SIAMHRM.com

ลงประกาศงาน หาคนทำงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์

[ยินดีต้อนรับ ผู้ใช้งานทั่วไป:ลงทะเบียน |เข้าระบบ ก่อนใช้งานค่ะ.]




 ค้นหางาน ตำแหน่งงาน:
กลุ่มงาน : ประเภท :  
 ภาค:
ค้น:



Google Groups สมัครสมาชิกไปยัง กลุ่มบริหารทรัพยากรมนุษย์ ประเทศไทย
อีเมล์:
ดูเอกสารที่เก็บรวบรวมไว้ ที่ groups.google.co.th
ร่วมสนทนาแลกเปลี่ยนความรู้ เอกสาร และประสบการณ์ทำงาน ไม่จำกัดสาขาอาชีพ


คนแบงก์ฟ้องรัฐถูกนายจ้างบีบ ทหารไทย คัดออกอายุ 40 ขึ้น

คนแบงก์ฟ้องรัฐถูกนายจ้างบีบ ทหารไทย คัดออกอายุ 40 ขึ้น | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : นายจ้าง คัดออก, ข้อมูลเกี่ยวกับ นายจ้าง คัดออก


คนแบงก์ระส่ำ ตกสภาพไม่ต่างแรงงานกลุ่มอื่นๆ ร้องถูกมาตรการแยบยลบีบออก ขณะที่พนักงานแบงก์ที่มีต่างชาติถือหุ้นใหญ่ระทึก หวั่นเจ้านายใหญ่อิมปอร์ตคนนอกเสียบ ทหารไทยเปิดเออร์ลี่รีไทร์ บีบอายุ 40 ปีขึ้นไปออก ประธานสหพันธ์สหภาพฯเตรียมยื่น 4 ข้อให้รัฐบาลช่วยดูแล กำหนดให้บ.ข้ามชาติที่เข้ามาถือหุ้นในไทยต้องคงสัดส่วนการจ้างงานคนไทยมากกว่าต่างชาติ พร้อมเสนอลดภาษีดอกเบี้ยเงินฝากให้ลูกค้า



สืบเนื่องจากที่ "ฐานเศรษฐกิจ" ได้เคยเสนอข่าวแรงกดดันต่อพนักงานในอุตสาหกรรมธนาคาร ซึ่งแม้ว่าโดยภาพรวมธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบจะมีกำไรสุทธิกว่า 80,000 ล้านบาทในปี 2551 แต่เบื้องหลังของกำไรดังกล่าว ความเป็นอยู่ของพนักงานแบงก์แย่ลง เพราะต้องรับเป้าหมาย

สร้างรายได้ที่เพิ่มขึ้น แม้ว่าพนักงานแบงก์จะถูกมองว่าเป็นกลุ่มระดับกลางที่มีเงินเดือนประจำ แต่ขณะนี้ตกอยู่ในสภาพที่ไม่แตกต่างจากแรงงานกลุ่มอื่นที่ถูกเลิกจ้าง โดยขณะนี้เริ่มเห็นแบงก์

จัดโครงการ Early Retire (เกษียณก่อนกำหนด) และมีกลยุทธ์ที่แยบยลมากขึ้นในการกดดันพนักงานในสายงานที่ไม่ต้องการออก

++สธง.เสนอรัฐดูแลแรงงานแบงก์

ต่อกรณีดังกล่าว นายชัยสิทธิ์ สุขสมบูรณ์ ประธานสหพันธ์สหภาพแรงงานธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงิน หรือ สธง. ( ซึ่งประกอบด้วยธนาคารพาณิชย์ 10 แห่ง และปัจจุบันมีพนักงานที่เป็นสมาชิก 25,000 คน )เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ"ว่า แรงงานแบงก์กำลังจะกลายเป็นปัญหาขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งรัฐบาลควรเข้ามากำหนดกติกาทั้งด้านธุรกิจและดูแลแรงงาน โดยเฉพาะขณะนี้แบงก์ที่มีต่างประเทศถือหุ้น มีการดึงแรงงานต่างชาติมาแทนคนไทย โดยอ้างว่าคนไทยไม่มีความสามารถหรือไม่สามารถปรับตัวตามกฎใหม่ มิหนำซ้ำคนต่างชาติที่เข้ามาได้รับเงินเดือนสูงและแตกต่างจากคนไทยอีกด้วย

