ค้นหางาน ตำแหน่งงาน:
กลุ่มงาน : ประเภท :  
 ภาค:
ค้น:



Google Groups สมัครสมาชิกไปยัง กลุ่มบริหารทรัพยากรมนุษย์ ประเทศไทย
อีเมล์:
ดูเอกสารที่เก็บรวบรวมไว้ ที่ groups.google.co.th
ร่วมสนทนาแลกเปลี่ยนความรู้ เอกสาร และประสบการณ์ทำงาน ไม่จำกัดสาขาอาชีพ


‘CSR’ สังคมแห่งการให้ การจัดการผนวกสร้างผลกำไร

‘CSR’ สังคมแห่งการให้ การจัดการผนวกสร้างผลกำไร | ข้อมูลด้านการบริหารจัดการ โดย SIAMHRM.COM :- ข้อมูลเกี่ยวกับ ‘CSR’ สังคมแห่งการให้ การจัดการผนวกสร้างผลกำไร, บทความ ‘CSR’ สังคมแห่งการให้ การจัดการผนวกสร้างผลกำไร, ตัวอย่าง



    - ‘CSR’ กลไกการจัดการเพื่อสร้างสังคมแห่งการให้
        - จะให้กันแบบไหนดี? ถึงจะ win win ทั้งสังคมทั้งธุรกิจ
        - เปิดความคิดหลากมิติของ ‘CSR’ ในทุกแง่มุมที่ควรรู้
        - แปลงสินทรัพย์ ‘CSR’ จากอุดมคติสู่กำไร ง่ายหรือยากกว่าที่คิด?

       
        จริงหรือที่ CSR : Corporate Social Responsibility (ความรับผิดชอบต่อสังคมของธุรกิจ) เป็นเรื่องของอุดมคติ?
       
        ทำอย่างไรให้กลไกของ CSR เป็นแรงผลักดันให้เกิดสังคมแห่งการให้?
       
        ระบบการบริหารจัดการแบบไหนถึงจะทำให้องค์กรสามารถยืดอกรับผิดชอบต่อสังคมได้ โดยที่ผลกำไรยังคงเต็มเม็ดเต็มหน่วย พอจุนเจือธุรกิจ?
       
        6 ไอเดียบิ๊กๆ ของ 6 แวดวงทั้งภาครัฐและธุรกิจ มาช่วยกันขยายความคิดกว้างคูณยาวของ CSR ในทุกแง่มุมที่ควรสดับ
       
       4 วงล้อ CSR
        ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม ประธานมูลนิธิกองทุนไทย กล่าวว่า ในการทำธุรกิจจะต้องมีหน้าที่ดูแลพนักงานและทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ธุรกิจที่ดีจะทำให้สังคมเติบโต ก้าวหน้ามั่นคง ดังนั้นความสำคัญอยู่ที่การคิดเชิงระบบ มองความเป็นองค์รวมทั้งในเรื่องของเศรษฐกิจ การเมือง และสังคมโลก ถ้าทุกธุรกิจเอื้อเฟ้อเกื้อกูลกันผลดีก็จะกลับคืนมา ซึ่งสอดคล้องกับความคิดของ CSR : Corporate Social Responsibility และ good governance คือการทำดี ปฏิบัติตามจริยธรรม และนำมาสู่ผลดีกับการทำธุรกิจเอง
       
        “ธุรกิจกับสังคมเหมือนเลือดกับเนื้อ แยกกันไม่ได้ ถ้าอยู่ด้วยกันอาจจะดูยาก แต่ถ้าไม่อยู่ด้วยกันจะดูยากกว่า เราอยู่ในสังคมต้องมีทั้งให้และรับ ต้องแลกเปลี่ยนกัน”
       
        ไพบูลย์มองว่ารูปแบบของการให้ทำได้หลายอย่าง ให้แบบกรุณาคือให้เพราะเขาเป็นทุกข์ แต่ถ้าให้เพราะเมตตาคือการเข้าไปช่วยเหลือโดยไม่ต้องรอให้เขาทุกข์ แต่ไปส่งเสริมให้เขามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น การให้แบบมุทิตาคือ มีรางวัลให้เป็นการเชิดชูเกียรติ
       
