| ก่อนอื่นผู้เขียนคงจะต้องออกตัวก่อนว่า เนื้อหาที่จะนำเสนอต่อไปนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวซึ่งอาจจะ |
| ไม่สอดคล้องกับหลักแนวคิดการบริหารทรัพยากรบุคคลที่มีการปฎิบัติต่อ ๆ กันมาแต่อาจจะเป็นส่วนหนึ่งใน |
| การที่จะพัฒนากฎหมายดังกล่าวต่อไปในอนาคต |
| ทุกท่านที่ทำงานด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลหรือเคยเรียนวิชาทางด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล |
| มาคงจะรู้จักหลักการที่เรียกว่า "หลักคุณธรรม" หรือ "ระบบคุณธรรม" ในด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล |
| หรือ merit system ซึ่งประกอบด้วยหลักการที่สำคัญคือ หลักความเสมอภาคในโอกาส (equal opportunity) |
| คือ เมื่อองค์กรเปิดรับสมัครบุคคลเขาทำงานจะต้องเปิดโอกาสให้กับทุกคนที่มีคุณสมบัติสอดคล้องกับตำแหน่ง |
| ที่จะรับเข้าทำงาน สมัครงานได้ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่จบการศึกษามาจากสถาบันไหน หรือแม้แต่ความแตกต่างด้านสีผิว |
| เชื้อชาติ ศาสนา ฯลฯ จะต้องมีโอกาสได้รับการพิจารณาร่วมคัดเลือกอย่างเสมอภาคกัน แต่อย่างไรก็ยังมีหลักการ |
| อีกประการหนึ่ง ซึ่งอาจจะดูขัดแย้งกับหลักแรก คือหลักความรู้ความสามารถหรือ competence ดังนั้น หลักการ |
| เลือกคนเข้าทำงานทั่วไป คือจะต้องดูว่าผู้สมัครมีระดับความรู้ เช่น ผลการเรียน การสอบ หรือความสามารถ เช่น |
| ระดับทักษะ ประสบการณ์ ตรงกับคุณสมบัติที่กำหนดหรือไม่ นอกจากนี้ในหลักดังกล่าวยังแฝงด้วยความเหมาะสม |
| อีกด้วย เช่นเรื่องบุคลิกภาพหรือลักษณะนิสัยเป็นต้น ดังนั้น สิ่งที่เราอาจจะเคยได้ยินได้ฟังมา ก็คือ คนทั่วไปอาจ |
| จะมีสิทธิในการเข้าสอบรับราชการโดยเสมอภาคกัน โดยใช้ข้อสอบ ภาค ก. ของ ก.พ. หรือเรียกว่า |
| "ภาคความรู้ความสามารถทั่วไป" เมื่อสอบผ่านแล้ว จะสอบ "ภาคความรู้เฉพาะตำแหน่ง" หรือภาค ข. |
| ซึ่งอาจจะเป็นการวัดความรู้หรือทักษะเกี่ยวกับงานที่จะทำ และภาค ค. คือ "ภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง" |
| ซึ่งมักจะเป็นการสัมภาษณ์ โดยผู้ที่เป็นกรรมการคัดเลือกก็พิจารณาความเหมาะสมของผู้สมัครจากคุณลักษณะ |
| ต่าง ๆ เช่น รูปร่างเป็นคนอ้วน ผอม สูง เตี้ย แขน ขา ลีบ เป็นคนพูดติดอ่าง ฯลฯ หรือมีความพิกลพิการหรือไม่ |
| หรือแม้แต่อายุของผู้สมัคร ดังนั้น สิ่งที่พบกันทั่วไป คือ คนที่อายุมาก ๆ หรือมีสภาพร่างกายพิการ ก็จะสอบตก |
| ในภาค ค. นี้ และจะเข้ารับราชการ ไม่ได้ ดังนั้น หากพิจารณากันจริง ๆ หลักความเสมอภาคในโอกาสดูจะ |
| คล้ายกับ "หลักความหลอกลวง" เสมือนแกล้งให้สมัครงาน แต่จะคัดออกในตอนท้ายเป็นการเสียเวลา และ |
| เสียความรู้สึกของผู้สมัคร (ความพิการของบุคคลนี้ มักจะถูกปฎิเสธเสมอแม้จะบวชเป็นพระภิกษุในพุทธศาสนา |
| ก็ไม่ได้ แม้จะศรัทธามากเพียงไรก็ตามท่านคงจะไม่เคยเห็นพระภิกษุที่ร่างกายพิการถูกไหมครับทุกคนล้วน |
| ร่างกายสมบูรณ์) |
| ครั้งหนึ่งสมัยที่ผู้เขียนเริ่มทำงานใหม่ๆ เคยทำหน้าที่สัมภาษณ์ผู้สมัครช่างเทคนิคด้านคอมพิวเตอร์ของ |
| โรงงานอีลเคทรอนิคส์แห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นบุคคลที่ขาขาด ต้องไม้ค้ำยัน ตลอดหลังจากเขาสอบผ่านข้อเขียนแล้ว |
| ก็ตัดสินใจอยู่ว่าหากเราส่งเขาไปสัมภาษณ์กับผู้จัดการในสายงานที่ต้องการรับคนเข้าทำงานจะเกิดผลอย่างไร |
| ทั้งทางบวกและลบ หากไม่ส่งไปผู้สมัครก็จะเสียใจ เสียโอกาส แต่สุดท้ายก็ส่งไปสัมภาษณ์ซึ่งแน่นอนว่าเราย่อม |
| กะเก็งผลได้ปรากฎว่า ใบสมัครถูกส่งคืน พร้อมกับการถูกต่อว่า "คุณส่งบุคคลพิการเข้ามาสัมภาษณ์กับผม |
