SIAMHRM.com

ลงประกาศงาน หาคนทำงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์

[ยินดีต้อนรับ ผู้ใช้งานทั่วไป:ลงทะเบียน |เข้าระบบ ก่อนใช้งานค่ะ.]





 ค้นหางาน ตำแหน่งงาน:
กลุ่มงาน : ประเภท :  
 ภาค:
ค้น:



Google Groups สมัครสมาชิกไปยัง กลุ่มบริหารทรัพยากรมนุษย์ ประเทศไทย
อีเมล์:
ดูเอกสารที่เก็บรวบรวมไว้ ที่ groups.google.co.th
ร่วมสนทนาแลกเปลี่ยนความรู้ เอกสาร และประสบการณ์ทำงาน ไม่จำกัดสาขาอาชีพ


ผมได้มีโอกาสได้พูดคุยกับรุ่นน้องคนหนึ่งซึ่งทำงานเป็นข้าราชการ ในหน่วยงานแห่งหนึ่ง เค้าเปรยกับผมขึ้นมาว่า จะเข้าไปค้นคว้าหาข้อมูลในเว็บไซด์ผม ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับไอเอสโอ เพราะหน่วยงานของเขากำลังจะเริ่มนำระบบ 5ส มาใช้

ผมได้มีโอกาสได้พูดคุยกับรุ่นน้องคนหนึ่งซึ่งทำงานเป็นข้าราชการ ในหน่วยงานแห่งหนึ่ง เค้าเปรยกับผมขึ้นมาว่า จะเข้าไปค้นคว้าหาข้อมูลในเว็บไซด์ผม ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับไอเอสโอ เพราะหน่วยงานของเขากำลังจะเริ่มนำระบบ 5ส มาใช้ | ข้อมูลด้านการบริหารจัดการ โดย SIAMHRM.COM :- ข้อมูลเกี่ยวกับ ผมได้มีโอกาสได้พูดคุยกับรุ่นน้องคนหนึ่งซึ่งทำงานเป็นข้าราชการ ในหน่วยงานแห่งหนึ่ง เค้าเปรยกับผมขึ้นมาว่า จะเข้าไปค้นคว้าหาข้อมูลในเว็บไซด์ผม ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับไอเอสโอ เพราะหน่วยงานของเขากำลังจะเริ่มนำระบบ 5ส มาใช้, บทความ ผมได้มีโอกาสได้พูดคุยกับรุ่นน้องคนหนึ่งซึ่งทำงานเป็นข้าราชการ ในหน่วยงานแห่งหนึ่ง เค้าเปรยกับผมขึ้นมาว่า จะเข้าไปค้นคว้าหาข้อมูลในเว็บไซด์ผม ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับไอเอสโอ เพราะหน่วยงานของเขากำลังจะเริ่มนำระบบ 5ส มาใช้, ตัวอย่าง

ในบางบทความที่ผมได้นำเสนอไป อาจมีการกล่าวพาดพิงถึงที่ปรึกษาในอารมณ์ที่ออกจะเผ็ดร้อนไปสักหน่อย ก็ใช่ว่าผมจะมีอคติกับคนที่ยึดอาชีพที่ปรึกษาหรอกนะครับ เพราะที่ปรึกษาที่ผมรู้จัก หรือเคยร่วมงานมาหลายต่อหลายท่าน ผมก็ยอมรับว่ามีคุณภาพ แต่ก็มีอีกหลายท่านที่ความเห็นส่วนตัวผมบ่งบอกว่ายังต้องปรับปรุงเรื่องคุณภาพในการให้คำปรึกษาอีกเยอะ
องค์กรต่างๆ ที่เสียเงินเป็นจำนวนไม่น้อย (ไม่อยากพูดว่าโคตรแพง) ก็ย่อมอยากจะได้ที่ปรึกษาที่มีคุณภาพ เก่งจริง มีความรับผิดชอบ และพาองค์กรให้ไปถึงจุดหมายปลายทางได้ แต่หลายๆ องค์กรกว่าจะรู้ว่าที่ปรึกษาที่เราเลือกมีแต่ราคาคุย พอหมดสัญญาก็หายจ้อยไปแล้ว แถมยังบอกว่า ที่ไม่ได้รับการรับรองก็เป็นเพราะองค์กรเอง (แต่ถ้าได้รับการรับรอง ก็จะบอกว่าเป็นฝีมือที่ปรึกษา มันน่า... มั๊ยล่ะครับ)
อย่ากระนั้นเลยครับ ค่าจ้างที่ปรึกษาใช่ว่าจะถูกๆ ซะเมื่อไหร่ ผมจะเสนอวิธีในการเลือกที่ปรึกษา อย่างที่ไม่ต้องมานั่งช้ำใจทีหลัง อาจจะไม่ 100% เสียทีเดียวนะครับ แต่ก็รับรองว่าจะได้ไอเดียดีๆ อีกเยอะในการพิจารณาคัดเลือกที่ปรึกษาก็แล้วกัน ข้อควรพิจารณาก็มีดังต่อไปนี้ครับ