จากปัญหาดังกล่าว ทางสธง.ได้หารือร่วมกับสมาชิกเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อสรุปประเด็นปัญหานำเสนอต่อรัฐบาล 4 ปัญหาเร่งด่วน คือ 1. ให้ธนาคารหรือสถาบันการเงินที่มีบริษัทข้ามชาติเข้ามาถือหุ้นกิจการในประเทศไทย ต้องกำหนดสัดส่วนการจ้างงานให้มีคนไทยมากกว่าคนต่างประเทศ 2. ลดภาษีดอกเบี้ยเงินฝากที่ยังเรียกเก็บในอัตรา 15% สำหรับผู้ฝากเงินลง เพราะเป็นอัตราไม่เหมาะสมกับดอกเบี้ยเงินฝากในระบบที่ได้ปรับลดลงอย่างมากแล้ว 3. ยกเว้นภาษีจากเงินก้อนที่พนักงานธนาคารได้รับจากเกษียณอายุ และ4. ให้พิจารณาผลตอบแทนหรือคอมมิสชันจากการขายประกันของธุรกิจธนาคาร ที่ปัจจุบันยังเป็นปัญหาขัดแย้งระหว่างผู้ปฏิบัติและผู้บริหารเรื่องคอมมิสชันที่ไม่เป็นธรรม

นายชัยสิทธิ์ กล่าวว่า จากการสอบถามกับสมาชิกที่เป็นตัวแทนแต่ละธนาคาร รวมทั้งธนาคารที่มีต่างประเทศถือหุ้นพบว่าธนาคารส่วนใหญ่เริ่มใช้วิธีการแยบยลมากขึ้น คือ ไม่ได้ประกาศลดพนักงานอย่างเป็นทางการ แต่มีนโยบายให้ลดต้นทุน ซึ่งเห็นได้จากการเข้มงวดเรื่องค่าใช้จ่ายซึ่งในที่สุดแล้วก็มีผลกระทบต่อการลดจำนวนคน

ยกตัวอย่างการลดต้นทุนโดยจ้างบริษัทภายนอกทำงานบางประเภทแทนโดยอ้างว่าเป็นการจ้างตามกฎธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)ที่กำหนด เช่น งานด้านความปลอดภัย ระบบคอมพิวเตอร์-ไอที กฎหมาย ซึ่งสธง.กำลังศึกษาว่ามีงานประเภทใดบ้างที่กำหนดให้ธนาคารจ้างบริษัทภายนอกทำงานแทน เพราะสิ่งเหล่านี้ล้วนสะท้อนอนาคตข้างหน้า สำหรับพนักงานคนไทยที่มีโอกาสจะถูกเลิกจ้าง

++ทหารไทยบีบ40อัพอ้างเน้นผลงาน

แหล่งข่าวในวงการเงิน กล่าวว่า จากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว และได้ส่งผลกระทบต่อกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ในต่างประเทศที่ประกาศปรับลดจำนวนพนักงานอยู่ในขณะนี้ ในกลุ่มของแบงก์และประกัน ยังเป็นกลุ่มธุรกิจที่ต้องจับตามองเพราะมีความเสี่ยงต่อการถูกเลิกจ้างจำนวนมาก และหากสาขาแม่ในต่างประเทศถูกกระทบแล้ว ก็คงเลี่ยงไม่พ้นที่จะกระทบสาขาในไทยภายในไตรมาสที่ 1 ปีนี้ อาจเห็นหลายแห่งที่ประกาศลดพนักงานด้วย

ทั้งนี้ "ฐานเศรษฐกิจ" สำรวจสภาพการจ้างและแผนการลดจำนวนพนักงานของแบงก์ในระบบ หลังเปิดปี 2552 ถึงแม้ว่าโดยภาพรวมยังไม่มีใครประกาศลดพนักงานอย่างเป็นทางการ แต่เริ่มเห็นการเปิดแคมเปญเออร์ลี่รีไทร์ หรือเกษียณอายุก่อนกำหนด