| ได้อย่างไร" ผู้สมัครก็เสียใจที่เขาไม่ได้รับการจ้างงาน แม้ทุกวันนี้ ก็ยังคิดเสมอว่าเราเป็นคนที่สร้างความหวัง |
| ให้กับตัวผู้พิการในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เรากระทำผิดใช่หรือไม่ (ผู้เขียนไม่ทราบว่าผู้สมัครท่านดังกล่าว ตอนนี้ |
| ท่านอยู่ ณ ที่ใด) |
| แต่คนที่ต้องการรับบุคคลเข้าทำงาน ก็อาจจะมีเหตุผลอ้าง กลัวว่า หากรับคนพิการเข้าทำงานกลัวจะ |
| ทำงานไม่ได้ กลัวความเสียหาย ผู้คนรอบข้างไม่ยอมรับ จะปรับตัวยาก หรืออาจจะประสบอันตรายได้ง่าย |
| ดังนั้น การมีหลักความรู้ ความสามารถจึงแย้งกับหลักความเสมอภาคในโอกาส ผู้คัดเลือกจะต้องไม่รู้สึกสงสาร |
| เห็นใจ เมตตาปราณีแก่คนที่ด้อยโอกาสในสังคม และจะตัดโอกาสของคนพิการเสมอจึงเป็นหลักการระบบ |
| คุณธรรมที่ขัดแย้งกันเอง |
| แต่ทุกวันนี้ มีหลักการอย่างหนึ่งเกิดขึ้นในสังคม ทั่วโลก คือหลักของความรับผิดชอบ (responsibility) |
| ซึ่งไม่เคยเป็นหลักการในการบริหารงานบุคคลมาก่อน แต่เป็นหลักของการบริหารองค์การในแนวทางการ |
| บริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี (good governance) ที่เน้นทั้งเรื่องคุณธรรมและความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร |
| ต่าง ๆ ดังที่ในภาคเอกชน เรารู้จักหลักความรับผิดชอบต่อสังคม ที่เรามักจะเรียกกันว่า Corporate Social |
| Responsibility หรือ CSR ซึ่งหลาย ๆ องค์กรกำลังสนใจ ซึ่งมีแนวทางปฎิบัติหลาย ๆ ประการ ที่สำคัญ คือ |
| การไม่สร้างความเดือดร้อนหรือภาระให้สังคม สิ่งที่ปรากฎเป็นรูปธรรมประการหนึ่งในภาคเอกชน คือ การที่ |
| รัฐบาลออกกฎหมายกองทุนเงินทดแทนและบังคับให้นายจ้างทั้งประเทศไม่ว่าจะเป็นผู้ก่อเหตุอันตราย หรือ |
| ไม่ก็ตามจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุน เพื่อนำเงินที่สะสมนี้ ไปจ่ายให้กับลูกจ้างได้รับอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วย เนื่องจาก |
| การทำงาน ในกรณีที่พิการ รัฐจะให้หลักประกันว่าผู้ได้รับอุบัติเหตุจะได้รับการจ่ายเงินทดแทนนายจ้างทุกคน |
| ต้องร่วมรับผิดชอบ สิ่งนี้ คือ หลักการบริหารทรัพยากรบุคคลในยุคปัจจุบัน และต่อมาได้มีการออกกฎหมาย |
| ให้นายจ้างรับบุคคลพิการเข้าทำงาน โดยเป็นการจูงใจว่า จะได้รับการลดหย่อนภาษี หากไม่รับคนพิการ |
| เข้าทำงานก็จะต้องเสียอัตราที่สูงกว่า ถือว่าเป็นการสร้างความรับผิดชอบให้กับสังคม คือกิจกรรม CSR |
| อย่างหนี่ง ก็เป็นการเหมาะสมแล้ว ที่ต้องสนับสนุนกันต่อไป ส่วนที่ผู้เขียนจะเสนอหลักการใหม่ คือหน่วยงาน |
| ใดทำให้ลูกจ้างพิการจะต้องรับผิดชอบในการหางานให้ลูกจ้างผู้นั้นทำ หรือต้องรับอุปการะบุคคลในครอบครัว |
| ของลูกจ้างที่พิการในด้านการศึกษา หรือการทำงานในอนาคตหลักการเช่นนี้ วงการตำรวจ หรือทหารก็ใช้กัน |
| ดังจากเหตุการณ์ที่เราได้ยินได้ฟังกันมาตลอด อย่างเช่น สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทหารหรือ |
| ตำรวจที่เสียชีวิตหรือพิการในการปฏิบัติงานหน่วยงานต้นสังกัด จะต้องอุปการะดูแลครอบครัวหรือบุตรของ |
| ผู้เสียสละ อย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น การศึกษาหรือให้เข้าทำงานหากต้องการ สิ่งนี้คือหลักความรับผิดชอบในการ |
| บริหารทรัพยากรบุคคลที่ใช้ปฎิบัติกันมาทั่วไป ซึ่งอยู่บนพื้นฐานของคุณธรรมความเมตตา และตอบแทนแก่ |
| คุณค่าของบุคลากรที่เขาได้อุทิศตัวแก่องค์กร ซึ่งผู้ที่เกี่ยวข้องในการตรากฎหมายควรที่จะนำมาพิจารณากัน |
|
ต่อไปครับ....
บทความโดย : ดร. อภิชัย ศรีเมือง
|