ค้นหางาน ตำแหน่งงาน:
กลุ่มงาน : ประเภท :  
 ภาค:
ค้น:



Google Groups สมัครสมาชิกไปยัง กลุ่มบริหารทรัพยากรมนุษย์ ประเทศไทย
อีเมล์:
ดูเอกสารที่เก็บรวบรวมไว้ ที่ groups.google.co.th
ร่วมสนทนาแลกเปลี่ยนความรู้ เอกสาร และประสบการณ์ทำงาน ไม่จำกัดสาขาอาชีพ


คาถาการจัดการในยุคนี้

คาถาการจัดการในยุคนี้ | ข้อมูลด้านการบริหารจัดการ โดย SIAMHRM.COM :- ข้อมูลเกี่ยวกับ คาถาการจัดการในยุคนี้, บทความ คาถาการจัดการในยุคนี้, ตัวอย่าง



ในปี พ.ศ. 2535 ขณะโลกได้มีการเปลี่ยนแปลงสูง เห็นได้ล่วงหน้าว่า โลกาภิวัตน์ กำลังเกิดขึ้นและส่งผลกระทบกว้างกับจะมีผลกระทบลงลึกเข้าไปในองค์การ

จะทำให้ระบบงานล้าหลังไปโดยปริยาย หรือบางกิจการอาจถึงกับล่มสลายไป ทั้งๆ ที่ร่ำรวยมาจากธุรกิจเก่าแก่ เช่น ในธุรกิจทำเพลทการพิมพ์ ที่มีการแยกสีนั้น ในแวดวงการพิมพ์ ได้มีหลายรายที่ต้องขาดทุน ล่มสลายไป โดยถูกเทคโนโลยีใหม่ ศักยภาพสูงก้าวข้ามไป

นั่นคือ ขณะที่เขาจ่ายเงินลงทุนซื้อเครื่องแยกสีตัวใหม่ ที่ใช้เทคโนโลยีเดิม ด้วยเงินลงทุนหลายร้อยล้านบาทนั้นเอง ยังไม่ทันจะลงมือใช้งานได้เท่าใด ก็ปรากฏว่า ได้มีพัฒนาการใหม่คอมพิวเตอร์ พีซี ตั้งโต๊ะ เกิดขึ้น และออกขายในราคา 2-3 หมื่นบาท

แต่มีศักยภาพใช้ทำงานแยกสีได้ไม่ต่างกัน ผลจึงกลายเป็นสภาพที่ต้นทุนท่วมเกิดขึ้นกับรายเก่า ที่คล้าย ช้างใหญ่กินจุ ต่างกับรายย่อยเกิดใหม่กินน้อย แข่งขันไปได้ในทุกที่ ทั้งเบา และเกิดง่าย เหมือนแมลงหวี่แมลงวัน

ณ ช่วงเวลานั้น ในฐานะคนเคยทำวางแผนกลยุทธ์มาก่อน ผมได้ออกคำเตือน บรรยายและเขียนให้นักธุรกิจยุคอนาคตได้ทราบถึง สภาพแวดล้อมของโลกธุรกิจในอนาคต ที่กำลังเปลี่ยนไปและจะต้องจัดการให้ถูก สรุปได้ดังนี้

1. อาณาเขตที่เลือนหาย สะท้อนว่า สภาพไร้พรมแดนจะเกิดขึ้น ซึ่งในวันนี้ คือ AEC ที่กำลังจะเป็นสภาพเปิดของประเทศในกลุ่มอาเซียน และ กำลังเกิดผลเร็วๆ นี้

2. มิตรไมตรีคู่ใหม่ คู่ใหญ่ๆ ต้องเกิดขึ้น เช่น การควบรวมกันของห้างคาร์ฟูร์ กับ BIG C เป็นต้น หรือ/และ การจับคู่กันของหลายธุรกิจ

3. เพื่อนคู่รัก พรรคคู่แค้นจะต้องช่วยกันพาย เช่น การร่วมมือกันของวงการธนาคารที่ใช้ เอ ที เอ็ม ร่วม โดยทุกกิจการต้องทำทั้งสองสภาพ คือ ต้องทั้งแข่งกันและกำลังเหยียบตีนกันด้วย คือ ขณะที่กำลังแข่งกันก็ต้องร่วมมือกันในข่าย ATM เดียวกัน

4. นักลงทุนหรือนายทุน จะกลายเป็นเพื่อนตาย เจ้าของกิจการ หรือ CEO ต้องตื่นตัวใกล้ชิดกับฝ่ายจัดการ เพราะโลกยุคใหม่มีเงินเทียม และตลาดทุนที่เปิดกว้าง ทุนไหลข้ามชาติได้และอาจดอดเข้ามาซื้อกิจการได้แบบ “ขอมดำดิน” ดังเช่น ที่ผมเคยแนะให้ยักษ์ใหญ่ในวงการน้ำเมา ให้ซื้อกิจการของบริษัท เบอร์ลี่ยุคเกอร์ ที่เก่าแก่ มาเสริมประโยชน์แก่เครือข่ายของตนได้