แหล่งข่าวจากธนาคารทหารไทย จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า ต้นปีที่ผ่านมาพนักงานได้รับหนังสือเวียนจากฝ่ายทรัพยากรบุคคล เรื่องจัดโครงการเกษียณก่อนอายุ(Early Retire) โดยโครงการดังกล่าวเพิ่งได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการของธนาคาร 29 ธ.ค.2551 ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่ธนาคารอยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างภายในใหม่ หลังการเข้ามาถือหุ้นของกลุ่มไอเอ็นจี กรุ๊ป และตั้งนายบุญทักษ์ หวังเจริญ เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ซึ่งไอเอ็นจีได้ส่งคนเข้ามาดูแลงานด้านบริหารความเสี่ยงและเครดิต

ก่อนหน้านี้ นายบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า คณะกรรมการของธนาคารได้อนุมัติวงเงิน 800 ล้านบาทสำหรับโครงการเออร์ลี่รีไทร์กลางปี 2552

ทั้งนี้ โครงการเออร์ลี่รีไทร์ของแบงก์ที่ออกมานั้น อ้างวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้พนักงานที่ไม่สามารถปรับตัวไปกับธนาคารซึ่งเป็นองค์กรที่มุ่งเน้นผลงานเป็นหลัก (High Performance) โดยระบุสิทธิของผู้เข้าร่วมโครงการ พนักงานทุกตำแหน่งที่มีอายุ 40 ปีขึ้น และมีอายุงาน 15 ปีขึ้นไป ยกเว้นพนักงานที่จะครบเกษียณอายุงานในปี 2552 รวมทั้งยังมีเงื่อนไขของการสมัครออกว่าการพิจารณาอนุมัติขึ้นอยู่กับดุลพินิจของธนาคารแต่เพียงฝ่ายเดียวและถือเป็นที่สุด ขณะที่ผลประโยชน์ที่พนักงานได้รับยังไม่มีรายละเอียดชัดเจน แจ้งเพียงว่าจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมายแรงงาน ผลประโยชน์ตอบแทนเพิ่มจะประกาศให้ทราบในภายหลัง

++ไทยพาณิชย์โละพนง.เคลียริ่ง

แหล่งข่าวจากธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด(มหาชน)กล่าวว่า ปลายปีที่ผ่านมาธนาคารเริ่มโครงการเกษียณก่อนอายุ เฉพาะพนักงานเคลียริ่งประมาณ 80-100 คนโดยเสนอให้เงินชดเชย 23เดือนบวกเงินสดอีก 100,000 บาท แต่จนถึงเวลานี้ยังไม่มีคนเข้าโครงการ เพราะส่วนใหญ่บอกว่าเป็นการถูกจ้างออกที่ไม่คุ้ม นอกจากนี้ต้นปีธนาคารมีนโยบายให้ตัดงบประมาณสาขา 50% แต่กำหนดเป้าหมายทางธุรกิจเพิ่มเฉลี่ย 100-200% ต่อคน

แหล่งข่าวจากธนาคารนครหลวงไทย จำกัด(มหาชน)กล่าวว่า ตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมาพนักงานไอทีได้มีการประท้วงเงียบเป็นการภายใน โดยสวมเสื้อสีดำข้างหลังเสื้อ

มีเครื่องหมายวงกลมคาดแดงพร้อมข้อความ Out Source ซึ่งมีนัย "No Out Source" หรือไม่เอาบริษัทรับจ้างภายนอก เพราะหลังจากสายงานไอทีได้รับแจ้งนโยบายที่ธนาคารจะว่าจ้างทางบริษัทไอบีเอ็มฯมาดูแลงานระบบไอทีโดยให้พนักงานที่เกี่ยวข้องประมาณ 200-300 คนไปสมัครเป็นพนักงานนั้น ปัจจุบันยังไม่มีข้อสรุปจากคณะกรรมการของธนาคาร

