SIAMHRM.com

ลงประกาศงาน หาคนทำงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์

[ยินดีต้อนรับ ผู้ใช้งานทั่วไป:ลงทะเบียน |เข้าระบบ ก่อนใช้งานค่ะ.]




 ค้นหางาน ตำแหน่งงาน:
กลุ่มงาน : ประเภท :  
 ภาค:
ค้น:



Google Groups สมัครสมาชิกไปยัง กลุ่มบริหารทรัพยากรมนุษย์ ประเทศไทย
อีเมล์:
ดูเอกสารที่เก็บรวบรวมไว้ ที่ groups.google.co.th
ร่วมสนทนาแลกเปลี่ยนความรู้ เอกสาร และประสบการณ์ทำงาน ไม่จำกัดสาขาอาชีพ


แฉแทคติกบล็อกโหวตสมัชชา ร้องสมาชิกแรงงานเร่ขายเสียง

แฉแทคติกบล็อกโหวตสมัชชา ร้องสมาชิกแรงงานเร่ขายเสียง | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : , ข้อมูลเกี่ยวกับ



นายการุณ ใสงาม สมาชิกสมัชชาแห่งชาติ อดีตส.ว.บุรีรัมย์ กล่าวถึงกระแสข่าวการล็อบบี้ในการเลือกกันเองของสมัชชาแห่งชาติให้เหลือ 200 คน ว่าพวกที่บอกว่าล็อบบี้ไม่ได้ พยายามทำเป็นไม่รู้ หรือแกล้งโง่ หรืออาจไม่รู้จริงเพราะไม่เคยเกี่ยวข้องการเมือง การล็อบบี้ถ้ามีกำลังทรัพย์และกำลังจัดตั้งเพียงพอสามารถทำได้อยู่แล้ว เอาเพียงให้ทุกคนเลือกตัวเองคนละ 1 คะแนนเท่านั้น ไม่ต้องเลือกใครอีก และมาเอาเงินไปคนละ 1 แสน สมัชชาฯ 1 พันคนก็ไม่กี่ล้านบาท ตรงนี้ทำลายคะแนน 1 พันคนไปแล้ว จากนั้นเมื่อเหลือในกลุ่มจัดตั้ง 400-500 คน ในกลุ่มนี้ก็ไขว้กันไปไขว้กันมา ได้คนละ 3–4 คะแนน ก็จะชนะอยู่ใน 200 คนแล้ว ดังนั้นไม่ยุ่งยากเลยถ้าจะล็อบบี้ แต่ขึ้นอยู่กับว่าผู้มีอำนาจจะทำหรือไม่ มีกำลังพอหรือไม่ เพราะมีวิธีมากมาย ดังนั้น ที่บอกว่าล็อบบี้ยาก คงไม่ใช่ ไม่แน่บางทีอาจรู้แล้วและได้ทำแล้วก็ได้ ตนก็กำลังติดตามอยู่ และขอให้ทุกคนช่วยจับตาด้วย

ส่วนกระแสข่าวรายชื่อกรรมาธิการยกร่างฯที่มีการเปิดรายชื่อออกมาแล้วนั้น ตนยังไม่เห็นรายชื่อใครชัดเจน และข่าวที่ระบุว่า นายเชาวน์ สายเชื้อ อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ถูกทาบทามเป็นประธานกรรมาธิการยกร่างฯนั้น ตนเห็นว่านายเชาวน์ มีประสบการณ์ ในฐานะอดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ แต่ไม่เคยสัมผัสการใช้รัฐธรรมนูญในฐานะที่เป็นเครื่องมือของอำนาจทางนิติบัญญัติ และทางฝ่ายบริหาร แต่กรรมธิการสามารถช่วยได้ในส่วนนี้ อย่างไรก็ดี เมี่อ ส.ส.ร. 100 คน เป็นผู้เสนอชื่อกรรมาธิการยกร่าง 25 คน ปัญหาคือ ส.ส.ร. 100 คนนั้น คือใคร เพราะถ้าล็อบบี้มาได้จำนวน 50-60 คน เป็นเสียงข้างมาก คนกลุ่มนี้ก็จะสามารถจัดตั้งกรรมาธิการยกร่าง 25 คนได้ และ 25 คนนี้จะไปสมทบกับ 10 คน ที่ คมช.ส่งมา ตรงนี้จะทำให้เกิดปัญหา ประชาชนจะลำบากในการผลักดันให้รัฐธรรมนูญเป็นของประชาชน

เมื่อถามถึงกระบวนการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ นายการุณ กล่าวว่า สิ่งที่หนักใจที่สุดคือ การมีส่วนร่วมของประชาชน และการปฏิรูปทางการเมืองเพื่อเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมทางการเมืองให้มีสูงขึ้น เพราะหากวัฒนธรรมทางการเมืองของนักการเมืองและประชาชนไม่ได้รับการปฏิรูปอย่างเอาจริงเอาจัง ปัญหาจะเกิดขึ้นอีกโดยอำนาจจะไปตกอยู่กับคนเพียงบางกลุ่ม ซึ่งจะไม่เป็นประโยชน์ กลายเป็นผู้มีอำนาจและผู้มีผลประโยชน์จะนำอำนาจไปใช้ให้เกิดประโยชน์เฉพาะกลุ่ม หรือพวกของตน

