ค้นหางาน ตำแหน่งงาน:
กลุ่มงาน : ประเภท :  
 ภาค:
ค้น:



Google Groups สมัครสมาชิกไปยัง กลุ่มบริหารทรัพยากรมนุษย์ ประเทศไทย
อีเมล์:
ดูเอกสารที่เก็บรวบรวมไว้ ที่ groups.google.co.th
ร่วมสนทนาแลกเปลี่ยนความรู้ เอกสาร และประสบการณ์ทำงาน ไม่จำกัดสาขาอาชีพ


นิคมฯลำพูนรับน้องใหม่บีบกก.สหภาพฯเซ็นต์ใบลาออก

นิคมฯลำพูนรับน้องใหม่บีบกก.สหภาพฯเซ็นต์ใบลาออก | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : , ข้อมูลเกี่ยวกับ



    ลำพูน : คนงานนิคมลำพูนเผยบริษัทส่งออกอัญมณีชั้นนำละเมิดพ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ ปลดกรรรมการสหภาพฯรวด 16 คน ฉลองการจัดตั้งสหภาพสำเร็จเป็นแห่งแรกในเขตภาคเหนือ
       
       ตามที่พนักงานบริษัท อี เอฟ ดี (ไทยแลนด์) จำกัด ซึ่งเป็นโรงงานผลิตเครื่องประดับอัญมณีและเพชรส่งออก นิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือ จ.ลำพูน ได้รวมตัวจัดตั้งสหภาพแรงงานงานอัญมณีและเครื่องประดับสัมพันธ์เป็นผลสำเร็จเมื่อวันที่ 15 พ.ค.2549 ที่ผ่านมา นับเป็นสหภาพแรงงานแห่งแรกของภาคเหนือ อย่างไรก็ตามเมื่อเร็วๆ นี้มีรายงานว่าโรงงานดังกล่าวได้เลิกจ้างคณะกรรมการสหภาพฯ จำนวน 16 ราย
       
       นายวิสุทธิ์ มโนวงค์ ที่ปรึกษาสหภาพอัญมณีและเครื่องประดับสัมพันธ์ เผยว่า บริษัทได้เลิกจ้างพนักงานที่เป็นสมาชิกสหภาพจริง โดยใช้วิธีการบีบบังคับให้คนงานสมัครใจเซ็นต์ใบลาออก และจ่ายเงินชดเชยจำนวนหนึ่ง แม้ลูกจ้างบางรายจะพอใจแต่การเลิกจ้างด้วยวิธีการนี้จะมีผลให้คนงานเสียสิทธิการฟ้องร้องกับทางบริษัทในภายหลัง และเสียสิทธิประโยชน์การรับเงินประกันการว่างงานในอัตราร้อยละ 50 ของเงินเดือนจากกองทุนประกันสังคม ที่สำคัญบริษัทรับรู้ว่าคนงานเหล่านั้นเป็นคณะกรรมการสหภาพฯ นี่จึงเป็นการหยั่งเชิงและประลองกำลังกับสหภาพน้องใหม่ เพราะพ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ห้ามนายจ้างเลิกจ้างหรือกระทำการใดๆ อันอาจเป็นผลให้ลูกจ้างไม่สามารถทำงานอยู่ต่อไปได้เพราะเหตุที่ลูกจ้างนั้นเป็นสมาชิกของสหภาพแรงงาน
       
       นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า ขณะนี้สหภาพได้แจ้งให้สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดเข้ามาตรวจสอบแล้ว แต่อาจทำอะไรไม่ได้มาก เพราะทางโรงงานมีใบลาออกของพนักงานอยู่ ซึ่งไม่สามารถเอาผิดได้แม้จะมีการบีบบังคับให้พนักงานลาออกจริง อย่างไรก็ตามสหภาพกำลังหารือกันอยู่ ทั้งนี้อาจหยิบประเด็นเรื่องอำนาจบังคับที่นายจ้างกระทำต่อลูกจ้างมาขับเคลื่อนต่อไป เพราะโรงงานแห่งอื่นๆ ทั่วประเทศกำลังใช้วิธีการเดียวกันนี้ เพื่อป้องกันการฟ้องร้องจากลูกจ้างในภายหลัง
       
