SIAMHRM.com

ลงประกาศงาน หาคนทำงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์

[ยินดีต้อนรับ ผู้ใช้งานทั่วไป:ลงทะเบียน |เข้าระบบ ก่อนใช้งานค่ะ.]





 ค้นหางาน ตำแหน่งงาน:
กลุ่มงาน : ประเภท :  
 ภาค:
ค้น:



Google Groups สมัครสมาชิกไปยัง กลุ่มบริหารทรัพยากรมนุษย์ ประเทศไทย
อีเมล์:
ดูเอกสารที่เก็บรวบรวมไว้ ที่ groups.google.co.th
ร่วมสนทนาแลกเปลี่ยนความรู้ เอกสาร และประสบการณ์ทำงาน ไม่จำกัดสาขาอาชีพ


องค์กรขนาดกลางและเล็ก (SMEs) ควรทำ CSR หรือไม่ ?

องค์กรขนาดกลางและเล็ก (SMEs) ควรทำ CSR หรือไม่ ? | ข้อมูลด้านการบริหารจัดการ โดย SIAMHRM.COM :- ข้อมูลเกี่ยวกับ องค์กรขนาดกลางและเล็ก (SMEs) ควรทำ CSR หรือไม่ ?, บทความ องค์กรขนาดกลางและเล็ก (SMEs) ควรทำ CSR หรือไม่ ?, ตัวอย่าง



คอลัมน์ CEO Talk

โดย ดร.พรชัย ศรีประไพ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส อิมพีเรียล เวิลด์ กรรมการมูลนิธิรักษ์ไทย

ผมได้เขียนถึงองค์กรขนาดใหญ่มาหลายครั้งแล้วว่าการทำ CSR (corporate social respon sibility) มีส่วนช่วยองค์กรหลายประการ ที่สำคัญก็คือ CSR จะช่วยทำให้วัฒนธรรมองค์กรที่เน้นเรื่องคุณธรรมและการทำประโยชน์ให้กับสังคมนั้นเข้มแข็งและมีความหมายมากขึ้น CSR จะช่วยบ่มเพาะนิสัยสังคมที่ดีให้แก่พนักงาน ให้พนักงานมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบต่อสังคมอย่างจริงจัง

บริษัทที่ผมเคยทำงานอยู่หลายบริษัทมีกฎเกณฑ์ดีๆ หลายอย่างที่พนักงานต้องปฏิบัติ เช่น

- ห้ามพูดโทรศัพท์มือถือขณะขับรถ (ก่อนจะออกมาเป็นกฎหมาย) และถ้าพนักงานระดับบริหารถูกจับได้ว่าละเมิดกฎข้อนี้จะถูกพิจารณาโทษอย่างหนักถึงขั้นไล่ออก (เป็นตัวอย่างไม่ดี) - นำหลักการเกี่ยวกับความปลอดภัยที่ใช้ในสำนักงานไปใช้ที่บ้าน เช่น ความปลอดภัยด้านไฟฟ้า (ห้ามเสียบสายไฟพะรุงพะรังจนเกิดอันตราย จะต้องมี safety cut เพื่อตัดไฟฟ้า ฯลฯ) ด้านระบบดับเพลิง ด้านการหนีไฟ ฯลฯ - ห้ามนำวิธีการให้สินบนเจ้าพนักงานมาใช้ ทั้งในชีวิตส่วนตัวหรือในขณะที่ทำงาน แม้แต่จะจ่ายเงินให้ตำรวจจราจรก็ถือว่าทำผิด ต้องไปจ่ายที่สถานีตำรวจ ให้เคารพกฎหมายและทำตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด - ให้นำวิธีการแยกขยะไปใช้ที่บ้านอย่างน้อยๆ ก็เริ่มต้นจากขวดพลาสติก แยกขยะแห้งออกจากขยะเปียก เป็นต้น - แนะนำให้ใช้น้ำยา EM (effective micro organisms) หรือกลุ่มจุลินทรีย์ที่สามารถทำลายความสกปรกได้ทุกอย่างมาใช้ในบ้านแทนสารเคมี เพื่อกำจัดแมลง และใช้เช็ดถูบ้านทำความสะอาด - ตั้งอุณหภูมิของระบบแอร์ทั้งในบ้านและในรถให้อยู่ในระดับ 25 องศาเซนติเกรด - จ่ายเงินเดือนให้พนักงาน พันธมิตรธุรกิจ ผู้ร่วมค้าและเจ้าหนี้ทุกรายให้ตรงเวลา - ซื้อของจากบริษัทที่ส่งเสริมสังคม ส่งเสริมสิ่งแวดล้อม ไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชน

การบ่มเพาะนิสัยดีๆ เหล่านี้ทำได้ในทุกองค์กร ไม่ว่าจะเป็นองค์กรขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ ถ้าองค์กรขนาดเล็กจะนำมาใช้ก็จะยิ่งดีใหญ่เพราะสามารถทำได้ง่ายกว่า ควบคุมดูแลพฤติกรรมของพนักงานได้อย่างทั่วถึง และถ้าทำได้ดีจริงก็จะสามารถสร้างเป็นภาพลักษณ์ขององค์กรที่รับผิดชอบต่อสังคมได้อย่างไม่ยากนัก

Guy Rider ที่เป็นเลขาธิการของกลุ่มสมาพันธ์การค้าเสรีนานาชาติ (General Secretary of the International Confederation of Free Trade Union) เคยกล่าวไว้ในที่ประชุมองค์การสหประชาชาติที่กรุงเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน เมื่อปี ค.ศ.2006 ว่า :

"CSR ไม่ใช่เรื่องของการบริจาคหรือการทำกุศล แต่เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับพื้นฐานของการทำธุรกิจที่ดี"

คำกล่าวสั้นๆ นี้มีความหมายลึกซึ้ง ทีเดียว การทำธุรกิจที่ดีคือการทำธุรกิจที่มีความรับผิดชอบทั้งต่อความสำเร็จของธุรกิจเอง ต่อสังคมและต่อสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ การทำธุรกิจที่ดีจะต้องพยายามระมัดระวังไม่ให้เกิดผลลบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม พยายามสร้างผลบวก สร้างสิ่งดีๆ ให้กับสังคม ชุมชนและสิ่งแวดล้อมให้มากที่สุด

และก่อนที่เราจะทำธุรกิจที่ดีได้ เราจึงจะต้องสร้างวัฒนธรรมที่ดีให้กับองค์กร สร้างนิสัยที่ดีให้กับพนักงาน เป้าหมายสูงสุดของการทำธุรกิจไม่ได้อยู่ที่เพียงผลกำไร แต่จะต้องสร้างผลประโยชน์สูงสุดให้กับลูกค้า ชุมชน และสังคม

หลายคนคงจะสงสัยว่า ถ้าธุรกิจมุ่งไปที่ผลประโยชน์ลูกค้า ชุมชน และสังคม ต้นทุนคงจะสูงและคงไม่สามารถธำรงธุรกิจให้ยั่งยืนได้

ธุรกิจที่เอาลูกค้าไว้ในดวงใจ เอาลูกค้าไว้เป็นศูนย์กลาง สนใจในประโยชน์ของลูกค้า ธุรกิจนั้นจะไม่มีทางที่จะขาดทุน เพราะลูกค้าจะตอบสนองกับธุรกิจนั้นเอง ตรงกันข้ามธุรกิจที่คิดแต่จะเอาประโยชน์จากลูกค้าฝ่ายเดียว ธุรกิจนั้นจะไม่ยืนยง

ธุรกิจที่สนใจกับชุมชน เข้าไปมีส่วนร่วมกับกิจกรรมของชุมชน จะได้รับการตอบสนองจากชุมชนเช่นเดียวกัน ชุมชนจะมองธุรกิจนั้นว่าเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน และยิ่งถ้าเป็นธุรกิจ SMEs ด้วยแล้ว ชุมชนก็จะเข้ามาโอบอุ้มธุรกิจนั้นเอง