1. ชื่อเสียง และความน่าเชื่อถือ

     อันนี้ดูได้ไม่ยากครับ แต่ถ้าจนใจเพราะเพิ่งกระโจนเข้ามาในวงการนี้ ไม่รู้ว่าใครดังไม่ดังก็ไม่เป็นไรครับ ขอดู Company Profile ออฟฟิศอยู่ที่ไหน มีตัวตนมั๊ย ได้รับการรับรอง หรือขึ้นทะเบียนไว้กับที่ไหนบ้าง ที่สำคัญคือ รายชื่อลูกค้าครับ เคยผ่านการให้คำปรึกษาที่ไหนมาบ้าง เน้นที่ปรึกษาแล้วสำเร็จนะครับ ข้อมูลตรงนี้ บริษัทที่ปรึกษาที่ได้มาตรฐานทุกที่จะเตรียมไว้อยู่แล้วครับ แต่ถ้าไม่มีก็อย่าเพิ่งเหมาว่าไม่ได้มาตรฐานนะครับ อันนี้เป็นเพียงแค่มองเปลือกนอก เหมือนกับมองคนว่าหล่อหรือไม่หล่อนั่นแหละ เก่งไม่เก่งหรือดีไม่ดี ก็ยังดูไม่ออก
ถ้าลิสต์ของลูกค้าที่ประสบความสำเร็จยาวเฟื้อย ก็คงจะพออุ่นใจได้บ้างว่า ไม่ช้าไม่นานชื่อบริษัทเราอาจได้ไปต่อท้ายบริษัทพวกนั้นบ้าง เป็นเรื่องของความเชื่อมั่นครับ พอใช้พิจารณาเบื้องต้นได้
และควรมีการให้บริษัทที่เราสนใจเป็นพิเศษ มาพรีเซนต์เกี่ยวกับบริษัทเขา รวมถึงแผนงาน, กระบวนการต่างๆให้ฟัง จะได้พอเห็นภาพของบริษัทเขาได้ว่าน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใด รวมถึงเห็นแววรางๆ ว่าเราจะประสบความสำเร็จได้อย่างไร (ตัวที่ปรึกษามาพรีเซนต์เองได้ก็จะเป็นการดี)

2. ราคา / เงื่อนไขการชำระเงิน

     มันเป็นผลต่อเนื่องมาจากข้อแรกครับ บริษัทยิ่งดังเท่าใด ราคาก็ยิ่งแพงตามไปด้วย อันนี้คงไม่เสมอไปนะครับ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นแบบนั้น ทางที่ดีที่สุดคือขอใบเสนอราคามาดู เปรียบเทียบกัน องค์กรเราจ่ายไหวมั๊ย ถ้าองค์กรมีกะตังค์ เรื่องนี้คงไม่เป็นปัญหาสักเท่าไหร่ แต่ถ้างบน้อย หรือเป็นบริษัทขนาดเล็ก ก็คงต้องคิดแล้วคิดอีก เทียบแล้วเทียบอีก ก็ลองกำหนดไว้ในใจสัก 2-3 เจ้า แล้วมาดูกันข้อต่อไปครับ