ส่วนระยะเวลาการยกร่างรัฐธรรมนูญ คงไม่ต้องใช้เวลามาก ใช้เวลาเพียง 1-2 สัปดาห์ คงจะยกร่างเสร็จ เนื่องจากมีตัวแบบอยู่แล้ว ตนเห็นว่าควรใช้รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 เป็นหลักในการยกร่าง โดยแก้ไขบางส่วนที่เป็นปัญหาซึ่งประเด็นเหล่านี้ทุกคนรู้ดีอยู่แล้ว ส่วนตัวแบบในการแก้ไขปัญหา ก็รู้กันดีไม่ว่าจะเป็นกรณีองค์กรอิสระ อำนาจของฝ่ายบริหาร อำนาจฝ่ายนิติบัญญัติ หรือเครื่องมือที่มีปัญหาทางรัฐธรรมนูญที่ใช้มาทุกแบบ และพบปัญหาแล้ว ความจริงการยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 ได้มีผู้เตรียมการยกร่างแก้ไขไว้แล้วในทุกประเด็น จึงสามารถนำมาใช้ปรับปรุงโดยให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชนในการแสดงความคิดเห็น

"การประชาพิจารณ์เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการมีส่วนร่วม การมีส่วนร่วมทางการเมืองต้องให้ทุกคนมีส่วนร่วมทุกขั้นตอน เพื่อเป็นเจ้าของในรัฐธรรมนูญและมีสำนึก วัฒนธรรมทางการเมือง และความรับผิดชอบในระบอบประชาธิปไตย มีการแบ่งพื้นที่ระหว่างภาคการเมืองกับภาคตัวแทนให้ชัดเจน ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในภาคพลเมืองได้อย่างเต็มกำลัง เพราะปัญหาของรัฐธรรมนูญคือ ภาคตัวแทนไม่ทำงาน หรือทำงานไม่มีประสิทธิภาพ เพราะอาจจะมาจากเหตุผลที่เงื่อนไขของรัฐธรรมนูญจำกัด"นายการุณ กล่าว

**ร้องสมัชชาฯ สายแรงงานเร่ขายเสียง

นายภวิศ ผาสุข ประธานสหพันธ์แรงงานอุตสาหกรรมโลหะแห่งประเทศไทย เข้ายื่นจดหมายเปิดผนึกต่อ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ในฐานะประธานสมัชชาแห่งชาติ เรียกร้องให้เร่งตรวจสอบการซื้อสิทธิ์ขายเสียง ในการลงคะแนนการคัดเลือกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ และขอให้ออกข้อกำหนดให้สมาชิกสมัชชาฯ มีสิทธิคัดเลือกได้เฉพาะกลุ่มตัวเอง เพราะทราบว่า มีสมัชชาแห่งชาติจากสายแรงงานติดต่อขายเสียงให้กับสมัชชาแห่งชาติกลุ่มอื่นๆ โดยเรียกเงินเป็นหลักล้านบาทขึ้นไป

"สหพันธ์แรงงานฯ ทราบข่าวว่ามีผู้แทนแรงงานภาคเอกชนบางกลุ่มออกเร่ขายเสียง ด้วยการไปพูดคุยกับสมาชิกสมัชชาฯกลุ่มอื่นๆ ที่ไม่มีฐานเสียงสนับสนุน แต่มีเงินมากกว่า ตัวเองสามารถควบคุมเสียงสมาชิกสมัชชาฯ ในกลุ่มแรงงานได้ 70– 80 เสียง ทำให้สมาชิกสมัชชาฯกลุ่มอื่นเกิดความสนใจ จึงติดต่อมายังผู้แทนกลุ่มแรงงานดังกล่าวแล้วหลายคน เพราะต้องการให้มีชื่อติดอยู่ในรายชื่อผู้ได้รับจากคัดเลือก 200 คน จึงขอให้ประธานสมัชชาแห่งชาติ ตรวจสอบเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพื่อป้องกันไม่ให้พวกเหลือบแรงงาน ใช้เวทีการคัดเลือกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้ เป็นช่องทางหาประโยชน์โดยมิชอบเหมือนกับการเลือกตั้งไตรภาคี"นายภวิศ กล่าว

 

แหล่งข่าว : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ




ลงวันที่ 15/12/2006 15:13:29
จำนวนผู้ชม 1340
ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน





ติดต่อสอบถาม | ลงประกาศงาน & โฆษณา : sale@siamhrm.com | โทร. 08-8881-6100 (ฝ่ายขาย)
เลขประจำตัวผู้เสียภาษี: 0992001714965 | เลขที่ใบทะเบียนพานิชย์ : 0101549820078
SIAMHRM.COM :รวมพลคน HR หาคนทำงาน หางาน คุณภาพ