SIAMHRM.com

ลงประกาศงาน หาคนทำงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์

[ยินดีต้อนรับ ผู้ใช้งานทั่วไป:ลงทะเบียน |เข้าระบบ ก่อนใช้งานค่ะ.]




 ค้นหางาน ตำแหน่งงาน:
กลุ่มงาน : ประเภท :  
 ภาค:
ค้น:



Google Groups สมัครสมาชิกไปยัง กลุ่มบริหารทรัพยากรมนุษย์ ประเทศไทย
อีเมล์:
ดูเอกสารที่เก็บรวบรวมไว้ ที่ groups.google.co.th
ร่วมสนทนาแลกเปลี่ยนความรู้ เอกสาร และประสบการณ์ทำงาน ไม่จำกัดสาขาอาชีพ


HRM 'ศศินทร์' โชว์ฟอร์มสอบผ่าน มาตรฐาน SHRM แห่งแรกของเอเชีย

HRM 'ศศินทร์' โชว์ฟอร์มสอบผ่าน มาตรฐาน SHRM แห่งแรกของเอเชีย | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : , ข้อมูลเกี่ยวกับ


รศ.ดร.ศิริยุพา รุ่งเริงสุข
        "ศศินทร์" ชูความเก๋าสอบผ่านมาตรฐานคุณภาพแห่งแรกของเอเชีย วัดโดย SHRM หรือสถาบันวิชาชีพด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์ที่ใหญ่สุดในโลก เชื่อเป็นการยกระดับมาตรฐานของการศึกษา HR ตั้งเป้าหมายอยากเป็นผู้นำด้าน HR ของภูมิภาค แต่ขอสร้างองค์ความรู้ด้าน HR ในไทยก่อน เตรียมพัฒนาสถาบันให้พร้อมหวังให้ผ่านการรับรองจาก AACSB หรือสำนักรับรองมาตรฐานการศึกษาระดับโลก ชี้ HR ไทยที่มีคุณภาพยังขาดแคลนสูง เปิดทิศทาง HR มืออาชีพ
       
       ๐ ปักธงผู้นำ

       
       รศ.ดร.ศิริยุพา รุ่งเริงสุข กรรมการบริหารหัวหน้าหลักสูตรการบริหารบุคคล สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการทรัพยากรมนุษย์ (หลักสูตรนานาชาติ) ได้รับการรับรองมาตรฐานจาก SHRM (The Society For Human Resource Management) ซึ่งเป็นสถาบันวิชาชีพทางด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์ที่ใหญ่สุดในโลก และเปิดมาถึง 50 ปีอยู่ที่รัฐเวอร์จิเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกาโดยมีสมาชิกทั่วโลกถึง 300,000 กว่าคน และยังได้รับการยอมรับจาก AACSB หรือสำนักรับรองมาตรฐานการศึกษาระดับโลก ซึ่งเป็นสถาบันที่รับรองมาตรฐานการศึกษาระดับโลก เหมือนกับสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) ของไทย
       
       ความภูมิใจอยู่ที่ ศศินทร์เป็นแห่งแรกในเอเชียที่ได้รับการรับรองว่าเป็นหลักสูตรที่มีคุณภาพ การที่ได้รับการยอมรับจาก SHRM เท่ากับเป็นการยกระดับมาตรฐานของการศึกษา HR และเป็นจุดเริ่มต้นของการช่วยสังคมในการพัฒนาทรัพยากรที่มีค่านั้นคือ คน
       
       "การที่เราได้รับการรับรองจาก SHRM นั้น เพราะเขามาสำรวจแล้วพบว่ายังไม่มีหลักสูตร HR ของที่ใดเด่นเท่ากับเรา มีการเข้าไปสำรวจประเทศจีนปรากฎว่ายังสู้เราไม่ได้ เพราะไปมุ่งแต่ด้านไอที มาร์เก็ตติ้ง และวิศวกร ส่วนมหาวิทยาลัยในไทยยังไม่ค่อยมีการเปิดเป็นเรื่องเป็นราว เป็นแค่ไปอิงกับคณะอื่นๆ อย่างรัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ เรียน HR แค่ 2-3 ตัวแล้วบอกว่าเรียนจบเอกด้าน HR แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ หรือบางแห่งที่เปิดเป็นสาขาก็เพิ่งเปิดไม่นาน ขณะที่ศศินทร์เปิดด้าน HR มาถึง 15 ปีแล้ว"
       