3. ความรู้ความสามารถ / บุคลิกภาพ / ความน่าเชื่อถือของที่ปรึกษา

     ในบริษัทที่ปรึกษาหนึ่งๆ มักมีที่ปรึกษาหลายคน ถ้าเป็นไปได้เราควรมีสิทธิเลือกคนที่มีความรู้ความสามารถ/ บุคลิก ตลอดจนความน่าเชื่อถือ ที่เป็นที่น่าพอใจที่สุด วิธีที่จะทำให้รู้ถึงข้อนี้ ก็อาจจะเช่นเคยลงคอร์สฝึกอบรมแบบ Public ที่ที่ปรึกษาคนนี้บรรยาย แล้วความรู้สึกบอกว่าคนนี้แหละใช่เลย ก็ควรกำหนดให้เป็นคนนั้นเลยครับที่จะต้องไปมาหาสู่เป็นประจำกับองค์กร บริษัทที่ปรึกษาเขาควรต้องตามใจลูกค้าอยู่แล้ว
หรืออาจใช้วิธีสอบถามบริษัทที่เคยใช้บริการ ถ้าไม่รู้จักใครเลยก็สุ่มถามไปยังบริษัทที่มีรายชื่อในลิสต์ลูกค้านั่นแหละครับ ถาม MR เลยก็ได้ สอบถามข้อมูลนิดหน่อยเขาคงไม่ด่าหรอกครับ ดีกว่าต้องมาเสียดายตังค์ทีหลัง เขาอาจจะให้คำแนะนำสิ่งดีๆ เกี่ยวกับที่ปรึกษา หรืออาจได้สิ่งที่ตรงกันข้ามก็ได้ ก็รับฟังไว้ประกอบการพิจารณา
อีกอันหนึ่งซึ่งควรทำเป็นอย่างยิ่งก็คือ ขอ CV ที่รวมประวัติรวมถึงผลงานต่างๆ ของที่ปรึกษาที่หมายมั่นปั้นมือว่าจะมาเป็นกุนซือให้กับองค์กร มาประกอบการพิจารณา เขาต้องทำไว้อยู่แล้วครับ ถ้าเป็นทีมที่ปรึกษา ก็ควรขอของคนที่เป็นตัวหลัก หรือหัวหน้าทีม หรือขอของทุกคนเลยก็ดี
สิ่งที่ต้องพิจารณาจาก CV ก็คือแบ็คกราวด์ทางการศึกษา และประสบการณ์ เช่นถ้าองค์กรต้องการขอการรับรอง ISO14001 ที่ปรึกษาก็ควรมีพื้นฐานทางการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม หรือที่เกี่ยวข้อง หรือไม่ก็มีประสบการณ์การทำงานที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม หรือการให้คำปรึกษามาอย่างโชกโชน (อายุอานามก็ไม่ควรน้อยเกินไปครับ) ตรงนี้ต้องพิจารณาครับ เรื่องระบบหรือข้อกำหนดน่ะ ใครๆ ก็รู้ได้ไม่ยาก แต่ในด้านที่เป็น เทคนิคัล ก็ต้องการผู้ที่ Expert เฉพาะด้านมาช่วยดูครับ ตรงนี้ขอให้พิจารณาดีๆ นะครับ ไม่มีใคร Expert ไปหมดทุกด้านหรอกครับ บางคนอาจเก่งเรื่อง ISO9000 มากแต่ ISO ตัวอื่นๆ อาจเก่งแค่ข้อกำหนด เพราะไม่เคยมีพื้นฐาน ประสบการณ์ทางด้านนั้นมาเลยก็เป็นได้ และถึงแม้ที่ปรึกษาจะจบการศึกษามาสูงแค่ไหน ถ้าไม่ใช่สาขาที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่เราต้องการ มันก็คงไม่ช่วยอะไรได้มากเท่าไหร่หรอกครับ

