สรุปหลักกฎหมายคุ้มครองแรงงานชุดที่ 1 : SIAMHRM.COM

สรุปหลักกฎหมายคุ้มครองแรงงานชุดที่ 1


สรุปหลักกฎหมายคุ้มครองแรงงานชุดที่ 1

 มีสาระสำคัญครอบคลุมเรื่องเวลาทำงาน ค่าจ้าง การสิ้นสุดสัญญาจ้าง และสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ดังนี้ 

1. เวลาทำงานและเวลาพัก

  • เวลาทำงานปกติ: กฎหมายกำหนดให้ทำงานไม่เกิน 8 ชั่วโมงต่อวัน และไม่เกิน 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ หากเป็นงานที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพต้องไม่เกิน 7 ชั่วโมงต่อวัน และไม่เกิน 42 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
  • การทำงานล่วงเวลา (OT): นายจ้างจะให้ลูกจ้างทำได้ต่อเมื่อ ได้รับความยินยอมจากลูกจ้างเป็นคราว ๆ ไป หากนายจ้างไม่ได้สั่งให้ทำแม้ลูกจ้างจะทำงานเกินเวลาเองก็ไม่ถือว่าเป็นงานล่วงเวลา
  • เวลาพัก: กฎหมายกำหนดให้มีเวลาพักไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมงต่อวัน หลังจากทำงานมาแล้วไม่เกิน 5 ชั่วโมง หากนายจ้างให้ทำงานในช่วงเวลาพัก นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างสำหรับช่วงเวลานั้นด้วย

2. ค่าจ้าง (Wages)

  • นิยาม: คือเงินที่นายจ้างจ่ายเพื่อ ตอบแทนการทำงานในเวลาปกติ
  • สิ่งที่ไม่ใช่ค่าจ้าง:
    • สวัสดิการ: เช่น อาหาร หอพัก รถรับส่ง หรือเงินช่วยเหลือน้ำมันที่จ่ายตามจริง
    • ค่าบริการ (Service Charge): เงินที่เก็บจากลูกค้าแล้วนำมาแบ่งให้พนักงาน ไม่ถือเป็นเงินของนายจ้างจึงไม่ใช่ค่าจ้าง
    • ภาษีเงินได้: กรณีที่นายจ้างออกภาษีให้ลูกจ้าง ถือเป็นเงินที่จ่ายให้รัฐแทนลูกจ้าง ไม่ใช่ค่าจ้าง
  • สิ่งที่ถือเป็นค่าจ้าง: ค่าครองชีพ ที่จ่ายแน่นอนเป็นประจำทุกเดือนเหมือนเงินเดือน หรือ ค่าพาหนะ ที่จ่ายเหมาจ่ายเท่ากันทุกเดือนโดยไม่ต้องมีใบเสร็จ

3. การลาและการจ่ายเงินระหว่างลา

  • ลาป่วย: ลูกจ้างลาได้เท่าที่ป่วยจริง โดยได้รับค่าจ้าง ไม่เกิน 30 วันทำงานต่อปี หากลาตั้งแต่ 3 วันขึ้นไปนายจ้างอาจให้แสดงใบรับรองแพทย์ได้
  • ลากิจ: ลาเพื่อกิจธุระอันจำเป็นได้ไม่น้อยกว่า 3 วันทำงานต่อปี และมีสิทธิได้รับค่าจ้าง ไม่เกิน 3 วันทำงานต่อปี ทั้งนี้การลากิจต้องปฏิบัติตามระเบียบและรอการอนุมัติ หากหยุดไปเองอาจถือว่าขาดงาน
  • ลาคลอด: ลูกจ้างหญิงมีสิทธิลาเพื่อคลอดบุตรและตรวจครรภ์ได้ ไม่เกิน 98 วัน โดยได้รับค่าจ้างจากนายจ้าง ไม่เกิน 45 วัน

4. การสิ้นสุดสัญญาจ้างและการบอกกล่าวล่วงหน้า

  • การลาออก: เป็นสิทธิของลูกจ้างที่จะแสดงเจตนาฝ่ายเดียว และมีผลเมื่อถึงวันที่ระบุไว้ นายจ้างไม่จำเป็นต้องอนุมัติ เมื่อยื่นแล้วจะถอนคืนฝ่ายเดียวไม่ได้
  • สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า: หากนายจ้างเลิกจ้างโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้าตามงวดการจ่ายค่าจ้าง นายจ้างต้องจ่ายสินจ้างทดแทน ยกเว้นลูกจ้างกระทำความผิดร้ายแรงตามมาตรา 119 หรือ ป.พ.พ. มาตรา 583
  • การโอนสิทธิการเช่าหรือกิจการ: นายจ้างต้อง ได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง ก่อนจึงจะโอนลูกจ้างไปยังนายจ้างใหม่ได้ หากลูกจ้างไม่ยินยอมถือว่านายจ้างเดิมเลิกจ้างและต้องจ่ายค่าชดเชย

5. การเลิกจ้างและค่าชดเชย

  • การเลิกจ้างที่ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย: เช่น ทุจริตต่อหน้าที่, จงใจทำให้นายจ้างเสียหาย, ประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้นายจ้างได้รับ ความเสียหายอย่างร้ายแรง, ฝ่าฝืนระเบียบที่นายจ้างตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว (เว้นแต่กรณีร้ายแรงไม่ต้องเตือน), หรือได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุด
  • การย้ายสถานประกอบกิจการ: หากมีผลกระทบสำคัญต่อการดำรงชีวิตของลูกจ้าง ลูกจ้างมีสิทธิไม่ไปทำงานและบอกเลิกสัญญาจ้างเพื่อรับ ค่าชดเชยพิเศษ ได้

6. เงินทดแทน (Workers' Compensation)

  • ลูกจ้างมีสิทธิได้รับเงินทดแทนหากประสบอันตราย "เนื่องจากการทำงาน" หรือป้องกันรักษาผลประโยชน์ให้นายจ้าง
  • กรณีเดินทาง: หากเป็นการเดินทางไปปฏิบัติงานตามหน้าที่ (เช่น เก็บเงินลูกค้า) ถือว่าเนื่องจากการทำงาน แต่การเดินทางไป-กลับจากบ้านปกติโดยไม่เกี่ยวกับหน้าที่พิเศษมักไม่ถือว่าเนื่องจากการทำงาน

 

 


   หรือ กดปุ่ม Ctrl+P (หรือคลิกที่เมนู File และ Print ของโปรแกรมเว็บเบราเซอร์) เมื่อต้องการพิมพ์เครื่องพิมพ์

SIAMHRM.COM : ศูนย์รวมข้อมูลด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์
Web Partner : JOBSIAM.COM | FREEJOBTHAI.COM | JOBDUZY.COM