       สำหรับมาตรฐานที่ใช้วัดจะดูจากหลักสูตร ซึ่งไม่ใช่หลักสูตรที่อิงต่างประเทศเพียงอย่างเดียว แต่เป็นหลักสูตรที่เกิดจากการสั่งสมประสบการณ์ในการสอนและการทำวิจัยทั่วโลก ซึ่งสาเหตุที่ไม่ดูหลักสูตรในเอเชีย เพราะยังไม่มีที่ใดได้รับการยกย่อง นอกจากนี้ ยังดูเรื่องคุณภาพอาจารย์ ซึ่งหลังจาก SHRM รับรองแล้ว ในทุกๆ 2-3 ปี จะมีการประเมินคุณภาพการศึกษาของศศินทร์อย่างต่อเนื่อง
       
       รศ.ดร.ศิริยุพา กล่าวต่อว่า ปีนี้หลักสูตร HRM ของศศินทร์มีการปรับปรุงหลักสูตรให้มีความกระชับขึ้นจากเดิมในระดับปริญญาโท จากเดิมที่ใช้เวลาเรียน 2 ปี เปลี่ยนมาเป็น 1 ปี 5 เดือน ส่วนประกาศนียบัตรบัณฑิต จากเรียน 1 ปี ปรับลดเหลือ 7 เดือน
       
       ส่วนตัวหลักสูตรมีการปรับเช่นกัน แต่ยังคงโครงสร้างใหญ่ไว้อยู่ และมีการปรับเปลี่ยนในเรื่องของบางวิชาให้ทันสมัย พร้อมเสริมการเรียนแบบบูรณาการเพื่อให้มองเห็นความเชื่อมโยงของแต่ละวิชา และเวลาที่นำไปใช้จริงสามารถนำไปใช้ได้เลย รวมทั้งเสริมความรู้ด้านแมเนจเมนต์เพื่อให้รู้จักหน้าที่การทำงานแต่ละตำแหน่งในบริษัท นอกจากนี้ ก่อนจะจบการศึกษาในวิชาสุดท้ายนักเรียนจะต้องไปเรียนที่ต่างประเทศ โดยจะต้องไปฟังสัมมนาการประชุมทางด้าน HR ซึ่งจัดโดย SHRM ซึ่งปี 2551 จะจัดที่บอสตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา ช่วงมีนาคม-เมษายน
       
       นอกจากนี้ ศศินทร์มีเป้าหมายที่อยากเป็นศูนย์กลางทางด้าน HR ของภูมิภาค แต่ขณะนี้เน้นสร้างความตระหนักด้าน HR ก่อน เพื่อให้ผู้บริหารเห็นว่าถึงเวลาที่ต้องมาเรียน HR แล้ว โดยจะใช้การเผยแพร่ข่าวสารผ่านการจัดสัมมนา ซึ่งทำโดยนิสิตเก่ากับศศินทร์ในโครงการศศินทร์สู่สังคม ซึ่งจะจัดสัมมนาปีละ 1-2 ครั้ง อีกส่วนคือการเขียนคอลัมน์ลงในหนังสือพิมพ์ซึ่งได้รับการตอบรับค่อนข้างดี
       
       ศศินทร์ยังมีแผนที่จะพัฒนาสถาบันให้ผ่านการรับรองจาก AACSB ขณะที่มหาวิทยาลัยในไทยยังไม่มีที่ใดที่ผ่านการรับรองจากสถาบันนี้เลย โดยตามหลักเกณฑ์จะต้องพัฒนาทุกหลักสูตรให้พร้อม อย่างไรก็ตาม คาดว่าภายใน 1 ปีครึ่ง ศศินทร์จะสามารถผ่านการตรวจสอบได้
       เกณฑ์ในการคัดเลือกของ AACSB จะดูจาก 1.หลักสูตร 2.คุณภาพอาจารย์ต้องเป็นดอกเตอร์ 3.การใส่ใจของอาจารย์กับนักศึกษา อย่างของศศินทร์อยู่ในระดับอาจารย์ 1 คนต่อนักศึกษา 15-20 คน 4.ดูผลงานวิจัยของอาจารย์ 5.หลักสูตรต้องสะท้อนเทรนด์ของโลก พร้อมทั้งต้องมีการสอนกรณีศึกษา (case study) ของไทยและเอเชียด้วย และ 6.ดูปริมาณของนักศึกษาที่จบไปแล้วได้งานทำ
       
       ๐ ตลาดขาดบุคลากรคุณภาพ
       
        รศ.ดร.ศิริยุพา กล่าวเสริมต่อว่า สำหรับปริมาณ HR ในไทยถือว่ายังขาดตลาดอยู่มาก แต่บริษัทต่างๆ ไม่รู้ตัวว่าขาด โดยเฉพาะ HR ที่มีคุณภาพ มีแต่บริษัทใหญ่กับข้ามชาติเท่านั้นที่รู้ตัว และใช้วิธีการดึงตัว
       
