SIAMHRM.com

ลงประกาศงาน หาคนทำงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์

[ยินดีต้อนรับ ผู้ใช้งานทั่วไป:ลงทะเบียน |เข้าระบบ ก่อนใช้งานค่ะ.]




 ค้นหางาน ตำแหน่งงาน:
กลุ่มงาน : ประเภท :  
 ภาค:
ค้น:



Google Groups สมัครสมาชิกไปยัง กลุ่มบริหารทรัพยากรมนุษย์ ประเทศไทย
อีเมล์:
ดูเอกสารที่เก็บรวบรวมไว้ ที่ groups.google.co.th
ร่วมสนทนาแลกเปลี่ยนความรู้ เอกสาร และประสบการณ์ทำงาน ไม่จำกัดสาขาอาชีพ


บ.อาซาฮี เลิกจ้างคนงานนับพัน นายกฯยันรัฐบาลดูแลค่าเงินบ.

บ.อาซาฮี เลิกจ้างคนงานนับพัน นายกฯยันรัฐบาลดูแลค่าเงินบ. | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : , ข้อมูลเกี่ยวกับ

    

บริษัท อาซาฮีประกาศเลิกจ้างคนงานนับพัน ปลัดฯแรงงานรุดลงพ.ท.สั่งนายจ้างจ่ายชดเชยตามก.ม. เผย อังคารนี้บอร์ดประกันสัง คมถกลดเงินสมทบส่วนของนายจ้าง ด้าน“สุรยุทธ์”ระบุ ค่าบาทแข็งเป็นเพราะกระแสการลงทุนในเอเชีย เผย ไทยยังไม่เลวร้าย ย้ำรัฐบาลมีมาตรการดูแล แนะผู้ประกอบการต้องปรับตัว

(14กค.) นายจุฑาธวัช อินทรสุขศรี ปลัดกระทรวงแรงงานพร้อมเจ้าหน้าที่สังกัดกระทรวงแรงงานทั้ง 5 กรมได้เดินทางลงตรวจสอบสภาพปัญหากรณีจะมีการเลิกจ้างในบริษัท สยาม อาซาฮี เทคโน กราส จำกัด ย่าน ต.แหลมฉบัง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี จำกัด โดยนายจุฑาธวัช กล่าวว่า ได้รับรายงานว่าขณะนี้บริษัทดังกล่าวเลิกจ้างพนักงานนับพันคนในสิ้นเดือนก.ค.นื้ จึงได้เจรจานายจ้างเรียบร้อยแล้ว โดยใช้มาตรการเชิงรุกให้นายจ้างปฎิบัติตามพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ซึ่งจะต้องจ่ายค่า ชดเชยการเลิกจ้าง ค่าบอกกล่าวล่วงหน้า อย่างไรก็ตาม นายจ้างรับว่าจะดำเนินการตามกฎหมายดังกล่าว เนื่องจากบริษัทมีเงินสำรองจ่ายให้กับลูกจ้างทุกคน

นอกจากนี้ กรมการจัดหางานยังได้ประสานกับโรงงานในพื้นที่ใกล้เคียงให้รับคนงานที่ตกงานของบริษัทนี้เข้าทำงาน เบื้องต้นบริษัทในเครือปูนซีเมนต์ไทย จำกัดจะรับคนงานประมาณ 100 คน เข้าทำงาน พร้อมสั่งการให้จัดหางานจังหวัดชลบุรีจัดหางานรองรับตั้งโต๊ะรับสมัครคนงานที่เหลือในวันที่ 23-24 ก.ค.ซึ่งเชื่อว่าจะไม่มีปัญหาคนว่างงาน เพราะมีตำแหน่งงานรองรับในพื้นที่กว่า 2,000 ตำแหน่ง อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 17 ก.ค.นี้ได้เรียกประชุม 5 เสือกระทรวงแรงงาน ได้แก่จัดหางานจังหวัด ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัด สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด ประกันสังคมจังหวัด และแรงงานจังหวัด ประชุมซักซ้อมมาตรการช่วยเหลือแรงงาน ที่ถูกเลิกจ้าง ภายหลังค่าเงินบาทแข็งขึ้นส่งผลต่อภาวะเศรษฐกิจ

นายจุฑาธวัช ในฐานะประธานบอร์ดประกันสังคม(สปส.) กล่าวว่า ส่วนกรณีสภาองค์กรนายจ้างเรียกร้องให้สปส.ลดการเก็บเงินสม ทบในส่วนนายจ้างเพื่อลด ปัญหาค่าใช้จ่ายสูงของนายจ้างนั้น ในวันที่ 17 ก.ค. นี้ตนจะนำเรื่องนี้เข้าหารือที่ประชุมบอร์ด สปส.ซึ่งมาตรการเบื้องต้นอาจไม่ต้องใช้วิธีนี้ โดยให้ใช้วิธีการชะลอการส่งเงินสมทบ ไปก่อน

