ค้นหางาน ตำแหน่งงาน:
กลุ่มงาน : ประเภท :  
 ภาค:
ค้น:



Google Groups สมัครสมาชิกไปยัง กลุ่มบริหารทรัพยากรมนุษย์ ประเทศไทย
อีเมล์:
ดูเอกสารที่เก็บรวบรวมไว้ ที่ groups.google.co.th
ร่วมสนทนาแลกเปลี่ยนความรู้ เอกสาร และประสบการณ์ทำงาน ไม่จำกัดสาขาอาชีพ


แรงงานไทยในอุ้งมือบรรษัทข้ามชาติ

แรงงานไทยในอุ้งมือบรรษัทข้ามชาติ | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : , ข้อมูลเกี่ยวกับ

  

              สิริลักษณ์ ศรีประสิทธิ์
       
       จากกรณีที่ คุณจรรยา ยิ้มประเสริฐ ผู้ประสานงานโครงการรณรงค์เพื่อแรงงานไทย ถูกกล่าวหาและถูกดำเนินคดีจาก บริษัท ปับบลิซิส ประเทศไทย (The Publicis Thailand) ในข้อกล่าวหา “หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา” ด้วยการเสนอข่าวสาร การเลิกจ้างลูกจ้างของบริษัทดังกล่าวอย่างไม่เป็นธรรม ลงในเวบไซต์ของโครงการฯ
       
       นับจากวันที่ถูกฟ้องจนมาถึงขณะนี้กระบวนการ “รับฟ้อง” ของศาลอาญาใต้ ซึ่งใช้เวลานานกว่า 6 เดือน เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2549 พี่เล็กจึงเดินทางไปขึ้นศาลวันแรก เป็นการรายงานตัวสู้คดี ซึ่งเจ้าตัวเองได้เขียนเล่าประสบการณ์ชีวิต “วันแรกของเล็กในห้องพิจารณาคดี ศาลอาญาใต้” เผยแพร่ผ่านเวบไซต์ของโครงการรณรงค์เพื่อแรงงานไทย (www.thailabour.org) ไว้ด้วย
       
       ทั้งนี้การยืนหยัดเพื่อต่อสู้กับบรรษัทข้ามชาติ หรือบรรษัทไร้สัญชาติ อย่าง ปับบลิซิส จะเป็นอย่างไรต่อไป พี่เล็กเตรียมรับมือกับเหตุการณ์นี้อย่างไร รายงานพิเศษครั้งนี้จึงนำเสนอบทสัมภาษณ์พี่เล็ก ตลอดจนเก็บตกสถานการณ์-ข้อมูล เพื่อสร้างความเข้าใจกับคดีความนี้ในเบื้องต้นด้วยว่าอะไรเป็นอะไรกันแน่!
       
       รู้จักโครงการรณรงค์เพื่อแรงงานไทย
       
       ก่อนอื่น คงต้องให้ข้อมูลเกี่ยวกับความเป็นมาของโครงการสักเล็กน้อย โครงการรณรงค์เพื่อแรงงานไทย ก่อตั้งขึ้นเมื่อ 15 กุมภาพันธ์ 2543 เริ่มแรกทำการรณรงค์เผยแพร่ข้อมูลความเคลื่อนไหวของแรงงานไทยเชื่อมโยงกับองค์กรแรงงานทั้งในประเทศและสากล เพื่อให้ทราบถึงสถานการณ์การต่อสู้ของขบวนการแรงงานไทย
       
       โครงการฯ เข้ามามีบทบาทสนับสนุนการต่อสู้ของคนงานในกรณีข้อพิพาทอย่างจริงจังในกรณีของมาสเตอร์ทอย ร่วมกับสหภาพแรงงานมาสเตอร์ทอย สภาศูนย์กลางแรงงาน สหพันธ์กระดาษและการพิมพ์แห่งประเทศไทย และสหภาพแรงงานพนักงานการรถไฟฯ มีการประท้วง การเผยแพร่เอกสารทั้งภาษาไทย-ภาษาอังกฤษ
       
       กรณีการต่อสู้ของคนงานมาสเตอร์ทอย ยังได้รับการสนับสนุนการต่อสู้จากองค์กรพันธมิตร องค์กรด้านแรงงานกว่า 10 องค์กรในฮ่องกง มีการประท้วงหน้าบริษัทแม่ในฮ่องกงถึง 2 ครั้ง จนบรรลุผล ท้ายสุดนายจ้างยอมจ่ายค่าชดเชยและเงินทดแทนให้ลูกจ้าง
       