4. การสื่อสารกับผู้บริหารระดับสูง

    ที่ปรึกษาจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องคุยกับผู้บริหารระดับสูงในหลายๆ เรื่อง ต้องคุยกันรู้เรื่อง และถ้าเป็นไปได้ก็ถูกคอด้วยก็ดี MR จะได้ไม่ต้องมาปวดหัวทีหลัง ปัญหาส่วนใหญ่อยู่ที่บริษัทข้ามชาติครับ ถ้าองค์กรใช้ภาษาอังกฤษ หรือภาษาอื่นๆ เป็นภาษาทางการ ก็ต้องเช็คก่อนว่าที่ปรึกษาสามารถสื่อสารภาษาที่องค์กรต้องการได้หรือไม่ แต่ถ้าสื่อสารผ่านล่ามก็คงไม่เป็นปัญหาครับ
ควรให้ที่ปรึกษา ได้มีโอกาสคุยกับผู้บริหารระดับสูง และผู้ที่เกี่ยวข้องเช่น MR ตั้งแต่ก่อนตัดสินใจว่าจะจ้างหรือไม่จ้าง (อาจเป็นตอนพรีเซนต์แผนงาน) แล้วขอความเห็นผู้บริหารระดับสูงอีกทีว่า ควรจะจ้างหรือไม่

5. สัญญา / แผนงานการให้คำปรึกษา

     ที่ปรึกษาควรต้องวางแผนให้องค์กรครับ ว่าจะทำอะไรบ้าง เสร็จเมื่อไหร่ จะได้รับการรับรองเมื่อไหร่ แผนงานโดยคร่าวๆ ควรยื่นให้องค์กรพิจารณาก่อนการจัดจ้าง เจ้าไหนไม่มีแผนงานอย่าไปจ้างเลยครับ บ่งบอกถึงความไม่เป็นมืออาชีพเป็นอย่างมาก แค่ PDCA ก็ตกแล้ว นอกจากมีการตกลงกันไว้ว่า ให้องค์กรเป็นผู้วางแผนเอง ซึ่งโดยทั่วไปที่ปรึกษาน่าจะอ่านตรงนี้ได้ดีกว่า ควรให้ที่ปรึกษาวางแผนให้
ต้องพิจารณาแผนงานต่างๆ ว่ารับได้มั๊ย ไปกันได้มั๊ยกับองค์กร รวมถึงสัญญาจัดจ้างด้วย เป็นธรรมมั๊ย ระยะเวลาการจ่ายเงินเป็นเช่นใด ช่วยกันดูหลายๆ คนก็ดี ต่อรองได้ก็ต่อรองไปครับ

6. กระบวนการให้คำปรึกษา

     ก็อาจจะรวมๆ อยู่ในแผนนั่นแหละ ดูว่ากระบวนการให้คำปรึกษาเขาเป็นอย่างไร เข้ามาที่องค์กรเราบ่อยแค่ไหน การดูแลเป็นแบบไหน เกาะติดหรือปล่อยปละ ปกติที่ปรึกษาแต่ละคนจะรับงานหลายที่อยู่แล้ว ฉะนั้นช่วงที่ที่ปรึกษาไม่อยู่ต้องมั่นใจว่า สามารถติดต่อได้ ไม่ให้ปัญหาต่างๆ เพิ่มพูน คาราคาซัง ควรมีการตรวจการจัดทำเอกสารต่างๆ ให้กับองค์กร (Manual, Procedure ควรตรวจ 100% ครับ) และควรพิจารณาถึงการจัดฝึกอบรมให้องค์กรมากน้อยแค่ไหน หลักๆ ก็ควรมี Introduction, การจัดทำเอกสารในระบบ และ Internal Audit ครับ ซึ่งควรจะต้องรวมอยู่ในแพ็กเกจการให้คำปรึกษาด้วย โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม และควรทำ Pre-Audit ให้กับองค์กร เพื่อตรวจสอบความพร้อมก่อน Audit จริงด้วยครับ
อีกอย่าง หลักในการติดตั้งระบบ ที่ปรึกษาควรให้คำแนะนำหรือ ฝึกสอนให้องค์กรเข้าใจลึกซึ้ง สามารถปฏิบัติได้ด้วยตนเองในระยะยาว เช่นสามารถเขียนเอกสารเองได้ สามารถตรวจประเมินภายในเองได้
ไม่ใช่ว่าทำให้องค์กรหมดทุกอย่าง แล้วองค์กรทำอะไรไม่เป็นเลย อันนี้ก็ดูเหมือนง่ายดี แต่อันตรายในระยะยาวครับ
และถ้าเป็นไปได้ (ยังไม่จำเป็น) ที่ปรึกษาควรแนะนำล่วงหน้า ถึงสิ่งที่องค์กรต้องปรับปรุงในอนาคตหลังจากที่ได้รับการรับรองแล้วด้วยครับ

