SIAMHRM.com

ลงประกาศงาน หาคนทำงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์

[ยินดีต้อนรับ ผู้ใช้งานทั่วไป:ลงทะเบียน |เข้าระบบ ก่อนใช้งานค่ะ.]




 ค้นหางาน ตำแหน่งงาน:
กลุ่มงาน : ประเภท :  
 ภาค:
ค้น:



Google Groups สมัครสมาชิกไปยัง กลุ่มบริหารทรัพยากรมนุษย์ ประเทศไทย
อีเมล์:
ดูเอกสารที่เก็บรวบรวมไว้ ที่ groups.google.co.th
ร่วมสนทนาแลกเปลี่ยนความรู้ เอกสาร และประสบการณ์ทำงาน ไม่จำกัดสาขาอาชีพ


กรมสุขภาพจิต รับนักวิเทศสัมพันธ์ปฏิบัติการ (บัดนี้ - 13 กรกฏาคม 2554)

กรมสุขภาพจิต รับนักวิเทศสัมพันธ์ปฏิบัติการ (บัดนี้ - 13 กรกฏาคม 2554) | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : กรมสุขภาพจิต รับนักวิเทศสัมพันธ์ปฏิบัติการ, ข้อมูลเกี่ยวกับ กรมสุขภาพจิต รับนักวิเทศสัมพันธ์ปฏิบัติการ



ด้วย กรมสุขภาพจิต จะดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการใน
 ตำแหน่งนักวิเทศสัมพันธ์ปฏิบัติการ ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 53 แห่งพระราชบัญญัติ
 ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 และหนังสือสำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1004.1/ว 15 ลงวันที่ 11
 ธันวาคม 2551 เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ
 จึงประกาศรับสมัครสอบแข่งขันฯ ดังรายละเอียดต่อไปนี้

 1. ตำแหน่งที่จะบรรจุและแต่งตั้ง และเงินเดือนที่จะได้รับ
 ตำแหน่งนักวิเทศสัมพันธ์ปฏิบัติการ อัตราเงินเดือนระหว่าง 9,140 – 10,060 บาท
 ทั้งนี้ จะได้รับเงินเดือนเท่าใดให้เป็นไปตามประกาศกรมสุขภาพจิต ลงวันที่ 7 มิถุนายน
 2554 เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข การให้ได้รับเงินเดือนตามคุณวุฒิตาม
 ช่วงเงินเดือน

 2. จำนวนตำแหน่งว่างครั้งแรก 1 ตำแหน่ง
 - กองแผนงาน กรมสุขภาพจิต จังหวัดนนทบุรี

 3. ลักษณะงานที่ปฏิบัติ
 ปฏิบัติงานในฐานะผู้ปฏิบัติงานระดับต้น ที่ต้องใช้ความรู้ ความสามารถทางวิชาการใน
 การทำงาน ปฏิบัติงานด้านวิเทศสัมพันธ์ ภายใต้การกำกับ แนะนำ ตรวจสอบ และปฏิบัติงานอื่นตามที่
 ได้รับมอบหมาย
 โดยมีลักษณะงานที่ปฏิบัติในด้านต่าง ๆ ดังนี้
 3.1 ด้านการปฏิบัติการ
 (1) ร่าง โต้ตอบหนังสือเป็นภาษาต่างประเทศ งานแปลเอกสารภาษาไทยและภาษา
 ต่างประเทศ เพื่อใช้ในการติดต่อประสานงานกับองค์กรระหว่างประเทศ
 (2) รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์และติดตามประเมินผล จัดทำบันทึก สรุปรายงาน
 การประชุมความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อนำเสนอผู้บังคับบัญชา
 (3) จัดเตรียมข้อมูลสำหรับการเจรจาความร่วมมือทางวิชาการกับต่างประเทศ
 เพื่อให้การประชุมเจรจาบรรลุผลตามเป้าหมายที่กำหนด
 (4) ส่งเสริม สนับสนุน ดำเนินการเกี่ยวกับทุนการศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน
 ผู้เชี่ยวชาญวัสดุอุปกรณ์ อาสาสมัคร องค์การพัฒนาเอกชนและอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานความร่วมมือ
 เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปด้วยความราบรื่น
 3.2 ด้านการวางแผน
 วางแผนการทำงานที่รับผิดชอบร่วมดำเนินการวางแผนการทำงานของหน่วยงานหรือ
 โครงการเพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายผลสัมฤทธิ์ที่กำหนด
 3.3 ด้านการประสานงาน
 (1) ประสานการทำงานร่วมกันทั้งภายในและภายนอกทีมงานหรือหน่วยงาน เพื่อให้
 เกิดความร่วมมือและผลสัมฤทธิ์ตามที่กำหนดไว้
 (2) ชี้แจงและให้รายละเอียดเกี่ยวกับข้อมูล ข้อเท็จจริง แก่บุคคลหรือหน่วยงานที่
 เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเข้าใจหรือความร่วมมือในการดำเนินงานตามที่ได้มอบหมาย
 3.4 ด้านการบริการ
 (1) เผยแพร่ความรู้ทั่วไปด้านการต่างประเทศแก่ผู้มาติดต่อ เพื่อให้เกิดความเข้าใจ
 อันดีและถูกต้องเผยแพร่ความรู้ ให้คำปรึกษาและชี้แจงตอบปัญหาด้านการต่างประเทศแก่ผู้ที่มาติดต่อเพื่อให้
 เกิดความเข้าใจอันดีและถูกต้องตามระเบียบกฎหมาย
 (2) รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับงานด้านต่างประเทศ เพื่อจัดทำเป็นฐานข้อมูล