       นอกจากการช่วยรณรงค์ในข้อพิพาทแรงงานแล้ว โครงการฯ ยังได้ทำการวิจัยศึกษา และติดตามข้อมูลการละเมิดสิทธิแรงงานไทยของบริษัทต่างชาติ โดยเฉพาะบริษัทที่มีจรรยาบรรณแรงงาน (Codes of Conduct) ที่ให้การคุ้มครองทางด้านแรงงานไม่ว่าจะอยู่ในประเทศใดก็ตาม ซึ่งโครงการฯ ได้ติดตามบริษัทอุตสาหกรรมรองเท้า และตัดเย็บเสื้อผ้า และของเด็กเล่น โดยนำเสนอข้อมูลการละเมิดออกมาอย่างต่อเนื่องด้วย
       
       ด้านผลงานวิจัย อาทิ เรื่อง “จรรยาบรรณด้านแรงงานสามารถส่งเสริมสิทธิแรงงานได้จริงหรือไม่? บทเรียนจากอุตสาหกรรมรองเท้าและตัดเย็บเสื้อผ้าแห่งประเทศไทย” (Can Corporate Codes of Conduct Promote Labor Standards? Evidence from the Thai Footwear and Apparel Industries) โดยจรรยา ยิ้มประเสริฐ และคริสโตเฟอร์ คัลแลนด์ ตีพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษโดยศูนย์ข้อมูลแห่งเอเชีย (Asian Monitor Resource Center)
       
       คดีอันเป็นเหตุของคดี “หมิ่นประมาท”
       
       จนมาถึงคดีล่าสุด ที่กำลังดำเนินการอยู่ในศาลอาญาใต้ขณะนี้ พี่เล็กให้สัมภาษณ์ครั้งแรกว่า “คดีหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาครั้งนี้ เรามีที่ปรึกษาหลายคน ทีมทนายมีกัน 3 คน นอกจากนี้ยังมีองค์กรพันธมิตรในไทย และสากล ยุโรป สหภาพแรงงานต่างๆ เสนอความช่วยเหลือมามากมาย และคอยเป็นกำลังใจให้ในเรื่องนี้อยู่”
       
       นอกจากนี้แล้วยังได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับข่าวที่นำมาเสนอบนเว็บไซด์ จนเป็นเหตุทำให้ ปับบลิซิสในประเทศไทยฟ้องร้องจนเป็นคดีดังกล่าว...
       
       “บริษัท ปับบลิซิส เป็นบริษัทด้านการสื่อสารที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก บริษัทใหญ่ตั้งอยู่ที่ประเทศฝรั่งเศส บริษัทนี้ใหญ่ที่สุดในยุโรปและเป็นอันดับ 3 ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งบริษัท ปับบลิซิส ประเทศไทย เป็นบริษัทสาขา เมื่อปี 2547 มีรายได้ทั้งหมดภายในกลุ่มบริษัทจำนวนมากกว่า 4.6 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ มีการจ้างพนักงานจำนวนกว่า 36,000 คน ใน 104 ประเทศ
       
       ซึ่งขณะนี้ ปับบลิซิส ประเทศไทย ถูกกล่าวหาเรื่องการแบ่งแยก กีดกันในการทำงานต่อพนักงานเพศหญิงสูงวัยในระดับผู้บริหารจำนวน 5 คน เพราะเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2547 บริษัทต้องการลดจำนวนพนักงาน จึงบังคับกลุ่มพนักงานหญิงดังกล่าวให้ออกจากงานโดยขอให้ลงนามในใบลาออก ซึ่งไม่มีผู้ชายคนใดหรือผู้หญิงที่อายุต่ำกว่า 40 ปีที่ถูกไล่ออกในครั้งนี้ ซึ่งมีพนักงานหญิงเพียงหนึ่งคนที่ยอมเซ็นต์ใบลาออก ที่เหลือกลับถูกคุมขังในที่ทำงานซึ่งผู้บริหารขู่ว่าจะไม่ได้รับการปล่อยตัวหากไม่เซ็นต์ยินยอมลาออก
       
       พนักงานจึงได้เข้ายื่นดำเนินคดีที่สถานีตำรวจ และเข้าฟ้องต่อศาลแรงงานในวันที่ 1 เมษายน 2548 ในข้อหาการเลิกจ้างอย่างไม่เป็นธรรม ซึ่งเมื่อพิจารณาตามกฎหมายแรงงานไทย ปี 2541 ‘ลูกจ้างต้องไม่ถูกกีดกัน แบ่งแยกระหว่างเพศชาย-หญิง ด้วยลักษณะการทำงาน ค่าจ้าง ชาย-หญิงควรได้รับการดูแลอย่างเท่าเทียมกัน’
       
