SIAMHRM.com

ลงประกาศงาน หาคนทำงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์

[ยินดีต้อนรับ ผู้ใช้งานทั่วไป:ลงทะเบียน |เข้าระบบ ก่อนใช้งานค่ะ.]




 ค้นหางาน ตำแหน่งงาน:
กลุ่มงาน : ประเภท :  
 ภาค:
ค้น:



Google Groups สมัครสมาชิกไปยัง กลุ่มบริหารทรัพยากรมนุษย์ ประเทศไทย
อีเมล์:
ดูเอกสารที่เก็บรวบรวมไว้ ที่ groups.google.co.th
ร่วมสนทนาแลกเปลี่ยนความรู้ เอกสาร และประสบการณ์ทำงาน ไม่จำกัดสาขาอาชีพ


นักประวัติศาสตร์ ออสเตรเลีย แฉรัฐโกงหยาดเหงื่อแรงงานชนพื้นเมืองนาน กว่า 100 ปี

นักประวัติศาสตร์ ออสเตรเลีย แฉรัฐโกงหยาดเหงื่อแรงงานชนพื้นเมืองนาน กว่า 100 ปี | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : , ข้อมูลเกี่ยวกับ



ชะตากรรมของกลุ่มชนพื้นเมือง หรือที่เรียกโดยรวมว่า ‘ชาวอะบอริจินส์’ ในออสเตรเีีลีย คือภาพสะท้อนแห่งความอยุติธรรมที่ ‘รัฐ’ ได้กระทำต่อพลเมืองของตัวเอง และเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการ ‘เลือกปฏิบัติ’ ที่รัฐจำเพาะเจาะจงให้เกิดกับชนกลุ่มน้อยที่ด้อยโอกาสอยู่แล้ว

ข่าวคราวที่รัฐบาลกำหนดให้ชาวอะบอริจินส์อยู่ในพื้นที่ที่จำกัดในแต่ละรัฐ รวมถึงนโยบายด้านการศึกษาหรือสวัสดิการต่างๆ ที่ไม่ครอบคลุมถึงชาวอะบอริจินส์ มีมาให้ทั่วโลกได้ยินกันเป็นระยะๆ แต่น้อยคนนักที่จะออกมาเคลื่อนไหวหรือตั้งคำถามเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวอย่างจริงจัง

จนกระทั่ง ‘ดร.รอส คิดด์’ (Dr.Ros Kidd) นักประวัติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยบริสเบน ผู้เขียนหนังสือและผู้ศึกษาวิจัยเกี่ยวกับชาวอะบอริจินส์มากว่า 17 ปี ไ้ด้เปิดเผยหลักฐานที่ระบุว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลร่วมกันโกงเงินค่าแรงและเงินสวัสดิการที่ชาวอะบอริจินส์ควรจะได้รับ...

กระบวนการโกงกินครั้งนี้ เกิดขึ้นอย่างยาวนานถึง 100 ปี!

หลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ ดร.คิดด์ รวบรวม ได้แก่ เอกสารของทางราชการ รวมถึงเอกสารของทางโบสถ์ ซึ่งถูกบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร ตั้งแต่ ค.ศ.1890 – 1960 โดยประมาณ ระบุว่า ปัญหาความยากจนซึ่งชาวอะบอริจินส์กำลังประสบอยู่ในปัจจุบันนั้น มีสาเหตุมาจากรัฐบาลออสเตรเลียโกงเงินค่าแรงของพวกเขาอย่างไม่เป็นธรรม

เมื่อมีการก่อตั้งประเทศได้ไม่นาน รัฐบาลออสเตรเลีย (ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ถูกครอบครองโดยชาวผิวขาวเชื้อสายยุโรปเป็นส่วนใหญ่) กำหนดให้ชาวอะบอริจินส์ ‘ต้อง’ ทำงานให้กับรัฐ โดยหักค่าแรงร้อยละ 75 เข้ากองทุนสวัสดิการ และอีกร้อยละ 25 เป็นเงินที่รัฐจะต้องมอบให้ชาวอะบอริจินส์เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

แต่จากรายงานของ ดร.คิดด์ ระบุว่า เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นของรัฐยักยอกเงินค่า้จ้างและเงินสวัสดิการของชาวอะบอริจินส์มาเป็นเวลานานถึง 100 ปี โดยมีหลักฐานอ้างอิงถึงเจ้าหน้าที่รัฐบางแห่งอ้างว่า การให้อาหารและที่อยู่อาศัยก็เพียงพอแล้วที่จะใช้เป็นค่าตอบแทนแรงงานของชาวอะบอริจินส์