 4. คุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครสอบ
 4.1 ผู้สมัครสอบต้องมีคุณสมบัติทั่วไป และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 36 แห่ง
 พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 ดังต่อไปนี้
 ก. คุณสมบัติทั่วไป
 (1) มีสัญชาติไทย
 (2) มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปี
 (3) เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์
 ทรงเป็นประมุขด้วยความบริสุทธิ์ใจ
 ข. ลักษณะต้องห้าม
 (1) เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
 (2) เป็นคนไร้ความสามารถ คนเสมือนไร้ความสามารถ คนวิกลจริตหรือจิต
 ฟั่นเฟือน ไม่สมประกอบ หรือเป็นโรคตามที่กำหนดในกฎ ก.พ.
 (3) เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักราชการ หรือถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน
 ตามพระราชบัญญัตินี้หรือตามกฎหมายอื่น
 (4) เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดีจนเป็นที่รังเกียจของสังคม
 (5) เป็นกรรมการหรือผู้ดำรงตำแหน่งที่รับผิดชอบในการบริหารพรรคการเมือง
 หรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง
 (6) เป็นบุคคลล้มละลาย
 (7) เป็นผู้เคยต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเพราะกระทำความผิด
 ทางอาญา เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ
 (8) เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก ปลดออก หรือไล่ออกจากรัฐวิสาหกิจ หรือ
 หน่วยงานอื่นของรัฐ
 (9) เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก หรือปลดออก เพราะกระทำผิดวินัยตาม
 พระราชบัญญัตินี้ หรือตามกฎหมายอื่น
 (10) เป็นผู้เคยถูกลงโทษไล่ออก เพราะกระทำผิดวินัยตามพระราชบัญญัตินี้
 หรือตามกฎหมายอื่น
 (11) เป็นผู้เคยกระทำการทุจริตในการสอบเข้ารับราชการ หรือเข้าปฏิบัติงาน
 ในหน่วยงานของรัฐ
 ผู้ที่จะเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือน ซึ่งผู้ที่มีลักษณะต้องห้ามตาม ข.
 (4) (6) (7) (8) (9) (10) หรือ (11) ก.พ. อาจพิจารณายกเว้นให้เข้ารับราชการได้ แต่ถ้าเป็นกรณีมีลักษณะ
 ต้องห้ามตาม (8) หรือ (9) ผู้นั้นต้องออกจากงานหรือออกจากราชการไปเกินสองปีแล้ว และในกรณีมี
 ลักษณะต้องห้ามตาม (10) ผู้นั้นต้องออกจากงานหรือออกจากราชการไปเกินสามปีแล้ว และต้องมิใช่เป็น
 กรณีออกจากงานหรือออกจากราชการเพราะทุจริตต่อหน้าที่ สำหรับผู้มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 36 ข. (1)
 ให้มีสิทธิสมัครเข้าสอบแข่งขันได้ แต่จะมีสิทธิได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญตามที่สอบแข่งขัน
 ได้ต่อเมื่อพ้นจากการเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแล้ว
 * สำหรับพระภิกษุหรือสามเณร ทางราชการไม่รับสมัครและไม่อาจให้เข้ารับ
 การคัดเลือกเพื่อบรรจุเข้ารับราชการ ทั้งนี้ ตามหนังสือกรมสารบรรณคณะรัฐมนตรีฝ่ายบริหาร ที่ นว
 89/2501 ลงวันที่ 27 มิถุนายน 2501 และตามความในข้อ 5 ของคำสั่งมหาเถรสมาคม ลงวันที่ 17
 มีนาคม 2538
 4.2 ผู้สมัครสอบต้องมีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง ดังนี้
 ได้รับปริญญาตรีหรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน ในสาขาวิชาใดวิชา
 หนึ่งทางภาษาอังกฤษ และเป็นผู้ขึ้นทะเบียนผู้สอบผ่านภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก) ระดับ
 ปริญญาตรีของ ก.พ.