       อย่างไรก็ตาม การกีดกันทางเพศต่อหญิงสูงวัย มีการวิจัยศึกษาภายในประเทศไทยพบว่า ผู้หญิงยังคงได้ค่าแรงต่ำกว่าเพศชายร้อยละ 20 ในลักษณะการทำงานประเภทเดียวกัน นอกจากนี้มีรายงานของธนาคารโลกในปี 2544 พบว่าผู้หญิงได้รับโอกาสก้าวหน้าในการทำงานน้อยกว่า และมักถูกคุกคามทางเพศในสถานที่ทำงานอีกด้วย”
       
       ก้าวแรกบนเส้นทางการต่อสู้คดี “ปับบลิซิส”
       
       “เราทำตามอุดมการณ์ขององค์กร ที่มีเป้าหมายเพื่อสมานฉันท์แรงงานไทยกับแรงงานสากล ให้ตื่นตัวต่อสู้เพื่อสิทธิความมั่นคง ความปลอดภัยในการทำงาน การประกันการว่างงาน และมาตรการคุ้มครองแรงงานที่ทัดเทียมกับนานาประเทศ...ซึ่งเป็นพันธกิจขององค์กรที่ดำเนินมากว่า 5 ปี”
       
       นี่คือถ้อยคำที่พี่เล็กให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน ภายหลังการไปให้ปากคำกับตำรวจที่ สถานที่ตำรวจลุมพินี กทม. เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2548
       
       เนื่องจากการทำงานคลุกคดีอยู่กับการรณรงค์ ช่วยเหลือกรณีพิพาทเกี่ยวกับแรงงานไทยมาเป็นเวลาหลายปี ในคดีที่ถูกฟ้องหมิ่นประมาทครั้งนี้พี่เล็กจึงเห็นว่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ แต่อย่างไรก็ตามโครงการรณรงค์เพื่อแรงงานไทยก็ยังยึดมั่นที่จะรณรงค์ทำให้เกิดจรรยาบรรณของนายจ้าง มาตรฐานการทำงานที่ดีในโรงงาน สวัสดิการค่าแรงที่เป็นธรรม ตลอดจนผลักดันกฎหมายแรงงานต่างๆ ด้วย
       
       พี่เล็กกล่าวว่า สิ่งที่นำเสนอออกไปนั้นทุกอย่างเป็นความจริง ถึงอย่างไรก็คงต้องต่อสู้ต่อไป ซึ่งตนเองต่อสู้กับนายจ้างที่ละเมิดสิทธิแรงงานมามาก ดำเนินการผ่านกระบวนของศาล มีลูกจ้างมากมายที่ต้องเสียประโยชน์ และกระบวนการศาลก็ไม่เอื้อให้คนงานซึ่งเป็นคนจน คนตัวเล็กๆ ต่อสู้ได้เพราะคดีส่วนใหญ่มักยืดเยื้อ คนงานได้รับความกดดันทางภาวะ ฐานะทางเศรษฐกิจเพราะขณะที่ศาลดำเนินคดีอยู่ คนงานก็ตกงานไม่มีงานทำ สุดท้ายต้องยอมคดีไป
       
       ทั้งนี้โครงการฯ ก็ได้พยายามสู้ ช่วยคนงานที่ถูกเอารัดเอาเปรียบต่อสู้ด้วย และครั้งนี้ก็เป็นโครงการฯ เองที่ถูกฟ้องหมิ่นประมาท “บางคดีที่คนงานพยายามสู้คดีอย่างที่สุด แต่ปรากฏว่าได้เงินชดเชยกลับมาเพียง 10,000-20,000 บาท ซึ่งเป็นค่าแรงขั้นต่ำเพียง 4-5 เดือน นอกจากนี้บางคดีสภาทนายความรับไม่ได้ รับไม่ไว้คดีก็ไม่ดำเนินต่อ บางครั้งคดีนายจ้างก็กดดันลูกจ้าง คนงานไม่มีเงินสู้คดี สุดท้ายคดีก็ตกไป ซึ่งต้องยอมรับว่ากระบวนการในการดำเนินคดีของศาลก็เป็นปัญหา ไม่เอื้อต่อลูกจ้างที่ฟ้องนายจ้างเลย” พี่เล็กกล่าวขยายความ
       