ตลอดระยะเวลากว่า 100 ปีที่ชาวอะบอริจินส์ทำงานในตำแหน่งเล็กๆ ให้แก่รัฐ หรือแม้แต่การที่ชาวอะบอริจินส์ต้อง ‘แสดง’ ให้บรรดานักท่องเที่ยวเห็นว่า วิถีชีวิต ขนบธรรมเนียม และความเป็นอยู่ของ ‘ชนเผ่าพื้นเมือง’ เป็นอย่างไร เพื่อแลกกับการอยู่อาศัยในเขตที่รัฐประกาศเป็น ‘พื้นที่อนุรักษ์’ พวกเขา ‘ไม่เคย’ ได้รับเงินค่าจ้างจากเจ้าหน้าที่รัฐอย่างเป็นธรรม ซึ่งการเอาเปรียบทางด้านค่าแรงนี้ ทำให้ลูกหลานรุ่นต่อๆ มาของชาวอะบอริจินส์ขาดแคลนโอกาสในด้านต่างๆ ตามไปด้วย

ปัจจุบัน ชาวอะบอริจินส์จำนวนมากยังคงไม่รู้หนังสือและไม่มีงานทำ เพราะไม่สามารถเข้าถึงระบบการศึกษาระดับสูงได้ นี่เป็นอีกหนึ่งปัญหาใหญ่ที่รัฐบาลออสเตรเลียต้องแก้ไข เพราะเรื่องเหล่านี้จะนำไปสู่ปัญหาอื่นๆ เช่น การก่ออาชญากรรม ปัญหาละเมิดสิทธิมนุษยชน และปัญหาสุขภาพประชากร ซึ่งส่งผลต่อการพัฒนาประเทศโดยตรง

หลังจากศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับข้อมูลเป็นเวลาหลายปี ดร.คิดด์ ได้นำเสนอรายงานดังกล่าวกับวุฒิสภา เมื่อเดือนตุลาคม 2550 ที่ผ่านมา พร้อมทั้งเรียกร้องให้รัฐตั้งกระบวนการสืบสวนสอบสวนขึ้นอย่างเร่งด่วน

ล่าสุด รัฐบาลใหม่ นำโดยนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ‘เควิน รัดด์’ ผู้มาจากพรรคแรงงาน ซึ่งยังไฟแรงและต้องการทำงานตอบแทนคะแนนเสียงที่ได้มา รับเรื่องของ ดร.คิดด์ ไปพิจารณา แถมยังประกาศต่อหน้าสื่อมวลชนอีกด้วยว่า หากปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นความผิดของรัฐบาลจริงๆ ก็พร้อมจะยอมรับผิด และกล่าวขอโทษชาวอะบอริจินส์กับสิ่งที่แล้วๆ มา

แน่นอนว่า รายงานของ ดร.คิดด์ เป็นรายงานเรื่องแรกๆ เกี่ยวกับชาวอะบอริจินส์ที่สร้างผลสะเทือนไปทั่วทั้งออสเตรเลีย เพราะมีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย

เหตุผลที่คนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยก็คือว่า ถ้ารัฐบาลยอมจ่ายเงินให้กับชาวอะบอริจินส์ตามจำนวน 100 ปีที่พวกเขาทำงานฟรีๆ รัฐจะต้องจ่ายเงินเพื่อการนี้ถึง 70 ล้านดอลลาร์ (ออสเตรเลีย) หรือประมาณ 2,030 ล้านบาท!

แรงต่อต้านครั้งนี้ส่งผลไปถึง ดร.คิดด์ ในฐานะผู้ทำการศึกษาวิจัยและเปิดเผยข้อมูล แต่ ดร.คิดด์ ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ The Age แห่งออสเตรเลีย โดยระบุว่า รัฐบาลอาจเห็นว่า ชาวอะบอริจินส์เป็นเพียงประชาชน ‘ไร้การศึกษา’ และ ‘ไม่สามารถจัดการดูแลเงินจำนวนมหาศาลด้วยตนเองได้’ แต่ไม่ว่ามันจะความจริงหรือไม่ เงินซึ่งรัฐควรจะให้เป็นค่าแรง ค่าจ้าง รวมถึงค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันที่ไม่เคยไปถึงมือของชาวอะบอริจินส์ ก็เป็นคนละเรื่องกัน

“สิ่งสำคัญก็คือทุกคนควรจะตระหนักว่านี่ ‘ไม่ใช่’ ค่าชดเชย; ประชาชนไม่ได้ร้องขอค่าชดเชย แต่นี่คือรายได้ที่พวกเขาจะต้องได้รับจากรัฐ เพื่อตอบแทนการทำงานหนักของพวกเขาเอง”

 

แหล่งข่าว : ประชาไท




ลงวันที่ 09/01/2008 12:07:44
จำนวนผู้ชม 1348
ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน





ติดต่อสอบถาม | ลงประกาศงาน & โฆษณา : sale@siamhrm.com | โทร. 08-8881-6100 (ฝ่ายขาย)
เลขประจำตัวผู้เสียภาษี: 0992001714965 | เลขที่ใบทะเบียนพานิชย์ : 0101549820078
SIAMHRM.COM :รวมพลคน HR หาคนทำงาน หางาน คุณภาพ