SiamHRM.com

HR ลงประกาศงาน หาคน หางาน ที่นี่





 ค้นหางาน ตำแหน่งงาน:
กลุ่มงาน : ประเภท :  
 ภาค:
ค้น:



Google Groups สมัครสมาชิกไปยัง กลุ่มบริหารทรัพยากรมนุษย์ ประเทศไทย
อีเมล์:
ดูเอกสารที่เก็บรวบรวมไว้ ที่ groups.google.co.th
ร่วมสนทนาแลกเปลี่ยนความรู้ เอกสาร และประสบการณ์ทำงาน ไม่จำกัดสาขาอาชีพ


'เก่งงาน เก่งคน เก่งธุรกิจ' ถอดสูตรปั้นคนซีพีเอฟสู่ระดับโลก

'เก่งงาน เก่งคน เก่งธุรกิจ' ถอดสูตรปั้นคนซีพีเอฟสู่ระดับโลก | ข้อมูลด้านการบริหารจัดการ โดย SIAMHRM.COM :- ข้อมูลเกี่ยวกับ 'เก่งงาน เก่งคน เก่งธุรกิจ' ถอดสูตรปั้นคนซีพีเอฟสู่ระดับโลก, บทความ 'เก่งงาน เก่งคน เก่งธุรกิจ' ถอดสูตรปั้นคนซีพีเอฟสู่ระดับโลก, ตัวอย่าง


นับตั้งแต่ประกาศวิสัยทัศน์ก้าวสู่ "Kitchen of the World " หรือ ครัวของโลก ของ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด(มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ พร้อมกับการสร้าง "แบรนด์" สินค้าของตัวเอง บวกกับธุรกิจที่เติบโตและขยายตัวอย่างรวดเร็วไม่ต่ำกว่าเลขสองหลักมาโดยตลอด ทำให้ อดิเรก ศรีประทักษ์ ซีอีโอ ในฐานะหัวเรือใหญ่ ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องการพัฒนาคนอยู่แล้ว ต้องเร่งเสริมเขี้ยวเล็บ ปั้นคนซีพีเอฟในทุกวิธีทางเพื่อให้สามารถแข่งขันในระดับโลกได้ โดยเฉพาะเป้าหมาย " ต้องแข่งขันได้ในทุกตลาด ตั้งแต่สูงสุดถึงต่ำสุด" และ "ต้องเป็นผู้นำเหนือคู่แข่ง" ด้วย รวมไปถึงการเสริมศักยภาพเชิงกลยุทธ์ ทั้งด้านการเงิน ประสิทธิภาพ ลูกค้า ทรัพยากรบุคคล และความยั่งยืน

ผู้ที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในการทำภารกิจนี้คือ "ทินกร เรือนทิพย์" รองกรรมการผู้จัดการบริหาร สายงานทรัพยากรบุคคล (เอชอาร์)ที่ไม่เพียงเข้ามายกระดับการพัฒนาคนซีพีเอฟเข้าสู่ระดับสากลมากขึ้น แต่ยังวางยุทธศาสตร์การสร้างคนซีพีเอฟให้คงอยู่อย่างยั่งยืน ตั้งแต่การวางระบบงานครอบคลุมใน 8 เรื่องสำคัญคือ 1. การวางระบบในการสรรหาบุคลากรเชิงรุกซึ่งรวมไปถึงการใช้เครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการคัดเลือกคน 2. การพัฒนาคน 3. การบริหารผลการปฏิบัติงาน 4. การจัดการองค์ความรู้ เข้าสู่ระบบ

5. การนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ เพื่อลดขั้นตอนแต่เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน เช่นการลาป่วย ลาพักร้อนทางออนไลน์ รวมไปถึงการฝึกอบรม 6. ระบบการเทียบผลประโยชน์ตอบแทน 7. การบริหารจัดการ"คนเก่ง คนดี มีศักยภาพสูง" ที่จะเป็นผู้นำในอนาคต และผู้ที่มีศักยภาพสูง และการวางแผนผู้สืบทอดตำแหน่ง สุดท้าย 8. โครงการเทใจในการทำงานรวมไปถึงการจัดทำ CEO Website ให้พนักงานสามารถติดต่อกับ ซีอีโอได้โดยตรง



***เทคนิคพัฒนาคน

ทั้ง 8 เรื่อง ทินกร เผยว่า พัฒนาก้าวหน้าไปมาก เช่นการสรรหาบุคลากรเชิงรุก นอกจากมีวิธีการสรรหาหลายช่องทางแล้วยังจัดทำเป็นโครงการร่วมกับสถาบันการศึกษาต่างๆ ส่วนสำคัญที่เสริมเข้ามาคือ การทดสอบความสามารถด้านอื่นๆ เช่น พื้นฐานการวิเคราะห์ การทำงานภายใต้ภาวะกดดันต่างๆ และการทดสอบผ่านการทำกรณีศึกษา ซึ่งใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานนำไปพัฒนาแต่ละคนต่อในอนาคต

