินกว่าความเป็นจริง ถึงแม้จะเป็น Super
Salesman ก็ไม่สามารถทำยอดขายให้บรรลุเป้าหมายได้ หรือในกรณีของพนักงานทั่วไป
หรือในระดับผู้บริหารที่ได้รับ KPI (Key Performance Indicator)
ในเรื่องต่างๆที่ยากจะบรรลุผลได้ด้วยความสามารถและเครื่องมือในการทำงานที่ได้รับมอบหมายก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่เป็นตัวผลักดันให้คนออกจากองค์กรนั้นๆ
ในที่สุด
      
       เรื่องของ Work/Life Balance
การจัดสมดุลระหว่างงานกับชีวิตส่วนตัว
ก็เป็นประเด็นหลักที่ทำให้คนถอดใจลาออกจากองค์กรไป แต่จากการวิจัยในหลายๆสำนักพบว่า
Push Factor ที่สำคัญที่สุดก็คือ Supervisor หรือ Manager นั่นเอง ผลการวิจัยพบว่า
พนักงานส่วนใหญ่ลาออกจากงานอันเนื่องมาจากความสัมพันธ์ระหว่างตัวพนักงานกับหัวหน้างานนั่นเอง
ดังที่มีคำกล่าวว่า “The employee didn’t leave the work but they leave their
managers.” นั่นคือ
“พนักงานนั้นไม่ได้ลาออกเพราะงานแต่ลาออกเพราะแค่อยากลาจากหัวหน้างาน” นั่นเอง
 

 

โดย ผู้จัดการ 360° รายสัปดาห์


   หรือ กดปุ่ม Ctrl+P (หรือคลิกที่เมนู File และ Print ของโปรแกรมเว็บเบราเซอร์) เมื่อต้องการพิมพ์เครื่องพิมพ์

SIAMHRM.COM : ศูนย์รวมข้อมูลด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์
Web Partner : JOBSIAM.COM | FREEJOBTHAI.COM | JOBDUZY.COM