SIAMHRM.com

ลงประกาศงาน หาคนทำงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์

[ยินดีต้อนรับ ผู้ใช้งานทั่วไป:ลงทะเบียน |เข้าระบบ ก่อนใช้งานค่ะ.]





 ค้นหางาน ตำแหน่งงาน:
กลุ่มงาน : ประเภท :  
 ภาค:
ค้น:



Google Groups สมัครสมาชิกไปยัง กลุ่มบริหารทรัพยากรมนุษย์ ประเทศไทย
อีเมล์:
ดูเอกสารที่เก็บรวบรวมไว้ ที่ groups.google.co.th
ร่วมสนทนาแลกเปลี่ยนความรู้ เอกสาร และประสบการณ์ทำงาน ไม่จำกัดสาขาอาชีพ


เลือกใช้ Incentive ให้เหมาะสม ช่วยเพิ่มผลผลิตได้

เลือกใช้ Incentive ให้เหมาะสม ช่วยเพิ่มผลผลิตได้ | ข้อมูลด้านการบริหารจัดการ โดย SIAMHRM.COM :- ข้อมูลเกี่ยวกับ เลือกใช้ Incentive ให้เหมาะสม ช่วยเพิ่มผลผลิตได้, บทความ เลือกใช้ Incentive ให้เหมาะสม ช่วยเพิ่มผลผลิตได้, ตัวอย่าง


ในโลกอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานจำนวนมาก    ต้นทุนค่าแรงต่อหน่วยผลิตย่อมมีผลต่อต้นทุนสินค้าที่ส่งผลถึงผลประกอบการขององค์กรโดยตรง   เรามักจะตั้งระบบค่าแรงจูงใจ(Incentive) กันหลายรูปแบบเพื่อเป็นการกระตุ้นการทำงานพนักงาน  โดยพนักงานจะได้รับผลตอบแทนเพิ่มขึ้นตามสัดส่วนของความพยายามในการทำงานที่เพิ่มขึ้นด้วย

 

 

การกำหนดเรื่องของ Incentive ให้เหมาะสม  เป็นเรื่องของการบริหารที่เน้นเรื่องของการได้รับผลประโยชน์ร่วมกันโดยการวิธีจูงใจด้วยเงิน  ซึ่งการเลือกที่จะนำเอา Incentive ระบบใดมาใช้ มีเรื่องที่จะต้องพิจารณาหลายประการ  โดยแต่ละองค์กรก็มีรายละเอียดที่แตกต่างกัน  การตั้ง Incentive ด้วยอัตราที่ไม่จูงใจพอ  ก็ทำให้ไม่ได้ผลในการเพิ่มผลผลิต  เพราะทำให้พนักงานหมดกำลังใจ   รู้สึกว่า ทำไปแล้วได้ไม่คุ้มค่าเหนื่อย  ทำนองเดียวกัน  หากเราตั้งอัตราค่าแรงจูงใจสูงเกินไป  ต้นทุนต่อหน่วยก็ไม่ได้ลดลงเท่าที่ควร  องค์กรก็จะได้รับผลประโยชน์น้อย

 

 

การกำหนดค่าแรงจูงใจจะใช้ได้ดีกับลักษณะของธุรกิจที่ใช้กำลังคนมาก  ทั้งนี้  หากจะนำเอาระบบค่าแรงจูงใจมาใช้ได้   นั่นย่อมหมายความว่า คุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่ผลิตได้นั้นอยู่ในภาวะที่ได้มาตรฐานคงที่อยู่ตัวแล้ว    หากยังทำไม่ได้มาตรฐานสม่ำเสมอเพียงพอ   ก็ควรจะหาทางปรับปรุงให้ดีก่อน  จึงจะนำระบบค่าแรงจูงใจนี้มาใช้ได้   เพราะปัญหาของการผลิตที่ไม่ได้มาตรฐานอาจจะเกิดจากปัญหาของสภาพเครื่องจักรที่ไม่พร้อม  ระบบการสั่งซื้อวัตถุดิบยังไม่ได้ตามเวลาที่กำหนด  หรือแม้กระทั่งการที่พนักงานยังไม่มีทักษะหรือความชำนาญเพียงพอ  ซึ่งปัญหาเหล่านี้เป็นเรื่องที่นายจ้างควรจัดการให้ดีก่อน  จึงจะสามารถนำเอาระบบค่าแรงจูงใจมาใช้ได้   มิฉะนั้นแล้ว  อาจมีปัญหาการโต้แย้ง และสร้างปัญหาทางด้านการผลิตมากกว่าเดิม

 

 

การกำหนดระบบค่าแรงจูงใจจะต้องพิจารณาถึงลักษณะงานแต่ละประเภทด้วย  เพราะงานบางลักษณะก็ไม่สามารถแยกแยะผลงานเป็นของแต่ละบุคคลได้ หรือหากทำได้ก็ทำได้ยาก  ซึ่งหากเป็นลักษณะงานเช่นนี้  ก็ควรใช้ระบบค่าแรงจูงใจแบบกลุ่มแทน 

 

 

การใช้ระบบค่าแรงจูงใจนี้   หากเป็นลักษณะของเป็นผลงานส่วนบุคคล  คือ ใครทำได้ถึงเป้าที่กำหนดเท่าไหร่  ก็จะได้รับค่าแรงจูงใจเท่านั้น   ซึ่งระบบค่าแรงจูงใจเช่นนี้ควรจะนำไปใช้ให้มีผลกับหัวหน้ากลุ่มงานด้วย   เพราะหัวหน้ากลุ่มงานเป็นผู้นำที่จะคอยช่วยเหลือและผลักดันให้ลูกน้องในทีมทำงานให้ได้ตามเป้าหมาย   ดังนั้น หัวหน้างานจึงควรมีส่วนได้รับค่าแรงจูงใจเป็นสัดส่วนของผลผลิตส่วนเกินของกลุ่มด้วย   ซึ่งจะทำให้ผลผลิตโดยส่วนรวมขององค์กรสูงขึ้น และได้รับผลประโยชน์ร่วมกัน  เรียกว่า "มีความสุขกันถ้วนหน้า" นั่นเอง

 

ที่มา : http://www.one-stophr.com





จำนวนผู้ชม 122603 ครั้ง




ข้อมูลบทความในหมวดหมู่เดียวกัน





ติดต่อสอบถาม | ลงประกาศงาน & โฆษณา : sale@siamhrm.com | โทร. 08-8881-6100 (ฝ่ายขาย)
เลขประจำตัวผู้เสียภาษี: 0992001714965 | เลขที่ใบทะเบียนพานิชย์ : 0101549820078
SIAMHRM.COM :รวมพลคน HR หาคนทำงาน หางาน คุณภาพ