ในทำนองเดียวกัน ถ้าธุรกิจตอบสนองต่อความรับผิดชอบในสังคม ในระดับที่องค์กรหรือบริษัทสามารถทำได้โดยไม่จำเป็นต้องทุ่มเททุนทรัพย์ แต่สามารถช่วยเหลือสังคมด้วยวิธีอื่นๆ เช่น ด้วยความเชี่ยวชาญเฉพาะของบริษัท ด้วยทรัพยากร หรือองค์ความรู้ของบริษัท สังคมก็จะตอบสนองกับธุรกิจเหล่านั้นในสัดส่วนที่น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับธุรกิจอย่างมากมาย

ธุรกิจขนาดกลางหรือขนาดย่อมที่เริ่มสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่รับผิดชอบต่อสังคมดังกล่าวข้างต้นจะพบว่า 1) การสรรหาพนักงานจะง่ายขึ้นเพราะคนส่วนใหญ่อยากจะทำงานกับองค์กรที่มีคุณธรรม องค์กรที่มีระบบและยึดมั่นในคุณค่า (value) ที่ยึดถืออย่างจริงจัง 2) พันธมิตรธุรกิจอยากที่จะเข้ามาร่วมทำงานด้วยเพราะเกิดความเชื่อถือ ไว้วางใจในความซื่อสัตย์ ตรงไปตรงมาขององค์กร ทำให้การต่อรองแบบ win-win ทำได้ง่าย ข้อตกลงทางธุรกิจก็ไม่ยุ่งยากเมื่อมีความเชื่อใจซึ่งกันและกัน 3) สามารถดึงดูดลูกค้าได้ง่ายขึ้นเมื่อลูกค้ารู้ว่าจะได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างดี องค์กรที่ยึดมั่นในคุณค่าของลูกค้าสามารถสร้างลูกค้ารายใหม่ๆ ได้ไม่ยากนัก 4) ภาพลักษณ์และ brand ขององค์กรจะดีขึ้นอย่างสม่ำเสมอ อย่าลืมว่าพนักงานและสินค้าคือตัวแทนภาพลักษณ์ขององค์กร 5) สามารถลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มประสิทธิภาพของการทำงานมากขึ้น ทั้งนี้เกิดจากการทำงานอย่างทุ่มเทของพนักงาน การลด turn-over rate ลดปัญหาความขัดแย้งกับผู้บริโภคและซัพพลายเออร์ทุกขั้นตอนของการทำงาน ถ้าพนักงานทำงานด้วยใจและมีหลักการประสิทธิภาพของงานก็จะเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน 6) สามารถป้องกันตนเองจากกฎหมายหรือกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่เกี่ยวกับสังคมและสิ่งแวดล้อมที่อาจจะมีการควบคุมที่เข้มงวดขึ้น 7) ธุรกิจจะเติบโตในทิศทางที่มั่นคง มีรากฐานที่ดี

หลายๆ องค์กรจึงมักจะมีคำขวัญในแนวทางที่เกี่ยวข้องกับคุณค่าของวัฒนธรรมองค์กร เช่น Live your value (ใช้ชีวิตตามคุณค่าที่คุณยึดถือ) Value forever (ยึดมั่นคุณค่าให้ยืนยง) Your value reflects your company (คุณค่าของคุณสะท้อนคุณค่าขององค์กร)

ผมจึงคิดว่าบริษัทขนาดกลางและขนาดย่อมสามารถนำหลักการเกี่ยวกับคุณค่าของ CSR มาใช้ได้ทันที ทำได้ง่ายและในระยะยาวจะได้ผลตอบแทนอย่างไม่คาดคิด

มาเริ่มกันวันนี้เลยดีไหมครับ

หน้า 33

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ





จำนวนผู้ชม 2945 ครั้ง




ข้อมูลบทความในหมวดหมู่เดียวกัน





ติดต่อสอบถาม | ลงประกาศงาน & โฆษณา : sale@siamhrm.com | โทร. 08-8881-6100 (ฝ่ายขาย)
เลขประจำตัวผู้เสียภาษี: 0992001714965 | เลขที่ใบทะเบียนพานิชย์ : 0101549820078
SIAMHRM.COM :รวมพลคน HR หาคนทำงาน หางาน คุณภาพ