 5. การรับสมัคร
 5.1 วัน เวลา และสถานที่รับสมัคร
 ให้ผู้ประสงค์จะสมัครขอและยื่นใบสมัครด้วยตนเองได้ที่ กองการเจ้าหน้าที่ กรมสุขภาพจิต
 ชั้น 2 อาคาร 2 กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ถนนติวานนท์ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี
 โทร 0 2590 8062 ตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน - 13 กรกฎาคม 2554 ในวันราชการ ภาคเช้าเวลา 09.00 -
 12.00 น. ภาคบ่ายเวลา 13.00 - 15.30 น. และผู้สมัครจะต้องจัดทำแบบทดสอบบุคลิกภาพ (16 PF)
 ในวันที่สมัครด้วย
 5.2 ค่าธรรมเนียมในการสมัคร
 ผู้สมัครต้องเสียค่าธรรมเนียมสอบสำหรับตำแหน่งที่สมัครสอบในอัตรา 200 บาท
 5.3 หลักฐานที่ต้องยื่นพร้อมใบสมัคร
 1) รูปถ่ายหน้าตรง ไม่สวมหมวก และไม่สวมแว่นตาดำ ขนาด 1 นิ้ว ถ่ายครั้งเดียวกัน
 ไม่เกิน 1 ปี (นับถึงวันปิดรับสมัคร) จำนวน 3 รูป
 2) สำเนาปริญญาบัตร หรือหนังสือรับรองฉบับสภามหาวิทยาลัยอนุมัติ และระเบียน
 แสดงผลการเรียน (Transcript of Records) ที่แสดงว่าเป็นผู้มีวุฒิการศึกษาตรงกับตำแหน่งที่สมัครสอบ
 จำนวนอย่างละ 2 ฉบับ ทั้งนี้ ผู้ที่จะถือว่าเป็นผู้สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรขั้นปริญญาบัตรของสถานศึกษา
 ใดนั้น จะถือตามกฎหมาย กฎ หรือระเบียบเกี่ยวกับการสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรของสถานศึกษานั้นๆ
 เป็นเกณฑ์ โดยจะต้องสำเร็จการศึกษาและได้รับอนุมัติจากผู้มีอำนาจอนุมัติภายในวันปิดรับสมัคร คือ วันที่
 13 กรกฎาคม 2554
 ในกรณีที่ไม่สามารถนำหลักฐานการศึกษาดังกล่าวมายื่นพร้อมใบสมัครสอบได้ให้นำหนังสือ
 รับรองคุณวุฒิที่สถานศึกษาออกให้ โดยระบุสาขาวิชาที่สำเร็จการศึกษา และวันที่ที่ได้รับอนุมัติปริญญาบัตร
 ซึ่งจะต้องอยู่ภายในกำหนดวันที่ปิดรับสมัครมายื่นแทน
 3) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้าน จำนวนอย่างละ 1 ฉบับ
 4) สำเนาหลักฐานอื่นๆ เช่น ใบสำคัญการสมรส (เฉพาะผู้สมัครสอบเพศหญิง)
 ใบเปลี่ยนชื่อ – นามสกุล (ในกรณีที่ชื่อ – นามสกุล ในหลักฐานการสมัครสอบไม่ตรงกัน) เป็นต้น อย่างละ
 1 ฉบับ
 5) สำเนาหนังสือรับรองผลการสอบภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) ของ ก.พ.
 ระดับปริญญาตรี ของ ก.พ. จำนวน 1 ฉบับ
 6) ใบรับรองแพทย์ ซึ่งออกให้ไม่เกิน 1 เดือน และแสดงว่าไม่เป็นโรคต้องห้ามตาม
 กฎ ก.พ. ว่าด้วยโรค พ.ศ.2553 ซึ่งได้แก่
 - วัณโรคในระยะแพร่กระจายเชื้อ
 - โรคเท้าช้างในระยะที่ปรากฏอาการเป็นที่รังเกียจแก่สังคม
 - โรคติดยาเสพติดให้โทษ
 - โรคพิษสุราเรื้อรัง
 - โรคติดต่อร้ายแรงหรือโรคเรื้อรังที่ปรากฏอาคารเด่นชัดหรือรุนแรงและเป็นอุปสรรค
 ต่อการปฏิบัติงานในหน้าที่ตามที่ ก.พ.กำหนด
 ทั้งนี้ ในสำเนาหลักฐานทุกฉบับให้ผู้สมัครเขียนคำรับรองว่า “สำเนาถูกต้อง” และลงชื่อกำกับ
 ไว้ด้วย (ให้นำหลักฐานต้นฉบับทุกฉบับมาตรวจสอบด้วย)