โดยแนวทางการสร้างคน ทินกรเน้นว่า กำหนดไว้สองแนวทางที่ต้องทำให้เกิดขึ้น "ถ้าเป็นระดับผู้นำเราต้องการให้ผู้นำมีมาตรฐานเทียบเท่ากับระดับโลก( global standard ) และถ้าเป็นระดับพนักงาน เราต้องสร้างให้เขาเป็นมืออาชีพ ไม่ด้านใดก็ด้านหนึ่ง"

ซึ่งนอกเหนือจากโปรแกรมอบรมปกติแล้ว ยังเน้นการพัฒนาให้ทุกคนรักที่จะ "เรียนรู้ด้วยตัวเอง" โดยการทำเว็บไซต์ Global learning ที่มีทีมฝึกอบรมคอยใส่ข้อมูล หนังสือดัง และความรู้ต่างๆ ให้พนักงานเข้าไปอ่านและศึกษาด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นอีกเทคโนโลยีที่สามารถวัดผลคนที่เข้าไปดูเว็บไซต์ได้ด้วย

ขณะที่ในด้านการทำงาน ผู้บริหารทุกส่วนจะต้องมีการวัดผลการทำงานตามที่ซีอีโอตั้งเป้าหมายไว้ ซึ่งครอบคลุมใน 5 เรื่องหลัก คือ การเงิน ประสิทธิภาพในการทำงาน ลูกค้า พัฒนาคน และ ความยั่งยืน เมื่อถึงสิ้นปีจะมีการประเมินผลหากยังต้องพัฒนาต่อทางเอชอาร์ก็จะสร้างหลักสูตรให้สอดรับกับความต้องการของทุกส่วน

"คอนเซ็ปต์พวกนี้จริงๆแล้วเป็น Best practice ที่บริษัทระดับโลกทำกัน สิ่งสำคัญอยู่ที่การปฏิบัติของแต่ละแห่งว่ามีศักยภาพ และคนที่สามารถทำให้เกิดขึ้นในองค์กรได้จริงมากน้อยแค่ไหน เช่น ด้านโรงงานผลิตจะเน้นเรื่อง การปฏิบัติงานที่เป็นเลิศ หรือด้านการขายก็จะเน้นเรื่องลูกค้าเป็นศูนย์กลาง



***แนวทางสร้าง" คนเก่ง"

ทินกรอธิบายว่า ที่ซีพีเอฟ เมือได้บุคลากรเข้ามาทำงาน เริ่มต้นจะฝึกให้ "เก่งงาน" ก่อนผ่านศูนย์การเรียนรู้ ทั้งในห้องเรียน ลงมือปฏิบัติจริง ทดสอบการโค้ช เมื่อเติบโตขึ้นมาอีกระดับหนึ่งจะต้อง "เก่งเรื่องคน" สามารถปกครอง บังคับบัญชา โค้ชลูกน้อง และอื่นๆ เมื่อก้าวต่อไปอีกขึ้น ต้อง "เก่งธุรกิจ" หรือนอกเหนือจากงานที่ทำอยู่แล้ว ต้องรู้ในทุกกิจกรรมระดับประเทศ ระดับภาคพื้น และระดับโลก และต้องรอบรู้ทั้งการบริหารจัดการคน การประชาสัมพันธ์ การจัดการด้านการเงิน เป็นต้น

นอกจากสร้างคนเก่งแล้ว ยังมีหลักสูตรพัฒนาผู้นำ(Leadership competency) ซึ่งทินกร เผยว่า กรอบความสามารถผู้นำที่ซีพีเอฟ ประกอบด้วย 7 ข้อสำคัญคือ 1. ต้องเป็นนักกลยุทธ์ 2.ต้องมีวิสัยทัศน์และสืบสานสู่เป้าหมาย 3. ต้องคิดเชิงวิเคราะห์ 4.ต้องกล้าตัดสินใจ 5.ต้องเสียสละ รับผิดชอบ รวดเร็ว ฉับไวและทุ่มเทเหมือนเจ้าของกิจการ 6. ต้องสร้างผลสำเร็จของงานด้วยทีมงาน และ7. ต้องสร้างพันธมิตรทั้งภายในและภายนอก

อย่างไรก็ตาม กระบวนการที่ดำเนินงานมาทั้งหมดนี้ ทินกรย้ำว่า สิ่งที่เป็นหัวใจสำคัญ คือ 7 ค่านิยมองค์กรที่พนักงานซีพีเอฟทุกคนต้องมีอยู่ในตัว คือ ต้องยอมรับปรับเปลี่ยน เรียนรู้แบ่งปัน สร้างสรรค์นวัตกรรม คุณธรรมนำใจ มุ่งผลสำเร็จโดยชอบ และ ตอบแทนคุณแผ่นดิน ซึ่งเป็นแนวทางการทำงานที่ยึดถือปฏิบัติมาแล้วกว่า 40 ปีจนเป็นบทพิสูจน์ความสำเร็จขององค์กรมาอย่างต่อเนื่อง