7. การรับประกันในความสำเร็จ

     ไม่ต้องถึงขนาดไม่ผ่านคืนเงินหรอกนะครับ (เคยเห็นที่ว่าคืนเงินให้ 20-30% ก็น่าสนใจดี) เอาแค่ไม่ทอดทิ้งกันก็พอ จากแผนที่เสนอมา ควรมีขั้นตอนการช่วยองค์กรแก้ไขข้อบกพร่อง เมื่อได้รับ CAR จากผู้ตรวจประเมิน ที่ปรึกษาควรเข้ามาช่วยครับ ไม่ใช่ว่าหมดสัญญาแล้วก็คือหมด ควรมีการติดตามผลด้วยว่า องค์กรผ่านหรือยัง ไม่ผ่านเพราะอะไร ติดขัดตรงไหน ควรให้คำแนะนำตามสมควรครับ นอกเสียจากว่าองค์กรจะถอดใจเอง หรือไม่ขอรับการรับรองด้วยเหตุผลใดๆ อันนี้เป็นการแสดงความรับผิดชอบครับ ไม่ทอดทิ้งกัน องค์กรทุกองค์กรต้องการแบบนี้ครับ แต่จะมีสักกี่รายที่ให้แบบนี้ได้ ควรเป็นข้อสำคัญที่หยิบมาพิจารณาครับ

     ในท้ายที่สุดก็อยากจะบอกว่า ข้อกำหนดไอเอสโอใดๆ ก็ตาม ไม่ได้บอกให้มีที่ปรึกษา เพราะฉะนั้นที่ปรึกษาจึงไม่ใช่สิ่งที่จำเป็น องค์กรที่มีบุคลากรพร้อม ทรัพยากรพร้อม จะลงมือลุยกันเองก็สนุกดีครับ ผมเคยอยู่องค์กรที่ลุยๆ ทำระบบกันเอง ก็ดีครับได้ความรู้เยอะ ได้ลองผิดลองถูก แต่ก็ไม่ถึงกับเข้ารกเข้าพงจนหาจุดหมายไม่เจอ ได้รับใบรับรองเหมือนกัน ประหยัดกว่ากัน และภูมิใจกว่ากันเยอะด้วย
ถ้าประสงค์จะใช้บริการจากที่ปรึกษาจริงๆ ก็ลองพิจารณาที่ผมแนะนำไว้ให้ บางข้อก็อาจไม่เหมาะสมกับองค์กร ก็ลองรับไว้เป็นไอเดียนะครับ

     ผมไม่ได้รวบรวมข้อมูลที่ปรึกษาไว้ให้ แต่จะทำลิงค์ไว้ให้ ลองเข้าไปหาข้อมูลดูนะครับ ที่

  http://www.tisi.go.th/9000/tcb_cnst.html

 

 

แหล่งข้อมูล: www.isothai.com





จำนวนผู้ชม 2535 ครั้ง




ข้อมูลบทความในหมวดหมู่เดียวกัน





ติดต่อสอบถาม | ลงประกาศงาน & โฆษณา : sale@siamhrm.com | โทร. 08-8881-6100 (ฝ่ายขาย)
เลขประจำตัวผู้เสียภาษี: 0992001714965 | เลขที่ใบทะเบียนพานิชย์ : 0101549820078
SIAMHRM.COM :รวมพลคน HR หาคนทำงาน หางาน คุณภาพ