ศาลแรงงานมีเกณฑ์ตัดสินการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมอย่างไร : SIAMHRM.COM

ศาลแรงงานมีเกณฑ์ตัดสินการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมอย่างไร


เกณฑ์การตัดสินว่าการเลิกจ้างเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมหรือไม่นั้น ศาลแรงงานพิจารณาตามหลักเกณฑ์ในพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 โดยแบ่งออกเป็น 2 มาตราหลัก ดังนี้ :

1. เกณฑ์ตามมาตรา 121: พิจารณาจาก "สาเหตุ" ของการเลิกจ้าง

ศาลจะตัดสินว่าเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรม หากนายจ้างเลิกจ้างด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้:

  • เหตุจากการทำกิจกรรมด้านแรงงานสัมพันธ์: เช่น ลูกจ้างนัดชุมนุม ทำคำร้อง ยื่นข้อเรียกร้อง เจรจา ดำเนินคดี หรือเป็นพยานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่และศาลแรงงาน
  • เหตุจากการเป็นสมาชิกสหภาพแรงงาน: หากนายจ้างเลิกจ้างเพราะลูกจ้างเป็นสมาชิกสหภาพแรงงาน จะถือว่ามีความผิดตามมาตรานี้ทันที
  • ข้อสังเกต: หากนายจ้างเลิกจ้างด้วย "สาเหตุอื่น" นอกเหนือจากที่ระบุไว้ในมาตรา 121 (1) และ (2) การเลิกจ้างนั้นย่อมไม่นับเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมตามมาตรานี้

2. เกณฑ์ตามมาตรา 123: พิจารณาในช่วงที่ "ข้อตกลงสภาพการจ้าง" มีผลบังคับ

ในช่วงที่ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างหรือคำชี้ขาดมีผลใช้บังคับ ศาลมีเกณฑ์ตัดสินว่าการเลิกจ้าง "ไม่เป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรม" หากเข้าเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่ง ดังนี้:

  • ลูกจ้างกระทำผิด: ตามที่ระบุไว้ในมาตรา 123 (1) ถึง (5)
  • มีเหตุผลความจำเป็นที่สำคัญหรือเหตุอันสมควรประการอื่น: โดยนายจ้างต้อง "มิได้มีเจตนากลั่นแกล้งลูกจ้าง"

3. เกณฑ์การพิจารณา "ความจำเป็น" และ "เจตนากลั่นแกล้ง" (จากบรรทัดฐานศาลฎีกา)

ศาลแรงงานใช้เกณฑ์จากคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8332 - 8349/2568 เพื่อวินิจฉัยความชอบธรรมของนายจ้างในกรณีที่มีการปรับโครงสร้างธุรกิจ ดังนี้:

  • ความจำเป็นทางธุรกิจอย่างแท้จริง: เช่น การที่บริษัทแม่ควบรวมกิจการกัน ทำให้บริษัทลูกจำเป็นต้องควบรวมและปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กรเพื่อให้การดำเนินธุรกิจสำเร็จลุล่วงไปได้โดยชอบด้วยกฎหมาย
  • กระบวนการที่โปร่งใส: นายจ้างมีการแจ้งเหตุการณ์ให้ลูกจ้างทราบล่วงหน้า และเสนอทางเลือกที่หลากหลาย เช่น การโอนย้ายงาน การเข้าร่วมโครงการออกจากงานโดยสมัครใจ หรือการลาออก
  • การปฏิบัติตามข้อตกลงกับสหภาพแรงงาน: หากนายจ้างและสหภาพแรงงานเจรจาจนสามารถตกลงหลักเกณฑ์การเลิกจ้างร่วมกันได้ (เช่น เลิกจ้างเฉพาะผู้ที่ปฏิเสธการโอนย้าย) และนายจ้างทำตามนั้น ศาลจะถือว่า "มิได้เป็นการกลั่นแกล้งหรือเลือกปฏิบัติ"
  • การจ่ายสิทธิประโยชน์ครบถ้วน: นายจ้างต้อง จ่ายค่าชดเชยและสิทธิตามกฎหมายที่ลูกจ้างพึงมีทุกประการ และปฏิบัติต่อลูกจ้างตามระเบียบขั้นตอนอย่างถูกต้องในระหว่างที่ยังทำงานอยู่

สรุป: หากนายจ้างพิสูจน์ได้ว่าการเลิกจ้างมี "เหตุผลความจำเป็นอันสำคัญ" และมีพฤติการณ์ที่แสดงความสุจริตใจ (เช่น ทำตามข้อตกลงกับสหภาพแรงงานและจ่ายค่าชดเชยครบ) ศาลจะตัดสินว่าการเลิกจ้างนั้น ไม่เป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรม แม้จะไม่ได้มาจากความผิดของลูกจ้างโดยตรงก็ตาม


   หรือ กดปุ่ม Ctrl+P (หรือคลิกที่เมนู File และ Print ของโปรแกรมเว็บเบราเซอร์) เมื่อต้องการพิมพ์เครื่องพิมพ์

SIAMHRM.COM : ศูนย์รวมข้อมูลด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์
Web Partner : JOBSIAM.COM | FREEJOBTHAI.COM | JOBDUZY.COM