ล่าสุดเมื่อวันศุกร์ที่ 30 ม.ค.นายชัยวัฒน์ อุทัยวรรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเข้าร่วมการประชุมผู้บริหารสำนักงานใหญ่ โดยได้มีการสอบถามประเด็นดังกล่าว แต่ก็ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน

++เอชเอสบีซีไม่มีนโยบายลดพนักงาน

นางสาวสลิลา สีหพันธุ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการตลาดและสื่อสาร ธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทย กล่าวว่า ธนาคารแม่จากอังกฤษยังไม่มีนโยบายด้านลดพนักงาน จากก่อนหน้าที่ได้ปรับลดคนไป 1,000 คนจากจำนวนพนักงานทั่วโลก 100,000 คน ส่วนประเทศไทยมีพนักงานจำนวน 1,035 คนยังไม่มีนโยบายโยกย้ายหรือปรับลด และไม่มีการจัดโครงการเกษียณก่อนอายุ แต่หากมีพนักงานลาออกทางธนาคารไม่มีนโยบายรับคนใหม่มาแทนหากเป็นตำแหน่งไม่จำเป็น

ก่อนหน้านี้ ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด(ไทย) มีนโยบายลดพนักงาน 200 คน ซึ่งนางประถมาภรณ์ สวัสดิ-ชูโต รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด(ไทย) จำกัด กล่าวว่า ธนาคารยังดำเนินนโยบายสาขาต่อเนื่องจากทุกๆปีที่ธนาคารจะมีการทบทวนแผนธุรกิจและปรับโครงสร้างธุรกิจตามแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจและภาวะเศรษฐกิจ ในหลักการสำหรับธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด(ไทย)ไม่จำเป็นต้องเปิดสาขาแข่งขันการให้บริการเช่นธนาคารขนาดใหญ่ ดังนั้น นโยบายสาขาปีนี้ แม้ยังไม่สรุปตัวเลขชัดเจนแต่แนวโน้มการเปิดและปิดสาขาน่าจะอยู่ในปริมาณใกล้เคียงกับปีก่อนคือ ปิด 4 สาขา และเปิดใหม่ 5 สาขาโดยรวม ณ สิ้นปีน่าจะมีจำนวน 39สาขาเท่ากับในขณะนี้ (เป็นสาขาในต่างจังหวัด 7-8 สาขา) ขณะที่ปัจจุบันมีจำนวนพนักงาน 2,000 คน

อนึ่ง จากการตรวจสอบค่าใช้จ่ายด้านพนักงานของธนาคารในปี 2551 พบว่าส่วนใหญ่ยังมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น เช่น ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) มีค่าใช้จ่ายพนักงานเพิ่ม 1,688 ล้านบาทหรือ 14.1%เป็น 13,680 ล้านบาท ส่วนหนึ่งจากที่ธนาคารจ่ายเงินช่วยเหลือพิเศษให้แก่พนักงานเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้นและจากการที่มีพนักงานเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 1,118คน , ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) มีค่าใช้จ่ายด้านพนักงานเพิ่มขึ้น 179 ล้านบาทหรือ 6.5% (หรือคิดเป็น 11,775 ล้านบาท) จากการปรับเพิ่มเงินเดือนในปีก่อนและจำนวนพนักงานเพิ่มขึ้น ,ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) มีค่าใช้จ่ายพนักงานทั้งสิ้น 5,994.40 ล้านบาท เพิ่ม 1,226 ล้านบาท จากปีก่อนหน้าซึ่งค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 4,401.37 ล้านบาท , ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน) มีค่าใช้จ่ายพนักงาน 3,610.86 ล้านบาทจากปีก่อนหน้าที่ 3,097.80 ล้านบาท เป็นต้น

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ




ลงวันที่ 02/03/2009 00:30:36
จำนวนผู้ชม 1486
ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน





ติดต่อสอบถาม | ลงประกาศงาน & โฆษณา : sale@siamhrm.com | โทร. 08-8881-6100 (ฝ่ายขาย)
เลขประจำตัวผู้เสียภาษี: 0992001714965 | เลขที่ใบทะเบียนพานิชย์ : 0101549820078
SIAMHRM.COM :รวมพลคน HR หาคนทำงาน หางาน คุณภาพ