        ปัจจุบันคนดีๆ ของดีๆ บริษัทดีๆ มีอยู่มาก ต้องช่วยกันค้นหา เชิดชู สนับสนุน เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้คนอยากทำดีมากขึ้น สิ่งที่ทำได้ง่ายมากคือ แค่เชียร์คนดี บริษัทดี ก็โอเคแล้ว แต่ในความเป็นจริงเราไม่ค่อยได้ทำ ชอบเอาเวลาไปค้นหาคนเลว เอามาประจานกัน
       
        และการให้แบบสุดท้ายคือ การให้แบบอุเบกขา เพื่อให้เกิดความสงบสันติ หลุดพ้นจากความทุกข์ บรรลุธรรมเกิดสันติสุขในใจ
       
        เขากล่าวต่อว่า การที่จะผลักดันให้แนวคิด CSR เกิดการพัฒนาอย่างจริงจัง จะต้องมี 4 วงล้อคือ 1. ล้อแห่งจิตสำนึก ในเรื่องความรับผิดชอบต่อสังคมและธุรกิจ 2. การค้นหายุทธศาสตร์ในการทำงาน เพื่อให้เกิดผลอย่างกว้างขวาง 3. ต้องมีระบบการจัดการ มีคนและเงินที่เข้มแข็ง และ 4. ล้อแห่งการเรียนรู้และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง คิดใหม่ทำใหม่ให้ดีขึ้น กลายเป็นวงจรการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เกิดความร่วมมือในรูปพันธมิตร จับมือต่อๆ กันไป “เราต้องช่วยกันเดินหน้าเรื่องทำดี มีจริยธรรม เพื่อให้สังคมเจริญรุ่งเรืองอย่างมีความสุข”
       
       ไม่จำเป็นต้องใช้เงินหนา
        ทางด้านศิริชัย สาครรัตนกุล รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า CSR เป็นความรับผิดชอบต่อสังคมของธุรกิจ ซึ่งมาควบคู่กับคำว่า Sustainable Development หรือการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยการพัฒนาจะสัมฤทธิ์ผลได้ จะต้องมีองค์ประกอบ 3 ขาคือ สังคม สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ
       
        ที่ผ่านมามี CSR หลายรูปแบบที่โยงเข้าหาธุรกิจ สิ่งที่น่าเป็นกังวลคือเรื่องดีๆ บางเรื่องอาจจะถูกมองเป็นเรื่องไม่ดีไปได้ เช่น การทุ่มบริจาคเงินมากมายจะใช่วิถีแห่ง CSR หรือเปล่า? ซึ่งโดยหลักการพื้นฐานของ CSR เพียงแค่การบริหารจัดการดูแลรายรับรายจ่ายไม่ให้เป็นหนี้ ก็ทำให้คุณภาพชีวิตสามารถดีขึ้นได้แล้ว และในแง่ของการทำธุรกิจการตั้งมั่นอยู่ใน CSR อาจจะมีการดูเพิ่มเติมใน 3 ประเด็นหลักคือ planet ต้องไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม people ทำให้ผู้คนมีความสุข และ profit ทำธุรกิจต้องมีผลกำไร
       
        “philanthropy business เป็นการทำธุรกิจบนพื้นฐานการตอบแทนให้กับสังคม เป็นคำที่ดีและมีรากศัพท์จากภาษากรีกแปลว่า ด้วยความรักเพื่อนมนุษย์ และมีการใช้กลุ่มคำที่เกี่ยวกับความรับผิดชอบต่อสังคมอยู่หลายคำ ซึ่งคำว่า CSR เองเป็นคำใหม่เพิ่งเกิดมาไม่เกิน 10 ปี”
       
