SIAMHRM.com

ลงประกาศงาน หาคนทำงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์

[ยินดีต้อนรับ ผู้ใช้งานทั่วไป:ลงทะเบียน |เข้าระบบ ก่อนใช้งานค่ะ.]





 ค้นหางาน ตำแหน่งงาน:
กลุ่มงาน : ประเภท :  
 ภาค:
ค้น:



Google Groups สมัครสมาชิกไปยัง กลุ่มบริหารทรัพยากรมนุษย์ ประเทศไทย
อีเมล์:
ดูเอกสารที่เก็บรวบรวมไว้ ที่ groups.google.co.th
ร่วมสนทนาแลกเปลี่ยนความรู้ เอกสาร และประสบการณ์ทำงาน ไม่จำกัดสาขาอาชีพ


ยุทธศาสตร์ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ SMEs

ยุทธศาสตร์ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ SMEs | ข้อมูลด้านการบริหารจัดการ โดย SIAMHRM.COM :- ข้อมูลเกี่ยวกับ ยุทธศาสตร์ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ SMEs, บทความ ยุทธศาสตร์ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ SMEs, ตัวอย่าง



จากความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นของผู้บริโภค รวมถึงความรุนแรงของการแข่งขันในการนำเสนอสินค้าและบริการที่ตรงตามต้องการและความคาดหวังของผู้บริโภค ทั้งเพื่อตลาดในประเทศหรือต่างประเทศ การพัฒนาผลิตภัณฑ์จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้ประกอบการโดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับ SMEs จำเป็นต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง

ซึ่งในอดีตที่ผ่านมา การพัฒนาผลิตภัณฑ์มักมุ่งเน้นไปที่ด้านกระบวนการในการผลิตเพื่อให้สามารถลดต้นทุน โดยเชื่อว่าราคาสินค้าที่ถูกกว่าจะเป็นปัจจัยด้านการแข่งขัน ซึ่งเห็นได้จากผลิตภัณฑ์หรือสินค้าจำนวนมากที่มีส่วนต่างของกำไรน้อย หรือมีกำไรไม่สูงนักจากผู้ผลิตชุมชน หรือ SMEs ขนาดเล็ก ซึ่งผลิตสินค้าหรือบริการโดยอาศัยภูมิปัญญาท้องถิ่น หรือปัจจัยด้านทรัพยากรธรรมชาติพื้นฐาน

ทั้งที่ข้อเท็จจริงแล้ว ผู้ประกอบการเหล่านี้กลับมีต้นทุนการผลิตในระดับสูง เนื่องจากยังไม่สามารถผลิตในระดับ economy of scale เหมือนผู้ประกอบการรายใหญ่ รวมถึงไม่สามารถแข่งขันกับสินค้าจากต่างประเทศที่มีต้นทุนการผลิตอันมาจากแรงงานหรือทรัพยากรที่มีราคาต่ำกว่า หรือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มุ่งเน้นด้านบรรจุภัณฑ์ (packaging) โดยความเชื่อว่าจะเป็นสิ่งดึงดูดใจของผู้ซื้อในการซื้อสินค้า

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่ก็คือ เป็นการพัฒนาเฉพาะบรรจุภัณฑ์ภายนอก แต่ไม่มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้าภายใน ทำให้แม้ว่าผู้ซื้อจะซื้อในครั้งแรก แต่จะไม่มีการซื้อซ้ำ เนื่องจากผู้ซื้อไม่เกิดความพึงพอใจต่อคุณภาพสินค้าที่อยู่ภายในบรรจุภัณฑ์นั้น

รวมถึงต้นทุนบรรจุภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นกลายเป็นภาระต้นทุนของผู้ประกอบการ อันทำให้ต้องมีการกำหนดราคาขายสูงขึ้น ซึ่งจากงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับความสำเร็จในการขายสินค้าหรือบริการ กลับพบว่าผู้บริโภคหรือผู้ซื้อ

ตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการ มาจากปัจจัยด้านการออกแบบหรือการพัฒนารูปลักษณ์ของผลิตภัณฑ์มากกว่า 60% ในขณะที่ปัจจัยด้านราคามีผลต่อความสำเร็จในการขายเพียง 17% เท่านั้น

กล่าวคือผู้บริโภคตัดสินใจซื้อจากสิ่งที่เห็น หรือรู้สึกได้ว่าเกิดมูลค่าเพิ่มหรือมีคุณค่าสำหรับตนเอง มากกว่าที่จะคำนึงถึงราคาหรือต้นทุนที่ตนเองต้องจ่ายออกไป

นอกจากนี้การพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มหรือคุณค่าในตัวสินค้าหรือบริการ จะต้องมีการพัฒนาให้อยู่ในระดับสากล โดยจะมองเพียงแค่เพื่อตลาดหรือเฉพาะผู้บริโภคในประเทศคงไม่เพียงพอ แม้สินค้าหรือบริการนั้นจะผลิตในระดับ SMEs หรือแม้แต่ระดับวิสาหกิจชุมชนก็ตาม

