ค้นหางาน ตำแหน่งงาน:
กลุ่มงาน : ประเภท :  
 ภาค:
ค้น:



Google Groups สมัครสมาชิกไปยัง กลุ่มบริหารทรัพยากรมนุษย์ ประเทศไทย
อีเมล์:
ดูเอกสารที่เก็บรวบรวมไว้ ที่ groups.google.co.th
ร่วมสนทนาแลกเปลี่ยนความรู้ เอกสาร และประสบการณ์ทำงาน ไม่จำกัดสาขาอาชีพ


สหภาพฯเดินหน้าบี้ "บอร์ด กสทฯ" ชำแหละปมปัญหาสัญญา "ฮัทช์"

สหภาพฯเดินหน้าบี้ "บอร์ด กสทฯ" ชำแหละปมปัญหาสัญญา "ฮัทช์" | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : , ข้อมูลเกี่ยวกับ

    

ความขัดแย้งของสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) กับคณะกรรมการ (บอร์ด) ซึ่งมีที่มาจากความไม่พอใจในประสิทธิภาพการบริหารงาน การล้วงลูกและการใช้อำนาจเพื่อหาผลประโยชน์ของบอร์ดบางคน กลายเป็นเรื่องลุกลามมากขึ้นเรื่อยๆ

ล่าสุดสหภาพ กสทฯเดินหน้าตามกระบวนการทางกฎหมาย ส่งข้อมูลและหลักฐานส่วนหนึ่งที่ชี้ให้เห็นถึงความไม่โปร่งใส ประมาท เลินเล่อ จนทำให้องค์กรเสียหาย ให้นายทนง พิทยะ รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง น.พ.สุชัย เจริญรัตนกุล รองนายกรัฐมนตรีและรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ในฐานะผู้มีอำนาจแต่งตั้งบอร์ดให้พิจารณาปลดบอร์ดบางคนออกไปให้พ้นจาก กสทฯ

อีกทางหนึ่งก็ส่งเรื่องไปยังสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ให้ตรวจสอบการทำสัญญาที่เสียเปรียบเอกชน ในสัญญาการทำตลาดให้บริการโทรศัพท์ระหว่างประเทศวีโอไอพีของบริษัท โปรลิ้งค์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด

และกรณีที่ถูกหยิบยกมาโจมตีการทำงานของบอร์ด และนับเป็นเรื่องที่มีผลกระทบต่อ กสทฯมากที่สุด คือเรื่องสัญญาการทำตลาดโทรศัพท์มือถือระบบ CDMA 25 จังหวัดภาคกลาง ระหว่าง กสทฯและบริษัท ฮัทชิสัน ซีเอที ไวร์เลส จำกัด ผู้ทำตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่ "ฮัทช์"

โดยเมื่อ 21 ธันวาคม 2548 บอร์ดมีมติว่าสัญญาการทำตลาดโทรศัพท์มือถือระบบซีดีเอ็มเอกับฮัทชิสันฯ ที่ไม่ถูกต้องตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ.2535 และไม่มีผลผูกพันตามกฎหมาย

มีคำถามตามมามากมายว่า เกิดอะไรขึ้น ? ธุรกิจที่ร่วมกันมา 5 ปี วันดีคืนดีทำไมอยู่ดีๆ บอร์ด กสทฯถึงออกมาบอกว่า สัญญาไม่มีผลผูกพันกันตามกฎหมาย ถ้าเป็นสัญญาที่ผิดกฎหมายทำไมถึงปล่อยให้ทำธุรกิจมานานถึงป่านนี้

และสถานะของลูกค้าที่กำลังใช้บริการโทรศัพท์ CDMA ในปัจจุบันจะอยู่ในฐานะใด ?