 6. เงื่อนไข ที่ผู้สมัครควรทราบ
 6.1 ผู้สมัครสอบจะต้องเป็นผู้มีวุฒิการศึกษาตรงตามคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งของผู้มี
 สิทธิสมัครสอบ ในข้อ 4.2 โดยต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาและได้รับการอนุมัติจากผู้มีอำนาจอนุมัติ ภายใน
 วันปิดรับสมัครสอบ คือ วันที่ 13 กรกฎาคม 2554 ทั้งนี้ การสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรขั้นปริญญาบัตร
 ของสถานศึกษาใด จะถือตามกฎหมาย กฎหรือระเบียบเกี่ยวกับการสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรของสถานศึกษา
 นั้นเป็นเกณฑ์
 6.2 ผู้สมัครสอบต้องรับผิดชอบในการตรวจสอบและรับรองตนเองว่า เป็นผู้มีคุณสมบัติตรง
 ตามประกาศรับสมัครสอบ และต้องกรอกรายละเอียดต่างๆ ให้ถูกต้องครบถ้วนตรงตามความเป็นจริง ในกรณี
 ที่มีความผิดพลาดอันเกิดจากผู้สมัคร หรือตรวจพบว่าเอกสารหลักฐาน ซึ่งผู้สมัครสอบนำมายื่นไม่ตรงหรือไม่
 เป็นไปตามประกาศรับสมัครสอบ กรมสุขภาพจิตจะถือว่าผู้สมัครสอบเป็นผู้ขาดคุณสมบัติในการสมัครสอบ
 ครั้งนี้มาตั้งแต่ต้น และจะไม่คืนค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบ

 7. การประกาศรายชื่อผู้สมัครสอบ วัน เวลา สถานที่สอบ และระเบียบเกี่ยวกับการสอบ
 กรมสุขภาพจิต จะประกาศรายชื่อผู้สมัครสอบ วัน เวลา สถานที่สอบ และระเบียบเกี่ยวกับ
 การสอบในวันที่ 22 กรกฎาคม 2554 ทางเว็บไซต์ www.dmh.go.th และ www.hr.dmh.go.th

 8. หลักสูตรและวิธีการสอบ
 8.1 ภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง (ภาค ข.) (คะแนนเต็ม 200 คะแนน)
 ทดสอบความรู้ความสามารถดังต่อไปนี้ โดยการสอบข้อเขียน
 1. ความสามารถในการร่าง โต้ตอบหนังสือเป็นภาษาต่างประเทศ
 2. ความสามารถในการเขียนคำกล่าวในโอกาสต่างๆ
 3. ความสามารถในการแปลความ ตีความ สรุปความ อ่านจับประเด็นจากข้อความ
 หรือบทความภาษาอังกฤษ (จากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย และจากภาษาไทยเป็น
 ภาษาอังกฤษ)
 8.2 ภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง (ภาค ค.) (คะแนนเต็ม 100 คะแนน)
 ประเมินบุคคลเพื่อพิจารณาความเหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่จากประวัติส่วนตัว ประวัติ
 การศึกษา ประวัติการทำงาน จากการสังเกตพฤติกรรมที่ปรากฏของผู้เข้าสอบและจากการสัมภาษณ์ ทั้งนี้
 อาจใช้วิธีการอื่นใดเพิ่มเติมเพื่อพิจารณาความเหมาะสมในด้านต่างๆ เช่น ความรู้ที่อาจใช้เป็นประโยชน์ใน
 การปฏิบัติงานในหน้าที่ ความสามารถ ประสบการณ์ ท่วงทีวาจา อุปนิสัย อารมณ์ ทัศนคติ
 จรรยาบรรณของข้าราชการพลเรือน คุณธรรม จริยธรรม การปรับตัวเข้ากับผู้ร่วมงาน รวมทั้งสังคม และ
 สิ่งแวดล้อม ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ปฏิภาณไหวพริบ และบุคลิกภาพอย่างอื่น เป็นต้น และรวมถึง
 สมรรถนะหลัก สมรรถนะที่จำเป็น และนำผลทดสอบแบบบุคลิกภาพมาใช้ประกอบการพิจารณา
 ทั้งนี้ จะทดสอบภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่งก่อน และเมื่อสอบผ่าน
 ภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่งแล้ว จึงจะมีสิทธิเข้าสอบภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง

 9. เกณฑ์การตัดสิน
 ผู้ที่จะถือว่าเป็นผู้สอบแข่งขันได้ ต้องเป็นผู้สอบได้คะแนนในการสอบแต่ละภาคไม่ต่ำกว่า
 ร้อยละ 60

 10. การขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้
 การขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ จะเรียงลำดับที่จากผู้ได้คะแนนรวมสูงสุดลงมาตามลำดับ ในกรณี
 ที่มีผู้สอบได้คะแนนรวมเท่ากัน ให้ผู้สอบได้คะแนนภาคความเหมาะสมกับตำแหน่งมากกว่าเป็นผู้อยู่ในลำดับที่
 สูงกว่า ถ้าได้คะแนนภาคความเหมาะสมกับตำแหน่งเท่านั้น ให้ผู้ที่ได้รับเลขประจำตัวสอบก่อนเป็นผู้อยู่ใน
 ลำดับที่สูงกว่า
 การขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ จะขึ้นบัญชีไว้เป็นเวลาไม่เกิน 2 ปี นับตั้งแต่วันขึ้นบัญชี
 แต่ถ้ามีการสอบแข่งขันอย่างเดียวกันนี้อีก และได้ขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ใหม่แล้ว บัญชีผู้สอบแข่งขันได้ครั้งนี้
 เป็นอันยกเลิก

 11. การบรรจุและแต่งตั้ง
 ผู้สอบแข่งขันจะได้รับการบรรจุและแต่งตั้งตามลำดับที่ในบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ โดยได้รับ
 เงินเดือนตามคุณวุฒิที่กำหนดเป็นคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งนั้น ตามที่ระบุไว้ในข้อ 1

 12. กรณีนำรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งหนึ่งไปขึ้นบัญชีเป็นผู้สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งอื่น
 กรณีที่ส่วนราชการอื่นมีตำแหน่งว่างในตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับปฏิบัติการซึ่งต้องการ
 บุคคลที่มีวุฒิการศึกษาอย่างเดียวกัน และมีความรู้ความสามารถทักษะและสมรรถนะที่เหมือนหรือใกล้เคียงกัน
 กับตำแหน่งที่ได้มีการสอบแข่งขันและขึ้นบัญชีไว้ ส่วนราชการที่มีตำแหน่งว่างสามารถนำรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้
 ในตำแหน่งที่สอบครั้งนี้ไปขึ้นบัญชีเป็นผู้สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งอื่นได้ การนำรายชื่อไปขึ้นบัญชีเป็นผู้สอบ
 แข่งขันได้ในตำแหน่งอื่น ให้ถือว่าเป็นการสอบครั้งเดียวกันกับการสอบครั้งนี้ โดยผู้สอบแข่งขันได้มีสิทธิที่จะ
 ได้รับการบรรจุได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น




ลงวันที่ 01/07/2011 10:51:35
จำนวนผู้ชม 1092
ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน





ติดต่อสอบถาม | ลงประกาศงาน & โฆษณา : sale@siamhrm.com | โทร. 08-8881-6100 (ฝ่ายขาย)
เลขประจำตัวผู้เสียภาษี: 0992001714965 | เลขที่ใบทะเบียนพานิชย์ : 0101549820078
SIAMHRM.COM :รวมพลคน HR หาคนทำงาน หางาน คุณภาพ