โดยจากสถิติการส่งออกในปี 2552 ประเทศไทยมีการส่งออกสินค้าเป็นมูลค่ากว่า 152,500 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 5,200,000 ล้านบาท ซึ่งประมาณ 15.5% เป็นมูลค่าจากสินค้าเกษตร 67.3% เป็นมูลค่าจากสินค้าอุตสาหกรรม และ 17.2% เป็นมูลค่าจากสินค้าประเภทอื่น ๆ

ดังนั้นถ้าเพียงแต่มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ดำเนินการในส่วนของสินค้าอุตสาหกรรมหรือสินค้าประเภทอื่น ๆ นอกเหนือจากสินค้าเกษตรที่อยู่ในรูปวัตถุดิบเพื่อการแปรรูปหรือเพื่อการบริโภค สามารถก่อให้เกิดรายได้หรือมูลค่าเพิ่ม ในการขายสินค้าด้านการส่งออกแม้เพียงแต่ 1% จากมูลค่าส่งออกเดิม ประเทศไทยก็จะมีรายได้เพิ่มขึ้นประมาณ 1,290 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือมากกว่า 4 หมื่นล้านบาท ต่อทุก ๆ เปอร์เซ็นต์ของรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการพัฒนามูลค่าเพิ่มของสินค้าหรือบริการ

สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการสนับสนุนและส่งเสริม SMEs ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ สินค้าและบริการเป็นอย่างดี โดยในปี 2553 ฝ่ายประสานและบริการ SMEs สสว.ได้ดำเนินการแผนงานพัฒนาศักยภาพของเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ ภายใต้ยุทธศาสตร์การพัฒนากลุ่มผู้ประกอบการ SMEs โดยเป็นการปรับโครงสร้างและรูปแบบของกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมของประเทศ ทั้งในภาคการผลิต การค้า และภาคบริการ โดยจะอาศัยการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการให้เกิดคุณค่าด้วยเอกลักษณ์หรือภูมิปัญญาของไทย ผสมผสานกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยได้กำหนดกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม ทั้งในภาคอุตสาหกรรมการผลิตและภาคบริการทั่วประเทศเป็นเป้าหมายนำร่อง ซึ่งจะผ่านการคัดเลือกโดยความร่วมมือจากหน่วยงานร่วม 5 หน่วยงาน

ประกอบด้วย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดำเนินการรับผิดชอบผู้ประกอบการภาคตะวันออก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดำเนินการภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ดำเนินการภาคเหนือ สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ISMED) ดำเนินการภาคใต้ และสถาบันอาหาร ดำเนินการภาคกลาง

สำหรับเป้าหมายการดำเนินการจะเป็นการพัฒนาและสร้างคุณค่าสินค้าและบริการในเชิงพาณิชย์ ไม่น้อยกว่า 100 ราย รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพในเชิงพาณิชย์อีกไม่น้อยกว่า 20 ราย ซึ่งนอกจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของสินค้าและบริการเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มดังกล่าวแล้ว การดำเนินการยังรวมถึงการจัดทำฐานข้อมูลด้านนวัตกรรมและด้านสินทรัพย์ทางวัฒนธรรม เพื่อให้ผู้ซื้อหรือผู้ผลิตสามารถเข้าถึงฐานข้อมูลและสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างกัน และการดำเนินการจากการขยายตลาดทางการค้าและการจับคู่ธุรกิจ เพื่อเพิ่มโอกาสทางการตลาดของธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการอีกด้วย

ซึ่ง สสว.คาดหวังว่าจากความสำเร็จที่จะเกิดขึ้นในการดำเนินการ สำหรับการสร้าง ผู้ประกอบการนำร่องที่สามารถพัฒนาและสร้างคุณค่าในตัวสินค้าและบริการ อันก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มและรายได้จากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ดังกล่าว จะเป็นการจุดประกายให้ผู้ประกอบการ SMEs ได้มีการพัฒนาสินค้าและบริการของตนเองให้ดีและมีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น เพื่อความเติบโตของผู้ประกอบการและเศรษฐกิจของประเทศไทยต่อไปในอนาคต

หน้า 40

วันที่ 03 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4206  ประชาชาติธุรกิจ





จำนวนผู้ชม 2467 ครั้ง




ข้อมูลบทความในหมวดหมู่เดียวกัน





ติดต่อสอบถาม | ลงประกาศงาน & โฆษณา : sale@siamhrm.com | โทร. 08-8881-6100 (ฝ่ายขาย)
เลขประจำตัวผู้เสียภาษี: 0992001714965 | เลขที่ใบทะเบียนพานิชย์ : 0101549820078
SIAMHRM.COM :รวมพลคน HR หาคนทำงาน หางาน คุณภาพ