"ทั้ง 7 ข้อนี้เป็นเครื่องมือสำคัญในการเปลี่ยนและปรับทัศนคติ( mindset) ของคนในซีพีเอฟ ให้พร้อมรับสิ่งที่จะเผชิญและต่อสู้ โดยในแต่ละปีบริษัทจะนำค่านิยมแต่ละตัวมารณรงค์ เช่น ปีนี้เรามุ่งเน้นเป็น ปีแห่งนวัตกรรม ซึ่งไม่ใช่แค่การคิดนวัตกรรม แต่รวมถึงการปรับปรุงกระบวนการทำงาน ที่เกิดประสิทธิภาพที่ดีขึ้น และอื่นๆ"

ก่อนที่จะออกมาเป็น 7 ค่านิยมองค์กร ทินกรอธิบายว่า ทางผู้บริหารของซีพีเอฟ โดยเฉพาะประธาน ธนินท์ เจียรวนนท์ และ ซีอีโอ อดิเรก ศรีประทักษ์ ไม่เพียงศึกษาเทียบเคียงกับบริษัทระดับโลก อย่างเช่น โตโยต้า โนเกีย และอื่นๆ แต่ยังเดินทางไปเรียนรู้ความสำเร็จจากบริษัทชั้นนำอย่างเช่น เจนเนอรัล อิเล็คตริค(จีอี) และโบอิ้ง ที่สหรัฐอเมริกา และนำคอนเซ็ปต์ มาปรับใช้โดยเฉพาะการนำความเก่งของคน(individual excellence)มาใช้กับการทำงานเป็นทีมให้ได้มากที่สุด

ซึ่งการสร้างค่านิยมองค์กรนี้ ทินกร เชื่อว่าเป็นการสร้างวัฒนธรรมที่สามารถถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น แม้จะเปลี่ยนผู้นำคนใหม่ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็น การทุ่มเท ใส่ใจในการทำงาน การเติบโตในองค์กร และอื่นๆที่เกิดขึ้น เป็นเพราะที่ซีพีเอฟมีเวทีให้พนักงานได้แสดงฝีมืออย่างเต็มที่เพื่อให้งานเกิดผล และรู้สึกว่างานนั้นเป็นส่วนหนึ่งของตัวเอง

อย่างไรก็ตาม การพัฒนาคนไปสู่ระดับโลกตามวิสัยทัศน์ที่ผู้นำวางไว้นี้ กุญแจที่จะนำไปสู่เป้าหมายได้ ทินกร ย้ำว่า หนึ่ง ผู้นำต้องให้ความสำคัญ และสองการบริหารจัดการคนต้องสอดคล้องกับกลยุทธ์องค์กร สามเอชอาร์ต้องเป็นคู่คิดทางธุรกิจที่ต้องตื่นตัวและต้องกระตุ้นตัวเองอยู่เสมอ หาสิ่งที่ดีมาใช้กับองค์กร และท้ายที่สุด เขาเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงอะไรก็ตามไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ เอชอาร์ต้องไม่ยอมแพ้ เพราะสิ่งที่ทำนั้นไม่ใช่แค่การเปลี่ยนแปลง แต่เป็นการไปเปลี่ยนความเคยชินที่มีมานานจึงต้องใช้เวลา "ข้อสำคัญสิ่งที่ได้ทำไปแล้วทุกเรื่อง เมื่อเกิดขึ้นปีแรกแล้วจะทำให้ ปีที่สอง สาม สี่ และต่อๆไปคงอยู่ได้อย่างไร เป็นความท้าทาย และต้องทำให้อยู่ในระบบให้ได้"

ทินกรสรุปท้ายว่า การทำงานกับองค์กรไทยแล้วสามารถเติบโตไประดับโลก ถือเป็นความภาคภูมิใจ และเป็นการนำชื่อเสียงความเป็นไทยไปสู่โลกภายนอก สิ่งที่จะขับเคลื่อนไปถึงตรงนั้นได้ คือ คน และจะต้องให้เขาเหล่านั้นมีโอกาสแสดงความสามารถ โอกาสที่จะเจริญเติบโต และโอกาสที่จะได้รับการพัฒนา ซึ่งจะช่วยให้คนคุณภาพเหล่านี้อยู่กับองค์กรได้ต่อไป

ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ



ลงวันที่ 08/10/2008 12:07:59
จำนวนผู้ชม 3993
ครั้ง




ข้อมูลบทความในหมวดหมู่เดียวกัน



ผู้ใช้งานเข้าสู่ระบบ






เลือกประเภท:




คุณลืม Username/Password?

สมาชิกลงทะเบียน (ฟรี)


กรุณาเข้าระบบก่อนใช้งานทุกครั้ง


Connection

   

ค้นหาตำแหน่งงาน


คำค้น :
Web
siamhrm.com
jobsiam.com

ติดต่อเรา

สยามเอชอาร์เอ็ม
เวลาเปิดทำการ 9.00-17.00 น.(จ-ส)



หมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี:
หมายเลข 13 หลัก 0992001714965


พานิชย์อิเลคทรอนิกส์ :
0101549820078

เข้าสู่ปีที่ 20
เว็บไซต์หางาน สมัครงาน


มั่นใจ ในบริการของเรา.


อัพเดท วันที่ 21 มิถุนายน 2561

ผู้ใช้งาน 52007 บริษัท
ผู้ฝากประวัติ (Resume) 128057 คน