        ศิริชัยชี้ว่าแนวคิดของ CSR แพร่หลายมากในต่างประเทศ ขณะที่การตอบสนองของ CSR ในเมืองไทย สามารถตอบได้หลายมิติ บางแห่งมีการทำ CSR โดยดึงเอาธุรกิจมาร่วมด้วย บางแห่งอาจทำในลักษณะที่เรียกว่าเป็น CSR watch คือดูว่าโลกจะเคลื่อนไปทางไหน? ก็มุ่งรับผิดชอบต่อสังคมไปทางนั้น เช่น การใช้ ISO 14000 เน้นด้านสิ่งแวดล้อม หรือต่อไปจะมีการใช้ ISO 26000 ซึ่งกินขอบเขตความรับผิดชอบมากกว่าประเด็นสิ่งแวดล้อมเข้าไปอีก
       
       จะเวิร์กได้ต้องไม่บังคับให้ทำ
        ภัทรียา เบญจพลชัย รองผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า แนวคิดของ CSR ในแนวทางของตลาดหลักทรัพย์อยู่บนหลักการง่ายๆ ว่า ถ้าองค์กรมีกำลังอยากทำเรื่องเหล่านี้ อันดับแรกต้องมาเริ่มต้นคิดจากตัวเองก่อนว่าอยากทำอะไร? ตลาดหลักทรัพย์มองว่าเยาวชนสำคัญ ก็มามุ่งเน้นเรื่องเยาวชน เรื่องการศึกษา กีฬา และดนตรี โดยพยายามดึงคนมีความสามารถออกมา ดึงคนที่ด้อยโอกาสเพื่อมาแบ่งปันให้เขามีความเป็นอยู่ดีขึ้น
       
        “ถ้าเราจุดประกายได้คนอื่นก็จะมาช่วยกันบริจาคเอง เพราะการสร้างวัตถุ สิ่งของไม่ใช่เรื่องยาก มีเงินก็ทำได้ แต่ทำอย่างไรให้พนักงานทุกคนในองค์กร มีใจ และร่วมแรงร่วมใจกันทำเพื่อ CSR ประเด็นหลักคือต้องทำให้ดูเป็นตัวอย่าง มองว่าทำธุรกิจแล้วต้องคำนึงถึงคนรอบข้าง ดูแลพนักงาน ดูแลชุมชนรอบๆ ตัวเราเอง”
       
        เธอบอกว่า กฎเกณฑ์ของ CSR ไม่ควรออกมาในลักษณะที่เป็นการบังคับ ควรสร้างบรรยากาศให้ทำด้วยใจ และใช้วิธีการยกย่องชมเชย โดยผลที่ได้จากการทำ CSR จะเป็นการบริหารความเสี่ยงได้ระดับหนึ่ง องค์กรจะไม่ถูกประท้วงต่อต้านเวลาธุรกิจมีปัญหา และรูปแบบการลงทุนจะต้องให้ความสนใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้นด้วย
       
       โฆษณาต้องรับผิดชอบคนดู
        เริงชัย พร้อมพิชาญ Chief Creative Officer บริษัท Idea Avenue จำกัด ผู้ผลิตหนังโฆษณาการปลูกต้นไม้ของดาบพิชัยให้กับเครื่องดื่มชูกำลังแรงเยอร์ กล่าวว่า การทำหนังโฆษณาแต่ละครั้งจะต้องมีความรับผิดชอบต่อคนดู ต่อสิ่งที่เกิดขึ้น แล้วธุรกิจโฆษณาจะไปเกี่ยวข้องกับ CSR ในแง่มุมใด? เป็นการตีโจทย์ว่าหนังโฆษณาก็ควรที่จะมีความสำนึกฝังในใจเช่นเดียวกัน
       
        “เวลาทำหนังทำสื่อไม่มีใครเสียตังค์มาดูโฆษณาแน่ เราต้องมีรางวัลตอบแทนคนดู ให้ได้แง่ความรู้ ความบันเทิงหรือสังคม แง่ของบริษัท Idea Avenue การทำโฆษณาจะมีจุดยืนว่า ทุกครั้งที่มีโอกาสสามารถใส่อะไรที่ดีลงไปในเนื้องานได้ก็ใส่เข้าไป อย่างหนังปลูกต้นไม้ของดาบพิชัยก็จะมีประเด็นเหล่านี้แทรกเข้าไป เช่น การไหว้ข้าว ไม่ใช่มองเพียงแค่เป็นอาหารใส่ถุง และการเอาคนที่ทำดีจริงๆ มานำเสนอ จะให้สัมผัสกับคนดูมากกว่า”
       
