SIAMHRM.com

ลงประกาศงาน หาคนทำงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์

[ยินดีต้อนรับ ผู้ใช้งานทั่วไป:ลงทะเบียน |เข้าระบบ ก่อนใช้งานค่ะ.]




 ค้นหางาน ตำแหน่งงาน:
กลุ่มงาน : ประเภท :  
 ภาค:
ค้น:



Google Groups สมัครสมาชิกไปยัง กลุ่มบริหารทรัพยากรมนุษย์ ประเทศไทย
อีเมล์:
ดูเอกสารที่เก็บรวบรวมไว้ ที่ groups.google.co.th
ร่วมสนทนาแลกเปลี่ยนความรู้ เอกสาร และประสบการณ์ทำงาน ไม่จำกัดสาขาอาชีพ


ผลพวงที่ยังไม่จบสิ้น.... 13 ปีโศกนาฏกรรม"เคเดอร์"

ผลพวงที่ยังไม่จบสิ้น.... 13 ปีโศกนาฏกรรม"เคเดอร์" | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : , ข้อมูลเกี่ยวกับ

    

เหตุการณ์เพลิงไหม้โรงงานผลิตตุ๊กตาและของเด็กเล่น บริษัท เคเดอร์ อินดัสเทรียล (ไทยแลนด์) จำกัด และบริษัท ไทยจิวฟู อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เมื่อวันที่ 10 พ.ค. 2536 มีผู้เสียชีวิตทันที 188 คน แยกเป็นชาย 14 คน หญิง 174 คน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 469 คน นับเป็นอุบัติภัยครั้งร้ายแรงที่สุดในภาคอุตสาหกรรมไทย

ในจำนวนผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่จะเป็นคนงานอายุน้อย แต่มีภาระต้องรับผิดชอบครอบครัว โดยเป็นหัวหน้าครอบครัว 58 คน มีบุตรต้องเลี้ยงดูตั้งแต่ 1 ถึง 4 คน ทำให้มีเด็กกำพร้าที่สูญเสียแม่หรือพ่อจากเหตุการณ์นี้ถึง 92 คน

13 ปี ที่อุบัติเหตุครั้งประวัติศาสตร์นี้ได้ถูกบันทึกไว้ กลายเป็นวันความปลอดภัยในการทำงานแห่งชาติ แต่เรื่องราวของครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบยังคงดำเนินต่อไปอย่างยากลำบากในสังคมไทย ซึ่งมูลนิธิเพื่อนหญิงได้ทำการศึกษา และรวบรวมรายละเอียดไว้อย่างน่าสนใจ และมีหลายตัวอย่างจากคำบอกเล่าของครอบครัวผู้เสียชีวิตที่ชวนสลดใจ…

...ยาย เล่าถึงสภาพลูกเขยช่วงลูกสาวของยายเสียชีวิตใหม่ๆ ให้ฟังว่า "เขาไม่พูด ไม่ทำอะไรทั้งนั้น นอนกับลูก เลี้ยงลูกอย่างเดียวแล้วก็ร้องไห้ตลอด ใครพูดอะไรมันก็ร้องไห้ นั่งมองรูปเมียแล้วบอกว่า อยากตาย" ยายเล่าต่อว่า ช่วงนั้นรถชนลูกเขยประมาณ 2 ครั้ง พอครั้งที่ 3 ก็ตาย

ยายบอกลูกเขยให้ทำงานนะ "ลูกมึงก็ยังเล็ก เดี๋ยวต้องใช้ค่าใช้จ่ายอีกเยอะ แล้วลูกเอ็งจะเอาอะไรกิน หากยังกินเหล้าทุกวันแบบนี้ ไม่หารายได้" ซึ่งการเตือนของยายไม่ได้ทำให้ลูกเขยมีภาวะจิตใจที่ดีขึ้น สภาพที่กินเหล้าอย่างหนักเพราะทำใจไม่ได้ และอยู่ในภาวะซึมเศร้า ไม่พูดจากับใคร อาชีพวิ่งรถมอเตอร์ไซค์ที่เคยได้เงินก็กลับไม่ได้ ยายเล่าต่อด้วยน้ำตานองหน้าว่า "ลูกเขยเมาเหล้านานหลายปี จนกระทั่งวันหนึ่งที่ลูกเขยเมาอย่างหนักและขับมอเตอร์ไซค์ชนคอสะพานเสียชีวิต"

นั่นเป็นโศกนาฏกรรมของครอบครัว "ภิรมย์นิ่ม" ซึ่งในที่สุดภาระทั้งหมดต้องตกอยู่กับยาย