       นายวิสุทธิ์ กล่าวเสริมว่า ลูกจ้างในโรงงานแห่งนี้ถูกละเมิดสิทธิมาตั้งแต่เข้าทำงาน ด้วยสัญญาจ้างที่ไม่เป็นธรรม อาทิ เรียกเก็บเงินค้ำประกันล่วงหน้า 2,000 บาท หรือบังคับให้ลูกจ้างทำสัญญาทำงานกับนายจ้างเป็นเวลา 3 ปี ยิ่งไปกว่านั้นต้องไม่ประกอบกิจการหรือรับจ้างกับบริษัทที่เจียระไนและตัดเพชรในรัศมี 200 กิโลเมตรทั้งในระหว่างการทำงานและหลังถูกบริษัทเลิกจ้าง หากต้องการทำงานในบริษัทอื่นที่ประกอบการประเภทเดียวกันก็ต้องได้รับหนังสือยินยอมจากบริษัทก่อน นั่นย่อมหมายความว่าลูกจ้างไม่สามารถทำงานประเภทเดียวกันกับบริษัทแห่งอื่นได้เลยไปจนสุดพรมแดนพม่าและลาว
       
       “คนงานถูกทำให้อยู่ในสถานการณ์ที่ไม่มั่นคง เช่น ย้ายคนงานไปประจำบริษัทในเครือ โดยเปลี่ยนจากการจ้างรายเดือนเป็นการจ้างรายวัน คนงานส่วนใหญ่ก็มีความกลัว ไม่ก็ใช้สภาพกดดันบีบบังคับให้คนงานที่มีอายุเยอะลาออกไปเอง เช่น ไม่จ่ายค่าทำงานล่วงเวลา ตัดเงินค่าชำนาญงาน หรือประกาศหยุดงานกะทันหันโดยไม่แจ้งล่วงหน้า ซึ่งทางโรงงานก็ชี้แจงว่าไม่มีออเดอร์บ้าง กำลังประสบภาวะขาดทุนบ้าง ส่วนสภาพการทำงานก็มีปัญหาจากฝุ่นโดยเฉพาะงานตัดหิน มีเครื่องป้องกันก็เป็นแค่ผ้าคาดจมูกธรรมดา ยิ่งเมื่อมีนโยบายการประหยัดพลังงาน โรงงานก็เปลี่ยนมาเปิดพัดลมแทนการเปิดแอร์ ซึ่งทำให้ฝุ่นฟุ้งกระจายมากขึ้น” ที่ปรึกษาสหภาพอัญมณีและเครื่องประดับสัมพันธ์ กล่าว
       
       อย่างไรก็ตาม นายวิสุทธิ์ กล่าวอีกว่า ภายหลังจัดตั้งสหภาพขึ้นสำเร็จทางโรงงานก็ปฏิบัติกับพนักงานดีขึ้นแม้จะไม่มากแต่ก็ทำให้ลูกจ้างมีกำลังใจ ดังนั้นคนงานจำเป็นต้องมีองค์กรของตนเอง เพื่อปกป้องรักษาสิทธิของตนเอง แม้สหภาพแรงงานไม่ใช่หนทางที่ดีสุด แต่ก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่สามารถแก้ปัญหานี้ได้ เพราะการทำงานของกรมสวัสดิการฯยังมีข้อจำกัดอยู่มาก เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่จำนวนน้อย ไม่สามารถดูแลให้ความรู้แก่แรงงานได้ทั่วถึง
       