ที่มาของเรื่องนี้เกิดขึ้นจากการที่ กสทฯมีแนวคิดจะซื้อโครงข่ายของบีเอฟเคที รวมถึงการซื้อหุ้นของฮัทช์ ซึ่งไม่สามารถเจรจาตกลงกันได้ และต่อมาบอร์ด กสทฯได้ตั้งคณะทำงานพิจารณาสัญญาการทำตลาด CDMA และสัญญาเช่าโครงข่าย BFKT ประกอบด้วยผู้แทนจากกระทรวงไอซีที สำนักรัฐวิสาหกิจกระทรวงการคลัง และสำนักงานอัยการสูงสุด

และคณะทำงานชุดดังกล่าวให้ความเห็นว่า การทำธุรกิจระหว่าง กสทฯกับฮัทช์เข้าข่ายการร่วมการงาน แต่ไม่มีการส่งร่างสัญญาให้ทางสำนักงานอัยการสูงสุดพิจารณาตามกระบวนการ จึงถือว่าเป็นสัญญาที่ไม่ถูกต้องตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงาน หรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ.2535 และไม่มีผลผูกพันตามกฎหมาย ซึ่งบอร์ด กสทฯมีมติรับทราบและสั่งการให้ฝ่ายบริหารทำหนังสือแจ้งไปยังฮัทช์

พร้อมกับมีมติให้คืนเงินส่วนต่างของการหักภาษี ณ ที่จ่าย จากส่วนแบ่งการทำตลาดที่ฮัทช์จ่ายให้แก่ กสทฯ 3 งวด ประกอบด้วยงวดที่ 1 จำนวน 40 ล้านบาท งวดที่ 2 จำนวน 13 ล้านบาท และงวดที่ 3 จำนวน15 ล้านบาท ให้แก่ฮัทช์ เพราะถือว่าสัญญาไม่มีผลตามกฎหมาย

ขณะที่ฮัทช์เองทำหนังสือแจ้งมายัง กสทฯว่า เห็นว่าสัญญายังมีผลผูกพันตามกฎหมายและขอสงวนสิทธิฟ้อง กสทฯในข้อหาใช้สิทธิไม่สุจริต พร้อมกับนำเงินที่ กสทฯส่งคืนไปวางไว้ที่สำนักงานวางทรัพย์ กรมบังคับคดี

"สมพล จันทร์ประเสริฐ" รักษาการซีอีโอ กสทฯเคยแถลงข่าวชี้แจงข้อกล่าวหานี้แทนบอร์ด กสทฯ เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.2549 โดยระบุว่า เรื่องนี้เป็นมติบอร์ดจริง ว่าสัญญาไม่มีผลบังคับ แต่เป็นเพียงความเห็นของฝั่ง กสทฯเท่านั้น ซึ่งฮัทช์มีความเห็นต่างออกไปว่า สัญญาถูกต้องตามกฎหมาย และหากจะให้ชัดเจนก็จะต้องหา ผู้ชี้ขาด เช่น อาจจะเป็นศาลหรืออนุญาโตตุลาการ

แต่เมื่อถามถึงที่มาที่ไปของการตั้งคณะทำงานชุดดังกล่าวว่า ทำไมอยู่ๆ บอร์ดถึงออกมาบอกว่า สัญญาไม่มีผลทางกฎหมาย หมายความว่าสัญญาที่ทำมาทั้งหมดผิดกฎหมายหรือไม่ "สมพล" ตอบเพียงว่า "เราอยากทำธุรกิจมากกว่าค้าความ การหาความชัดเจนเรื่องสัญญาก็เป็นทางเลือกหนึ่ง แต่เราเน้นการเจรจาเพื่อหาทางออกและสามารถทำธุรกิจต่อไปได้มากกว่า ต้องเข้าใจว่าตอนทำสัญญาคนที่ทำก็เข้าใจว่าไม่ต้องผ่านกระบวนการตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการร่วมทุน พ.ศ.2535 แต่บอร์ดวันนี้เห็นว่าสัญญาขัดต่อกฎหมายแต่ก็เป็นเพียงความเห็น เราไม่รู้ว่ามันถูกหรือผิด แต่เราจะไปในทางที่ กสทฯได้ประโยชน์ เราก็ไม่อยากไปถึงจุดที่ต้องมีการตัดสิน การเจรจาจะเป็นประโยชน์ที่สุดมากกว่าการค้าความ"