        กรณีปลูกต้นไม้ของดาบพิชัยถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของ CSR ที่บอกเล่าถึงคนที่มีกำลังใจสูง และสามารถทำให้เกิดผลดีในภาพกว้าง ไม่ได้เพียงแค่กับคนๆ เดียว ประเด็นของเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่ผลลัพธ์ของต้นไม้ 2 ล้านต้น แต่เป็นความเชื่อของคนๆ หนึ่ง ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีมาก และเป็นโทนของหนังโฆษณาที่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับเครื่องดื่มชูกำลังเลย
       
        เริงชัยมองว่า การทำหนังโฆษณาส่งเสริมคนดี จะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยาก เพราะต้องทำอย่างไรไม่ให้น่าเบื่อ เหมือนมานั่งสั่งสอนกัน ทำอย่างไรให้คนสนใจ ประเด็นนี้เหมือนข้าวกล้อง มีประโยชน์แต่ไม่น่าทาน ฉะนั้นคนปรุงต้องปรุงเก่งๆ ทำให้น่าทานและคนดูได้รับสารอาหาร ถ้าหลายบริษัททำก็จะเป็นการส่งเสริมการทำความดีในสังคมไทยมากขึ้น
       
       ต่อไป CSR จะเป็นใหญ่
        ผศ.สุทธิศักดิ์ ไกรสรสุธาสินี ภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์การบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ บอกว่า จากผลวิจัยพบว่า 85% ของ CEO ต่างเชื่อว่าต่อไป CSR จะเป็นอนาคตและมีความสำคัญทางธุรกิจในอีก 5 ปีข้างหน้า เพราะธุรกิจวันนี้ไม่ใช่แค่ผลกำไรเพียงอย่างเดียวอีกต่อไปแล้ว ขณะเดียวกันวันนี้ภาระสังคมใหญ่เกินกว่าภาครัฐจะดูแลได้ทั้งหมด ภาคเอกชนจึงต้องมาช่วยกันดูแล
       
        โดยกลไกการขับเคลื่อน CSR จะมาจากหลายส่วนด้วยกัน เช่น ข้อเรียกร้องของผู้บริโภคต่อองค์กรให้รับผิดชอบต่อสังคม แรงกดดันจากผู้ถือหุ้น ภาวะการแข่งขันของตลาด และ CSR ถือเป็นความจำเป็นของธุรกิจทุกระดับไม่ใช่แค่บริษัทใหญ่ๆ เท่านั้น
       
        “คอตเลอร์มองว่า CSR มีความสำคัญ สามารถเพิ่มยอดขายและส่วนแบ่งตลาดได้ แม้ CSR ไม่ได้ทำให้ยอดขายเพิ่มเด่นชัด แต่บริษัทไหนไม่ทำ CSR และเกิดมีปัญหาจากประเด็น CSR ก็จะส่งผลทำให้ยอดขายตกได้ และบางแห่งก็อาจจะถูกวิพากษ์วิจารย์พอสมควรว่า ตกลงทำด้วยใจจริงหรือเปล่า? ซึ่งในความเป็นจริง ก็ดีกว่าองค์กรไม่ทำอะไรเลย แทนที่เราจะดูว่าทำจริงไหม? ต้องดูต่อว่าทำมากน้อยแค่ไหน? ต้องพยายามเชิดชูคนดีดีกว่าไปหาว่าใครทำดี”
       
        ผศ.สุทธิศักดิ์กล่าวต่อว่า ขั้นตอนการทำ CSR ต้องมองให้ขาดไปว่าจะเลือกประเด็นอะไรมาทำ จะมองหาประเด็นรายวัน หรือมองว่าเป็นกลยุทธ์ไปเลยว่าจะเอากลยุทธ์อะไร? ลงมือปฏิบัติอย่างไร? จะใช้คนดังเข้ามาเสริมหรือลุยเดี่ยว ซึ่งความท้าทายของ CSR สุดท้ายแล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าทำไปได้แค่ไหน? แล้วจะวัดผลกันอย่างไร? จะมีเครื่องมือชี้วัดให้ประเมินกันคร่าวๆ
       