"ชาญ" สามีของคนงานเคเดอร์ เล่าว่า " สภาพจิตใจผมแย่มาก ต้องรับภาระทุกอย่างโดยต้องเป็นทั้งพ่อ แม่ของลูกชาย ผมไม่มีจิตใจในการทำงาน เป็นเหมือนคนบ้า ทำอะไรไม่ได้เลย เพราะผมผูกพันกับแฟนมาก" ชาญใช้เวลาทำใจหลายปี กว่าที่เขาจะเริ่มลุกขึ้นต่อสู้กับชีวิต แม้ปัจจุบันเขาไม่อาจลืมภรรยาเขาได้ก็ตาม "ผมใช้เวลาประมาณ 6-7 เดือน ที่ทำใจ จนปัจจุบันนี้ยังคิดถึงแฟนอยู่" ชาญต้องออกจากอาชีพซ่อมรถ เนื่องจากไม่มีใจทำงาน สภาพจิตใจที่มีปัญหาเคยทำให้ชาญพึ่งยาเสพติด เพื่อลืมปัญหาที่เกิดขึ้นแต่มันไม่ช่วยทำให้เขาลืมปัญหา ชาญจึงตัดสินใจเลิก "ช่วงนั้นควบคุมสติตนเองไม่ได้ โวยวาย อารมณ์เสีย แต่เมื่อนึกถึงแฟนที่เคยสัญญาเรื่องลูกไว้จึงเลิก"

ปัญหาสภาพจิตใจที่ไม่เคยระบายออกกับใคร ประกอบกับปัญหาด้านเศรษฐกิจที่รุมเร้า ทำให้ชาญต้องดิ้นรนทำงานอย่างหนัก ชาญทำงานวันละ 17 ชม. เพื่อหารายได้ ทำให้ชาญมีอาการนอนไม่หลับ เครียด ปวดหัว หายใจไม่ออก ชาญใช้การนั่งบนรถเมล์เพื่อให้ตนเองหลับ ร่วมกับการไปหาหมอเพื่อขอยานอนหลับมาทานเป็นประจำ

….."ลุงสงวน" เล่าถึงลูกสาวคนที่ 4 ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ว่า "เสียใจ แต่ไม่อยากแสดงออกให้ลูกเห็น กลัวลูกจะเสียใจ ต้องทนอยู่ไป มันลืมไม่ได้ ทุกคนแหละที่เป็นพ่อแม่ ยิ่งมันมีห่วงผูกพันมาให้ เราเป็นปู่ ย่า ตา ยาย ก็ต้องห่วง" ลุงเล่าถึงลูกสาวคนที่เสียชีวิตว่า "เขาแต่งงานมีครอบครัวแล้ว ก่อนเสียชีวิตได้ฝากหลาน 3 คนไว้เมื่อเสียชีวิตไป เราก็ช่วยกันดูแล พ่อมันไม่เคยมาดูแลลูกเลย แม้แต่วันเผาก็ไม่มา ผมไม่มีเงินซื้อนมให้หลาน ก็ไปรับจ้างเกี่ยวข้าว เป็นหนี้เป็นสิน หน้าด้าน หน้าทนไปยืมเขามาซื้อนมให้หลาน"

ลุงไม่แสดงออก เก็บอารมณ์ความรู้สึกไว้ภายในใจ "คิดถึงข้างหน้าเรื่อยไป หลานจะอยู่อย่างไร พี่ป้าน้าอาเขาก็มีครอบครัวไปกันหมด" ความวิตกกับภาระที่ต้องดูแลหลาน 3 คน ทำให้ลุงเริ่มนอนไม่หลับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์เรื่อยมา จากคนที่เคยแข็งแรง ไม่เคยเจ็บป่วย ทำงานได้อย่างแข็งขัน ส่งผลให้ลุงเริ่มปวดหัว จากนั้นป่วยเป็นโรคความดันสูง และป่วยด้วยโรคอัมพาตครึ่งซีก "การนอนไม่หลับนี้มีเรื่อยมาแหละ นอน 2-3 ชม. ก็ตื่นคิดเรื่องโน่น เรื่องนี้ โดยเฉพาะเรื่องหลานๆ"

หลายคนบอกว่าผู้ใช้แรงงานเป็นผู้สร้างชาติ บ้างก็เห็นว่าคนงานเป็นเหยื่อของการพัฒนา ซึ่งโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นในโรงงานเคเดอร์ ผลสุดท้ายอาจมีเพียงอนุสาวรีย์ตั้งโด่เด่ พร้อมกับภาครัฐยอมสถาปนาให้วันสำคัญ "แห่งชาติ" เพื่อพึงตระหนักถึงลูกจ้างและความปลอดภัยในการทำงาน

แต่จะมีประโยชน์อันใด หากอนุสาวรีย์ที่แท้จริงคือ ครอบครัวของ "เหยื่อ" ยังถูกละเลยจากภาครัฐและสังคมอยู่เช่นนี้

 

แหล่งข่าว : เครือมติชน




ลงวันที่ 10/05/2006 12:22:12
จำนวนผู้ชม 1344
ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน





ติดต่อสอบถาม | ลงประกาศงาน & โฆษณา : sale@siamhrm.com | โทร. 08-8881-6100 (ฝ่ายขาย)
เลขประจำตัวผู้เสียภาษี: 0992001714965 | เลขที่ใบทะเบียนพานิชย์ : 0101549820078
SIAMHRM.COM :รวมพลคน HR หาคนทำงาน หางาน คุณภาพ