       ด้านนายจักรกิจ นิกรถา หนึ่งในกรรมการสหภาพฝ่ายซึ่งถูกเลิกจ้าง เปิดเผยว่า เมื่อประมาณกลางเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมานี้ หลังจากมีสหภาพไม่นาน ขณะที่กำลังเก็บอุปกรณ์ก่อนเลิกงาน ได้ถูกฝ่ายบุคคลเรียกตัวขึ้นไปห้องประชุมพร้อมกับเพื่อนคนงานที่เป็นสมาชิกสหภาพอีก 10 คน เพื่อเซ็นต์ใบลาออก และพ้นสภาพการเป็นพนักงานในเย็นวันนั้นทันที แต่เมื่อตนพยายามบ่ายเบี่ยง เจรจาต่อรองเพื่อเซ็นต์ใบลาออกในวันอื่น เนื่องจากเห็นว่ากำลังถูกเล่นงานอยู่ ก็ถูกยื่นคำขาดว่าหากตนไม่ยอมเซ็นต์จะไม่มีใครได้ออกจากห้อง โดยมีชายฉกรรจ์รูปร่างสูงใหญ่มาเฝ้าคุม
       
       “เมื่อผ่านไป 1 ชั่วโมงสถานการณ์ก็เริ่มกดดันมากขึ้น เพราะเหลือผมเพียงคนเดียวที่ไม่ยอมเซ็นต์เอกสาร เมื่อฝ่ายบุคคลและเพื่อนร่วมงานคอยกดดัน ท้ายสุดจึงต้องยอมเซ็นต์เอกสารไปก่อน หลังจากนี้ก็คงต้องต่อสู้ทางกฎหมายต่อไป แต่การสู้ครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การงาน แต่อยากให้เพื่อนสมาชิกสหภาพรู้ว่าผมไม่ได้อยู่เฉย หรือยอมรับสภาพไปตลอด เพราะผมมั่นใจว่าเราต้องชนะ และชัยชนะดังกล่าวจะเป็นกำลังใจให้สหภาพเดินหน้าต่อไป” นายจักรกิจ กล่าว
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันสหภาพสหภาพแรงงานอัญมณีและเครื่องประดับสัมพันธ์มีสมาชิกกว่า 500 คน ดำเนินงานภายใต้การคุ้มครองสิทธิแรงงานเป็นหลัก นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับชุมชนรอบข้าง ในการดูแลเรื่องสิ่งแวดล้อม การฟื้นฟูวิถีชีวิตแบบชุมชนที่มีการช่วยเหลือพึ่งพาอาศัยกันและกัน และวางเป้าหมายเพื่อจัดตั้ง “สภาแรงงานภาคเหนือ” ที่จะทำหน้าที่ดูแลคนงานทั้งหมด ซึ่งสภาแรงงานจะเกิดได้ ต้องมีสหภาพแรงงานอย่างน้อย 15 แห่ง.

 

 

แหล่งข่าว : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ





ลงวันที่ 21/07/2006 10:38:53
จำนวนผู้ชม 2049
ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน



ผู้ใช้งานเข้าสู่ระบบ






เลือกประเภท:




คุณลืม Username/Password?

สมาชิกลงทะเบียน (ฟรี)


กรุณาเข้าระบบก่อนใช้งานทุกครั้ง


Connection

   

ค้นหาตำแหน่งงาน


คำค้น :
Web
siamhrm.com
jobsiam.com

ติดต่อเรา

สยามเอชอาร์เอ็ม
เวลาเปิดทำการ 9.00-17.00 น.(จ-ส)



หมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี:
หมายเลข 13 หลัก 0992001714965


พานิชย์อิเลคทรอนิกส์ :
0101549820078

เข้าสู่ปีที่ 20
เว็บไซต์หางาน สมัครงาน


มั่นใจ ในบริการของเรา.


อัพเดท วันที่ 30 กันยายน 2563

ผู้ใช้งาน 54588 บริษัท
ผู้ฝากประวัติ (Resume) 128465 คน