5. เทิดสังคม จะกลายเป็นคำขวัญยุคใหม่ นั่นก็คือ CSR ที่ธุรกิจยุคสื่อสารต้องสนใจ ดังเช่น ที่มูลนิธิทิสโก้ โดยที่คุณศิวพร ทรรธานนท์ (เพื่อนเก่าที่ไม่ได้พบกันนานมาก) มุ่งทุ่มเททำกิจกรรมเพื่อสังคมมากมาย

6. โครงสร้างองค์การต้องปรับกลาย คือ ด้วย ไอ ที ที่ก้าวหน้า และ การแข่งขันที่รุนแรง การตัดสินใจต้องเร็ว ทำให้องค์การต้องมีรูปแบบ "แบนราบ" ชั้นการบังคับบัญชาสั่นลง และต้องจัดระบบปฏิบัติการดำเนินการด้วย ไอ ที เข้ามาช่วยทีมงานให้คล่องตัว

7. การร่วมวัฒนธรรม (Corporate Culture) จะกลายวิถีชีวิตใหม่ ที่ต้องแยกกันอยู่ แต่มีความรักใคร่ร่วมมือเป็นหนึ่งเดียว คล้ายเป็นวงดนตรีวงใหญ่วงเดียวกันของทุกกิจการที่สามารถสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างกันขึ้นได้ด้วยระบบการจัดการ “สื่อสารองค์การ” (Corporate Communication) ที่ดี

8. ความพึงพอใจของคนรุ่นใหม่ คือ สิ่งที่ต้องยึดหมาย สะท้อนว่า Human Resources กับความต้องการของคนยุคใหม่ ที่ทางเลือกมากมาย จะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะต้องหา ให้ได้คนเก่ง Talent มานำพาองค์กรให้ก้าวหน้า กับต้องให้เขามีการเรียนรู้ตลอดเวลา

นั่นคือ คำทำนายและแนะไว้เมื่อ 20 ปีก่อน มาถึงวันนี้ ขณะการเมืองไทยยังไม่พัฒนาไปถึงไหน วุ่นวายไปด้วยการทำแต่สิ่งไร้สาระ ผมจึงขอถือโอกาสบอกถึง สิ่งพึงต้องปฏิบัติ ไวให้อีก 1 แนวคิด กับ 2 สิ่งที่การบริหารจัดการที่ต้องทำ จึงจะอยู่รอด สู้เขาได้ ในสภาพแวดล้อมใหม่ของโลก

แนวคิดใหญ่ในกรอบวงการ คือ การบริหารในยุคนี้ CEOs จะต้องบริหารองค์การให้ได้ประสิทธิภาพ (Effficiency) จริง ก่อนการบริหารให้ได้ประสิทธิผล (Effective) หรือทำได้ถึงเป้านั่นเอง

ทั้งนี้ หลายคนอาจนึกย้อนกลับไปว่า ผมเดินสวนทางกับ ปีเตอร์ ดรักเกอร์ ที่ท่านได้บอกให้ต้องบริหารแบบ Outside-in หรือนำเอาการเปลี่ยนแปลงข้างนอกมาแก้ไขข้างในให้ปรับตามได้ แต่มิใช่ Inside-Out หรือก้มหน้าก้มตา ทำสิ่งที่ดีอยู่แล้ว เพื่อออกไปตอบสนองตลาด ตรงนี้ ไม่ผิดและไม่กล้าเถียงท่านแน่นอน

แต่ในภาคปฏิบัติ นักบริหารส่วนใหญ่ต่างจะทำเข้าข้างตัว โดยจะพยายามเน้นการแก้ไข ที่เป้าหมาย การวางแผนและออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับตลาดในภายนอก ซึ่งถูกทิศทางตามที่ดรักเกอร์ ได้สอนสั่งไว้ ซึ่งถูกต้องตามหลักการทุกอย่าง แต่หากมองคร่าวๆ องค์กรอาจบรรลุเป้าได้ในระยะสั้นๆ แต่จะไม่ยั่งยืน

ดังนั้น เพื่อความถูกต้องและยั่งยืนได้จริงในระยะยาว หลักการที่ต้องทำ คือ CEOs ต้องบริหารจัดการด้านประสิทธิภาพให้เกิดผล และวัดได้จริงๆ คือ ต้องแน่ใจได้ว่ามีการจัดการระบบที่ล้าหลัง หรือความด้อยประสิทธิภาพในการทำงานภายในให้หมดไป หรือกล้ารีดไขมันและความฟุ่มเฟือย แล้วนำสิ่งใหม่มาใช้ ที่จะทำให้ประสิทธิภาพดี และเก่งจริง จึงจะแน่ใจได้ว่าการบุกตลาดหรือไปแข่งขันจะชนะได้ กับไม่เอาเปรียบสังคมกับลูกค้าแล้วยังอยู่ยั่งยืนอีกด้วย