       สำหรับจำนวนนักศึกษาที่ศศินทร์สามารถผลิตได้ทั้งระดับปริญญาโทและประกาศนียบัตรมีเพียง 15 คนต่อปี แต่ความต้องการรับนักศึกษามีถึง 20-25 คนต่อปี สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการที่นักศึกษาบางคนพิจารณาตัวเองว่าไม่เหมาะสมกับการเรียนที่ศศินทร์ ทั้งนี้ นอกจากนักศึกษาไทยแล้วยังมีชาวต่างชาติมาเรียนปีละ 1-2 คน ส่วนราคาค่าเล่าเรียนของศศินทร์ในระดับปริญญาโทอยู่ที่ 605,300 บาท ส่วนประกาศนียบัตร 314,800 บาท
       
        ด้านการแข่งขันในตัวหลักสูตร ปัจจุบันมหาวิทยาลัยในไทยที่เปิดหลักสูตร HR มีอยู่ประมาณ 10 แห่ง จากเดิมที่มีอยู่ 2-3 แห่ง แต่ศศินทร์ไม่ได้มีเป้าหมายที่จะแข่งกับมหาวิทยาลัยอื่น ส่วนการที่มีมหาวิทยาลัยอื่นๆ เปิดหลักสูตรนี้กันมากนั้นถือเป็นเรื่องดี แต่ควรคำนึงถึงเรื่องคุณภาพ มาตรฐานเป็นสำคัญไม่ใช่แห่เปิดแบบเอ็มบีเอ
       
       ๐ เปิดทิศทาง HR มืออาชีพ
       
        รศ.ดร.ศิริยุพา ยังกล่าวถึงแนวโน้มของคนทำงาน HR ที่บริษัทต้องการว่า ต่อไป HR จะไม่ใช่มีหน้าที่เป็นแค่พนักงานตอกบัตร หรือจัดเก็บเอกสารต่อไป แต่ต้องเป็นคนที่รู้รอบ รู้จักการวางแผน รู้สถานการณ์โลก เศรษฐศาสตร์ เศรษฐกิจ ต้องดูแนวโน้มของธุรกิจได้ กลยุทธ์ของบริษัท ต้องรู้จักการใช้เครื่องมือ รู้คู่แข่งของบริษัท ฯลฯ
       
       ที่สำคัญต้องทำงานเชิงรุก เข้าใจเรื่องของการวัดผล และต้องตอบสนองต่อเทรนด์ธุรกิจ อย่างช่วงที่ผ่านมาการควบรวมกิจการมีมากขึ้น งาน HR ต้องมาสร้างให้คนต่างวัฒนธรรมมีวัฒนธรรมเดียวกัน การที่ HR จะมีความรู้ขนาดนี้ เนื่องจากการทำงานแบบเดิมไม่สามารถวัดผลเป็นรูปธรรมได้ ดังนั้น ต่อไป HR จะต้องดึงเอางานด้านการเงินและบัญชีมาใช้ในการวัดผลเพื่อให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น
       
        "เราจะต้องคิดว่าเราลงทุนกับคนนี้จะคุ้มค่าหรือเปล่า HR จะต้องประเมินออกมาให้ได้เป็นตัวเลข จะบอกว่ารู้สึกดีไม่ได้ แต่ต้องคิดว่าทำอะไรเสียหายน้อยลงหรือเปล่า หรือทำอะไรดีขึ้นหรือเปล่า ซึ่งบริษัทใหญ่กับข้ามชาติเห็นความสำคัญของ HR ในลักษณะนี้แล้ว เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย เนสท์เล่ ก็มีการส่งพนักงานเข้ามาเรียน ทั้งฝ่าย HR และผู้บริหารเพราะต้องทำงานกับคน แม้แต่บริษัทเล็กๆ ก็ควรให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เพื่อเตรียมตัวรับกับการโกอินเตอร์"
       
       รศ.ดร.ศิริยุพา สรุปว่า ดังนั้น คนที่จะมาเรียนหลักสูตร HR ที่ศศินทร์ต้องพร้อมจะทำวิจัย ใช้ภาษาอังกฤษในระดับดี และยังต้องมีความรู้ทางด้านคณิตศาสตร์ เนื่องจากทั้งคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเติบโตไปสู่ระดับนานาชาติ ทำให้หลักสูตรของศศินทร์เป็นหลักสูตรที่ยาก
โดย ผู้จัดการรายสัปดาห์



ลงวันที่ 08/10/2007 10:45:18
จำนวนผู้ชม 2289
ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน





ติดต่อสอบถาม | ลงประกาศงาน & โฆษณา : sale@siamhrm.com | โทร. 08-8881-6100 (ฝ่ายขาย)
เลขประจำตัวผู้เสียภาษี: 0992001714965 | เลขที่ใบทะเบียนพานิชย์ : 0101549820078
SIAMHRM.COM :รวมพลคน HR หาคนทำงาน หางาน คุณภาพ