SIAMHRM.com

ลงประกาศงาน หาคนทำงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์

[ยินดีต้อนรับ ผู้ใช้งานทั่วไป:ลงทะเบียน |เข้าระบบ ก่อนใช้งานค่ะ.]




 ค้นหางาน ตำแหน่งงาน:
กลุ่มงาน : ประเภท :  
 ภาค:
ค้น:



Google Groups สมัครสมาชิกไปยัง กลุ่มบริหารทรัพยากรมนุษย์ ประเทศไทย
อีเมล์:
ดูเอกสารที่เก็บรวบรวมไว้ ที่ groups.google.co.th
ร่วมสนทนาแลกเปลี่ยนความรู้ เอกสาร และประสบการณ์ทำงาน ไม่จำกัดสาขาอาชีพ


คืนเงินกลับกระเป๋า รายได้เท่าไรไม่เสียภาษี

คืนเงินกลับกระเป๋า รายได้เท่าไรไม่เสียภาษี | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : , ข้อมูลเกี่ยวกับ



สองสามวันที่ผ่านมา กรมสรรพากร ซื้อหน้าโฆษณาหนังสือพิมพ์ รายวันหลายฉบับ เพื่อโฆษณามาตรการภาษีใหม่ โครงการ “คืนเงินกลับกระเป๋าเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ” ซึ่งเป็นมาตรการภาษีชุดใหญ่ที่สุดในรอบ 10 ปี ฝีมือ “หมอเลี้ยบ” นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รัฐมนตรีคลัง เน้นการผันเงินกลับสู่กระเป๋าประชาชน เพื่อเร่งการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ จากการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนที่เพิ่มขึ้น

มาตรการนี้จะมีผลใช้กับรายได้ที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2551 ที่ผ่านมา

มาตรการนี้ถือเป็น ข่าวดีมากๆ สำหรับ มนุษย์เงินเดือน และ ประชาชนทั่วไป ไปจนถึง ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เพราะได้ ลดภาษี เงินได้เป็นจำนวนมาก จากการลดหย่อนต่างๆ จนทำให้คนที่เคยเสียภาษีจำนวนมาก ไม่ต้องเสียภาษีเงินได้เลย

น่าแปลกที่คนไทยส่วนใหญ่ดูเหมือนจะไม่ค่อยให้ความสนใจกับเงินภาษีก้อนโตที่ได้คืนมาฟรีๆ ทั้งๆที่เป็นผลประโยชน์ของตัวเองโดยตรง

ถ้าเป็นเมืองนอก เรื่องนี้มีหวังตีข่าวกันเอิกเกริกใหญ่โตไปหลายวันทีเดียว เพราะเป็นเรื่องใหญ่ ตัวอย่างเช่นกรณี ประธานาธิบดีบุช ผู้นำสหรัฐฯประกาศแผนลดภาษีเงินได้ให้คนอเมริกันเป็นขั้นบันไดต่อเนื่อง 10 ปีในการหาเสียง ทำให้ จอร์จ ดับเบิลยู. บุช ได้รับเลือกตั้งเป็นผู้นำสหรัฐฯถึงสองสมัย

จาก ประกาศกรมสรรพากร ผมจะพูดถึงเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับ “ประชาชน ทั่วไป” ก็แล้วกัน ส่วนลดหย่อนที่กรมสรรพากรให้เพิ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมาก็คือ

1. เงินได้บุคคลธรรมดา เดิมรายได้สุทธิ 100,000 บาทแรกไม่ต้องเสียภาษี เพิ่มเป็น รายได้สุทธิ 150,000 บาทแรกไม่ต้องเสียภาษี เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 50

2. เบี้ยประกันชีวิต เดิมหักลดหย่อนได้ไม่เกิน 50,000 บาทต่อปี เพิ่มเป็น หักลดหย่อนได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี

3. เงินสะสมลงทุนในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (RMF) กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ หรือ เงินสมทบเข้ากองทุนครูโรงเรียนเอกชน เดิมหักลดหย่อนหน่วยลงทุนได้ไม่เกิน 300,000 บาท เพิ่มเป็น หักลดหย่อนได้ไม่เกิน 500,000 บาทต่อปี

4. เงินลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) เดิมหักลดหย่อนหน่วยลงทุนได้ไม่เกิน 300,000 บาท เพิ่มเป็น หักลดหย่อนได้ไม่เกิน 500,000 บาทต่อปี

5. ผู้เลี้ยงดูอุปการะคนพิการในครอบครัว เดิมไม่ได้หักลดหย่อน ของใหม่หักลดหย่อนได้ 30,000 บาทต่อคนต่อปี

ทั้งหมดที่ว่ามานี้คือ ส่วนหักลดหย่อนที่เพิ่มขึ้น

ทีนี้มาดูการหักลดหย่อนปกติที่ได้อยู่แล้ว มีอะไรบ้าง

เริ่มตั้งแต่ ค่าใช้จ่ายส่วนตัว หักได้ 60,000 บาท ภรรยาไม่ทำงาน หักได้อีก 30,000 บาท ลูก 1 คน หักได้ 15,000 บาท ถ้าเรียนหนังสือหักเพิ่มเป็น 17,000 บาท เงินค่าประกันสังคม หักได้ 9,000 บาท ดอกเบี้ยผ่อนบ้าน หักได้ 100,000 บาท พ่อแม่อายุเกิน 60 ปี หักค่าเลี้ยงดูได้อีกคนละ 30,000 บาท รวมเป็น 60,000 บาท

คร่าวๆแค่นี้ก็หักไปรวม 276,000 บาทแล้ว ถ้ารวม ข้อ 1 ข้อ 2 และข้อ 5 ก็หักลดหย่อนได้เพิ่มอีก 280,000 บาท รวมเป็น 556,000 บาท ยังไม่รวม RMF และ LTF ซึ่งหักลงทุนได้ไม่เกิน 15 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ ซึ่งประมาณว่า 90,000 บาทต่อปีเข้าไปด้วย ก็ได้หักค่าลดหย่อนทั้งหมดรวม 646,000 บาท มากโขทีเดียว

เอา 12 เดือนหาร ก็จะตกเป็นค่าลดหย่อนทั้งหมดเดือนละ 53,800 กว่าบาท คนที่มีรายได้ต่อเดือนไม่เกินจากนี้ และมีคุณสมบัติหักลดหย่อนได้ครบทุกข้อ ก็ไม่ต้องเสียภาษีเงินได้สักบาท

เขียนเรื่องภาษีแล้วผมก็มีข้อข้องใจของ “สตรี” ที่ถามผมมานานแล้ว ขอฝากผ่านไปยัง นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รัฐมนตรีคลัง และ คุณศานิต ร่างน้อย อธิบดีกรมสรรพากร ช่วยพิจารณาก็แล้วกัน

ทำไมผู้หญิงมีสามี เวลาไปลงทุน เช่น ซื้อพันธบัตร ซื้อหุ้น รายได้ที่เกิดขึ้นต้องถือเป็นรายได้ของสามีในการเสียภาษี ไม่เป็นการกดขี่ทางเพศไปหน่อยหรือ แยกเสียภาษีกันไม่ได้หรือ ช่วยตอบผู้หญิงหน่อยเถอะ.

"ลม เปลี่ยนทิศ"

ที่มา  : www.thairath.co.th




ลงวันที่ 29/03/2008 23:27:28
จำนวนผู้ชม 4079
ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน





ติดต่อสอบถาม | ลงประกาศงาน & โฆษณา : sale@siamhrm.com | โทร. 08-8881-6100 (ฝ่ายขาย)
เลขประจำตัวผู้เสียภาษี: 0992001714965 | เลขที่ใบทะเบียนพานิชย์ : 0101549820078
SIAMHRM.COM :รวมพลคน HR หาคนทำงาน หางาน คุณภาพ