       ก้าวต่อๆ ไปในเวทีประลองยุทธกับ “บรรษัทข้ามชาติ”
       
       นอกจากนี้แล้ว พี่เล็กกล่าวต่อว่าปัญหาสำคัญอีกประการหนึ่งที่มีผลต่อการสภาวะแรงงานไทย คือ ทัศนะของผู้บริหารประเทศ อาทิ นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ที่มองแรงงานในมิติเพียงเพื่อสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ แต่ไม่พูดถึงกฎหมายดูแลคุ้มครองสิทธิแรงงาน ทิศทางการส่งเสริมกลับกลายเป็นนโยบายที่มุ่งส่งคนไปทำงานต่างประเทศเพื่อนำเงินเข้าประเทศ
       
       ไม่เพียงเท่านั้น การร้องเรียน การฟ้องร้องนายจ้างของลูกจ้าง กลายเป็นการบั่นทอนเสถียรภาพความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เกรงว่าภาพลักษณ์ของประเทศชาติจะเสียหาย ส่งผลต่อการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้ความถูกต้อง จริยธรรมของนายจ้างของโรงงานอุตสาหกรรมไม่ถูกดูแลควบคุม
       
       “ทัศนะของนายจ้างก็เป็นสิ่งสำคัญ นายจ้างมักไม่ยอมรับเงื่อนไขการเจรจาต่อรอง และมักเลือกปฏิบัติต่อลูกจ้าง ส่วนลูกจ้าง คนงานเองก็มีความเข้าใจในมาตรฐานแรงงาน กฎหมายแรงงานน้อย แม้ว่าแรงงานไทยจะมีคู้มือในการยืนยันสิทธิในการหนุนช่วยแรงงานก็ตาม” พี่เล็กกล่าว
       
       การฟ้องหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาของปับบลิซิส ประเทศไทย คดีนี้ก็เช่นกันที่พี่เล็กต้องเผชิญกับกระบวนการในศาลต่างๆ มากมาย อีกทั้งทัศนะของนายจ้าง ของนายทุนที่มักจะแสวงหากำไรสูงสุดให้แก่ธุรกิจของตนเอง การต่อสู้คดีแม้ว่าจะดำเนินไปตามกระบวนในศาล แต่ปัจจัยที่กล่าวไปข้างต้น
       
       กล่าวคือ ทัศนะของผู้บริหารไทย นักลงทุน หรือนายจ้างก็ตามแต่ ที่ยังคงมองคนว่าเป็นเพียงแรงงาน หรือเครื่องมือที่นำมาซึ่งเงินตราเท่านั้น ไม่ได้มองว่าแรงงานก็เป็นมนุษย์ที่พึ่งได้รับสิทธิ ความชอบธรรม และการดูแลที่เหมาะสม เท่าเทียม ปัญหาละเมิดสิทธิแรงงานคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องต่อไป
       
       อย่างไรก็ตามคงต้องติดตามคดีนี้ต่อไปอย่างใกล้ชิด ซึ่งโลคัลทอล์คจะติดตามความคืบหน้า ตลอดจนสัมภาษณ์พี่เล็ก จรรยา ยิ้มประเสริฐ ถึงคดีความนี้ต่อไป และจะนำเสนอในรายงานพิเศษครั้งหน้า

 

 

โดย สำนักข่าวประชาธรรม 8 พฤษภาคม 2549 14:37 น.

แหล่งข่าว : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ





ลงวันที่ 09/05/2006 11:41:14
จำนวนผู้ชม 1588
ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน



ผู้ใช้งานเข้าสู่ระบบ






เลือกประเภท:




คุณลืม Username/Password?

สมาชิกลงทะเบียน (ฟรี)


กรุณาเข้าระบบก่อนใช้งานทุกครั้ง


Connection

   

ค้นหาตำแหน่งงาน


คำค้น :
Web
siamhrm.com
jobsiam.com

ติดต่อเรา

สยามเอชอาร์เอ็ม
เวลาเปิดทำการ 9.00-17.00 น.(จ-ส)



หมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี:
หมายเลข 13 หลัก 0992001714965


พานิชย์อิเลคทรอนิกส์ :
0101549820078

เข้าสู่ปีที่ 20
เว็บไซต์หางาน สมัครงาน


มั่นใจ ในบริการของเรา.


อัพเดท วันที่ 11 กรกฎาคม 2563

ผู้ใช้งาน 54354 บริษัท
ผู้ฝากประวัติ (Resume) 128446 คน