สรุปว่า Effciency จะต้องมาก่อน Effective พูดเปรียบเปรยง่ายๆ คือ การจะขึ้นไปเสวยสุขในสรวงสวรรค์ชั้นที่ 9 ได้นั้น ก่อนการจะไปถึงได้ CEOs จะต้องลงไปแก้ไข ความล้าสมัย หรือตัวถ่วงทั้งหลายในองค์การให้ดีขึ้นได้ก่อน หรือก็คือ การจะขึ้นสู่สวรรค์ได้ ต้องสร้างความสะอาดหมดจดของขุมนรกที่อยู่ข้างในให้ดีขึ้นก่อน

สุดท้ายอีก 2 สิ่งที่ CEOs ยุคใหม่ ต้องบริหารจัดการ มีอยู่ 2 เรื่องที่คนมักไม่พูดถึง คือ

ก. การบริหารข้ามพรมแดนองค์กร (Manage Boundary) เนื่องจากความเจริญของสารสนเทศยุคใหม่ ทำให้องค์กรไร้สิ่งกีดขวาง ทุกอย่างข้ามพรมแดนได้ ดังนี้ ถ้าจะจัดการองค์กรให้บรรลุผลได้เป็นหนึ่งเดียวแล้ว ผู้บริหารจะต้องเพิ่มความสามารถในการบริหารข้ามพรมแดนต่างๆ ได้ตลอดเวลา โดยที่มิให้พรมแดนที่มีอยู่เป็นอุปสรรคกีดขวาง

ข. การบริหารจัดการเพื่อปลดระวางหรือลดพันธะต่างๆ หรือ Manage Abundunment นั่นคือ ด้วยอายุองค์กรที่ยาวนาน องค์กรย่อมได้สร้างและสะสมสิ่งดีๆ ไว้หลายอย่างมากมาย แต่ในโลกยุคใหม่ที่มีความซับซ้อน สิ่งใหม่เกิดขึ้นมากมาย เมื่อรวมกับของเก่าที่เคยใช้และยังใช้ได้ แล้ว รวมแล้วก็ยังมีอีกมากมาย และทุกคนอยากเก็บไว้ แต่ทุกอย่างหากมีมากไป จะกลายเป็นความสับสน ดินพอกหางหมู มองไม่ได้ชัดเจน ขาดความคล่องตัว และจะเป็น “บ้าหอบฟาง”

การจะเป็นนักรบจรยุทธ์ ตัวเบา เคลื่อนที่เร็ว ชนะได้ทุกโอกาส สิ่งจำเป็นต้องทำ คือ นักบริหารเอง ต้องสั่งการให้มีการจัดการ คัดของเก่าที่ประโยชน์น้อย ปลดระวางทิ้งไป เพื่อให้คล่องตัว และมีภาระน้อย ตัวเบาด้วยมีเพียงของจำเป็นและมากค่าเท่านั้น

การบริหารประการสุดท้ายนี้ ไม่ง่าย เพราะของดีมักไม่มีการบันทึก คนรุ่นใหม่ไม่ชอบเรียนรู้ประวัติศาสตร์ กับคนทั่วไปมีจุดอ่อนที่ชอบผูกติด ไม่ละวาง

 

ที่มา : bangkokbiznews.com





จำนวนผู้ชม 3216 ครั้ง




ข้อมูลบทความในหมวดหมู่เดียวกัน



ผู้ใช้งานเข้าสู่ระบบ






เลือกประเภท:




คุณลืม Username/Password?

สมาชิกลงทะเบียน (ฟรี)


กรุณาเข้าระบบก่อนใช้งานทุกครั้ง


ค้นหาตำแหน่งงาน


คำค้น :
Web
siamhrm.com
jobsiam.com

ติดต่อเรา

สยามเอชอาร์เอ็ม
เวลาเปิดทำการ 9.00-17.00 น.(จ-ส)
ติดต่อเรา : 02-279-0466


หมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี:
หมายเลข 13 หลัก 0992001714965


พานิชย์อิเลคทรอนิกส์ : 0101549820078

เข้าสู่ปีที่ 20
เว็บไซต์หางาน สมัครงาน


มั่นใจ ในบริการของเรา.


อัพเดท วันที่ 25 กันยายน 2564

ผู้ใช้งาน 55414 บริษัท
ผู้ฝากประวัติ (Resume) 128504 คน