ด้านพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ“เปิดบ้านพิษณุโลก” ถึงกรณีสถานการณ์ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องว่า ได้คุยกันเรื่องความเปลี่ยนแปลง เป็นเรื่องของสภาวะเศรษฐกิจโลกโดยทั่วไป เนื่องจากมีกระแสของการลงทุนมาทางเอเชียค่อนข้างมาก เพราะฐานเศรษฐกิจทางเอเชียมีการขยายตัวมาก ประเทศไทยไม่ได้อยู่ในเกณฑ์ที่เลวร้ายอะไร ในด้านการขยายตัวทางเศรษฐกิจจะเห็นว่า มีทุนจากต่างประเทศเข้ามา เมื่อเข้ามามากก็ทำให้เงินบาทออกไปนอกประเทศ จากกรณีนี้ รัฐบาลดูแลมาโดยตลอด อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ตนเข้ามาทำงานมีแนวโน้มที่ค่าของเงินจะแข็งตัวขึ้นมาตั้งแต่ต้นแล้ว จึงวางมาตรการและเตรียมการต่าง ๆ ไว้ เพื่อไม่ให้เกิดความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วมากจนเกินไป จนมีผลกระทบ ซึ่งเศรษฐกิจของเรายังมั่นคง ยังดีอยู่

“เหมือนกับร่างกายของคนเรา ถ้าอุณหภูมิหรือมีไข้สูงมาก ลดลงเร็วมาก ขึ้นมาสูงมาก ในระยะเวลาสั้น ๆ ไม่ดี ง่าย ๆ ก็เป็นอย่างนั้น คือ ทำอย่างไรที่จะมีมาตรการ ทั้งในด้านการดูแลค่าของเงิน การดูแลองค์กรต่าง ๆ ในแต่ละภาคส่วน ซึ่งอาจจะมีผลกระทบบ้าง แต่ไม่ให้มีผลกระทบมากนัก เราจะพยายามรักษาตรงนี้ อย่างกรณีโรงงานสิ่งทอที่ประกาศว่าจะปิดโรงงาน เมื่อได้หารือกันแล้ว ขณะนี้ก็เปิดทำงาน และทางสมาคมสิ่งทอจะเข้าไปช่วยดูแล ภาครัฐจะเข้าไปดูแลเช่นกัน ในด้านเศรษฐกิจซึ่งมองเห็นว่า อาจจะมีปัญหาในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ การที่เข้าไปดูแลหมายถึงว่า ช่วยให้สามารถปรับตัวต่อไปในโอกาสข้างหน้าได้ เพราะการแข่งขันทางการค้า ทางเศรษฐกิจนั้น เป็นเรื่องที่จะต้องปรับตัว” นายกรัฐมนตรี กล่าว

ต่อข้อถามว่า จะสร้างความมั่นใจให้นักลงทุนต่างประเทศอย่างไร เพราะค่าเงินบาทยังแข็งอยู่ และส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการในประเทศ นักลงทุนอาจหนีไปลงทุนในประเทศเวียดนาม หรือจีน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เป็นบางส่วนเท่านั้นเอง เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ตนไปเปิดโรงงานอุตสาหกรรมเกี่ยวกับเหล็ก โดยบริษัทของอิตาลี เข้ามาตั้งอยู่ในประเทศไทย และบริษัทนี้ได้ชี้แจงว่า เหตุใดถึงมาตั้งโรงงานอยู่ที่ไทย เพราะมีปัจจัยหลายอย่าง ไม่ใช่เรื่องค่าแรงงานเพียงอย่างเดียว เช่น ไทยมีความพร้อมทางด้านของการขนส่ง

ต่อข้อถามว่า กรณีนักลงทุนจากต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น กันเงินทุนสำรองเพิ่มขึ้น แสดงให้เห็นว่าจะเกิดวิกฤติเศรษฐกิจรอบใหม่ใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเรื่องการลงทุน เป็นข้อตกลงของธนาคารแห่งประเทศไทย กับญี่ปุ่น เพื่อรักษาเสถียรภาพของเงินกองทุนสำรองระหว่างประเทศ เพราะญี่ปุ่น มีประสบการณ์ในเรื่องเหล่านี้มานานพอสมควร และจากบทเรียนของปี 2540 ที่เงินบาทอ่อนตัวมาก และอ่อนตัวเร็ว แต่ในขณะนี้ เงินบาทแข็งตัว ก็ได้พยายามที่จะรักษาไม่ให้แข็งตัวเร็วจนเกินไป ส่วนเรื่องตลาดทุนที่มีกระแสจากทางตะวันตกมาทางตะวันออก ญี่ปุ่นกับไทยอาจจะอยู่ในฐานะที่ใกล้กัน หมายถึงว่า เป็นตลาดการเงินที่ค่อนข้างเปิด อย่างจีน เวียดนาม เขาควบคุมชัดเจน เป็นตลาดที่ยังไม่ได้เปิด เพราะฉะนั้น มาตรการทางการเงินไม่เหมือนกัน ผู้ประกอบการในประเทศต้องรู้จักปรับตัว

นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า การดำเนินธุรกิจส่วนที่มีปัญหาขณะนี้ มีเพียงส่วนของสิ่งทอที่มีปัญหา ส่วนภาคอื่น ๆ มีมาตรการมารองรับในส่วนนี้ค่อนข้างจะกว้างขวางพอสมควร สิ่งที่เป็นตัวช่วยคือ เมื่อเงินบาทแข็ง ก็ได้สั่งซื้อน้ำมันดิบเข้ามา ส่วนนี้จะลดลง เพราะมีตัวถ่วงและก็มีตัวช่วยเช่นเดียวกัน ส่วนภาคเกษตรได้หาทางที่จะช่วยเหลือในเรื่องของส่วนเหล่านี้ ส่วนใหญ่แล้วผู้ส่งออกจะต้องมีการปรับตัว การปรับตัวที่ว่านี้มีหลายอย่าง อย่างที่ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ให้ข้อมูล คือ ผู้ส่งออกจะไปซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าไว้ โดยบางครั้งซื้อขายเกินเงินที่ตัวเองมีอยู่ กลายเป็นเก็งกำไรไปต้องระวัง เพราะมาตรการการซื้อขายล่วงหน้าเป็นตัวช่วย ส่วนผู้ส่งออกด้านอื่น ๆ เมื่อไปซื้อขายเงินล่วงหน้า สมมติว่า 3 เดือน 6 เดือนข้างหน้าแล้ว จะมีผลอย่างไร อันนี้เป็นเรื่องที่พ่อค้าส่งออกรายใหญ่ ๆ เขามีตัวช่วยอยู่แล้ว

“การลงทุนในตลาดหุ้น เราได้จำกัดเพดานอยู่แล้วในแต่ละวันว่าได้มากน้อยแค่ไหน อย่างไร เราคงดูในส่วนนี้ สิ่งที่ผมอยากจะเรียนเตือนนักลงทุนไทยคือ อย่าผลีผลาม เพราะว่าในเรื่องของตลาดหุ้น มีคำพูดกันอยู่แล้วว่า แมงเม่า ตรงนี้ต้องระวัง เพราะรัฐบาลพยายามแนะนำในเรื่องของหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงก็มาอยู่ตรงนี้ว่า ความมีเหตุผล เรามีความไม่ประมาทไหม เรามีทางที่จะป้องกันตัวเราเองอย่างไร สิ่งเหล่านี้คือ ได้นำแนวทางให้เราได้พิจารณาว่า อย่าเล็งผลเลิศจนเกินไป หาจุดที่มีเหตุผล มีความพอเพียง ในการที่จะลงทุนหรือไม่ลงทุน” นายกรัฐมนตรี กล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลพยายามอย่างยิ่งที่จะรักษาเสถียรภาพของเศรษฐกิจและการเมือง โดยด้านเศรษฐกิจให้ขยายตัวอย่างยั่งยืน เมื่อส่งงานให้กับรัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้ง จะได้ไม่มีปัญหามากมาย ยืนอยู่บนพื้นฐานที่ค่อนข้างจะดี ทางด้านการเมืองก็เช่นกัน เราก้าวมาไกลพอสมควร อีกไม่กี่วันจะลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ถ้าผ่านไปได้จะเห็นชัดว่า ความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาทางการเมืองนั้นจะค่อย ๆ ก้าวไปสู่การเลือกตั้ง และจะมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง

“ถ้าเราสามารถดำเนินการได้ภายในปลายปีนี้ ตามเป้าก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรเลย นั่นคือ สิ่งที่เราสามารถที่จะส่งการบริหารบ้านเมืองของเรา ซึ่งอยู่ในสถานะมีการวางรากฐานที่ดีพอ และสามารถที่จะไปต่อยอดให้มีความยั่งยืนต่อไปได้ ทั้งด้านเศรษฐกิจและด้านการเมือง” นายกรัฐมนตรี กล่าว

 

แหล่งข่าว : คมชัดลึก




ลงวันที่ 16/07/2007 09:10:01
จำนวนผู้ชม 1505
ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน





ติดต่อสอบถาม | ลงประกาศงาน & โฆษณา : sale@siamhrm.com | โทร. 08-8881-6100 (ฝ่ายขาย)
เลขประจำตัวผู้เสียภาษี: 0992001714965 | เลขที่ใบทะเบียนพานิชย์ : 0101549820078
SIAMHRM.COM :รวมพลคน HR หาคนทำงาน หางาน คุณภาพ