ขณะที่บอร์ดคนหนึ่งกล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า บอร์ดสมัยนั้นเห็นว่าเรื่องนี้เป็นสัญญาทำตลาด ไม่ใช่การร่วมการงานจึงไม่ต้องส่งสัญญาให้อัยการพิจารณา ดังนั้นเป็นเรื่องที่ต้องเคารพการตัดสินใจของบอร์ด กสทฯในอดีต

"ผมไม่เคยรื้อของเก่า ไม่งั้นก็หมายความว่าท่านประธานศรีสุข (จันทรางศุ) ทำผิดน่ะสิ ต้องเข้าใจว่าการตัดสินใจ ณ สถานการณ์หนึ่งต้องเชื่อว่ามันเป็นเหตุผลที่ถูกต้อง มันมีประโยชน์อะไรที่จะมารื้อของเก่า องค์กรมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่มานั่งทบทวนว่ามันถูกหรือผิด ไม่งั้นองค์กรก็ไม่เดินหน้าสักที"

เมื่อดูจากการส่งสัญญาณของผู้บริหาร กสทฯแล้วจะเห็นได้ว่า กสทฯเลือกที่จะปล่อยให้ประเด็นนี้เป็นสีเทาต่อไป ว่าสัญญานี้ถูกหรือไม่ โดยไม่ต้องการจะทำให้เรื่องราวกระจ่างชัดเจนขึ้น โดยให้เหตุผลว่า นั่นเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับ กสทฯที่จะทำให้สามารถทำธุรกิจต่อไปได้อย่างราบรื่น

เท่ากับว่า กสทฯยอมหลิ่วตาข้างหนึ่ง ไม่คำนึงถึงความถูกต้องทางกฎหมาย ถ้าตัวเองได้ประโยชน์ใช่หรือไม่ ?

ล่าสุดสหภาพ กสทฯได้ยื่นหนังสือถึง น.พ.สุชัย เจริญรัตนกุล รองนายกรัฐมนตรีและรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ให้ยื่นเรื่องสัญญาที่คลุมเครือนี้ให้กฤษฎีกาตีความว่า สัญญาทำตลาดของฮัทช์มีผลบังคับใช้ตามกฎหมายหรือไม่

หากกฤษฎีกาตีความออกมาว่า สัญญาผิดกฎหมาย นั่นหมายถึงผลกระทบต่อ กสทฯอย่างมหาศาล ทั้งเรื่องรายได้ ความเชื่อมั่นในการทำธุรกิจ และที่สำคัญคือจะต้องมีผู้รับผิดชอบในเรื่องนี้

นับเป็นเรื่องวัดใจ น.พ.สุชัย ว่าจะส่งเรื่องไปให้กฤษฎีกาหรือไม่

 

แหล่งข่าว : ประชาชาติธุรกิจ




ลงวันที่ 04/07/2006 17:26:00
จำนวนผู้ชม 1466
ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน



ผู้ใช้งานเข้าสู่ระบบ






เลือกประเภท:




คุณลืม Username/Password?

สมาชิกลงทะเบียน (ฟรี)


กรุณาเข้าระบบก่อนใช้งานทุกครั้ง


ค้นหาตำแหน่งงาน


คำค้น :
Web
siamhrm.com
jobsiam.com

ติดต่อเรา

สยามเอชอาร์เอ็ม
เวลาเปิดทำการ 9.00-17.00 น.(จ-ส)
ติดต่อเรา : 02-279-0466


หมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี:
หมายเลข 13 หลัก 0992001714965


พานิชย์อิเลคทรอนิกส์ : 0101549820078

เข้าสู่ปีที่ 20
เว็บไซต์หางาน สมัครงาน


มั่นใจ ในบริการของเรา.


อัพเดท วันที่ 25 กันยายน 2564

ผู้ใช้งาน 55414 บริษัท
ผู้ฝากประวัติ (Resume) 128504 คน