        ตัวอย่างที่น่าสนใจเช่น กรณีของ The Body Shop ที่เริ่มต้น CSR ด้วยการไม่ใช่สัตว์ในการทดลอง หรือ wrist band ก็เป็นการหยิบเอาประเด็นสังคมเข้ามาใช้ เพียงแต่เมืองไทยรูปแบบผิดเพี้ยนไปกลายเป็นเรื่องของแฟชั่นมากกว่า หรือสึนามิก็มีหลายบริษัทเอามาผูกติดกับการตลาด รวมถึงเอามาเปลี่ยนแปลงให้เข้ากับเหตุการณ์ในสังคมเช่น โครงการเมาไม่ขับ
       
       เพิ่มค่าองค์กรทำปย.สังคม
        มัทนา เหลืองนาคทองดี ผู้อำนวยการสำนักงานสื่อสารองค์กร บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า CSR in Action จะช่วยธุรกิจได้อย่างไร? ถือได้ว่าเป็นประเด็นที่ช่วยธุรกิจได้ทุกอย่างไม่จำกัดวงว่าจะเป็นบริษัทเล็กหรือใหญ่ เพราะขึ้นกับสปิริตของพนักงาน ที่ยุโรปลูกค้ายอมซื้อสินค้าของบริษัทที่ขายแพงกว่าแต่คืนประโยชน์ให้สังคม โดย 75% ของธุรกิจจะตอบแทนกลับในชุมชนที่อาศัย
       
        เธอบอกว่า การทำเพื่อสังคมต้องดูก่อนว่า ชุมชนต้องการอะไร? และรับอาสาสมัครคนในองค์กร ดึงมามีส่วนร่วมในสังคม ถือเป็นสิ่งที่ผู้ถือหุ้นเริ่มให้ความสำคัญ องค์กรของปูนซิเมนต์เองจะประกาศเป็นนโยบายให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมและสังคม โดยใช้จ่ายงบจากธุรกิจ ถือเป็นหน้าที่ที่ต้องทำ เพราะ CSR เพิ่มค่าให้องค์กร และสามารถเสริมประโยชน์ให้สังคม
       
        ประโยชน์ที่ปูนซิเมนต์ได้รับโดยตรงจาก CSR คือ การมีภาพลักษณ์ที่ดี ได้ประโยชน์แง่การรับคนดีคนเก่ง โดยผลวิจัยสะท้อนว่า 50% ของเด็กจบใหม่อยากทำงานกับบริษัทที่คืนกำไรกลับสังคม ทำให้ลูกค้าเกิดความจงรักภักดี นักลงทุนอยากมาร่วมหุ้นธุรกิจ เวลาเกิดปัญหาคนในชุมชนจะเข้ามาช่วยแก้ไข และเกิดความร่วมมือร่วมใจกันในชุมชน
       
        ทั้งหมดนี้ถือเป็นมุมมองส่วนหนึ่งของการให้เพื่อสังคม เพื่อสุขภาวะและภาคสังคมที่เข้มแข็ง โดยผ่านเครื่องมือบริหารจัดการ CSR ให้สอดรับกับการพัฒนาที่ยั่งยืน...

 

 

 

แหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ






จำนวนผู้ชม 4624 ครั้ง




ข้อมูลบทความในหมวดหมู่เดียวกัน



ผู้ใช้งานเข้าสู่ระบบ






เลือกประเภท:




คุณลืม Username/Password?

สมาชิกลงทะเบียน (ฟรี)


กรุณาเข้าระบบก่อนใช้งานทุกครั้ง


ค้นหาตำแหน่งงาน


คำค้น :
Web
siamhrm.com
jobsiam.com

ติดต่อเรา

สยามเอชอาร์เอ็ม
เวลาเปิดทำการ 9.00-17.00 น.(จ-ส)
ติดต่อเรา : 02-279-0466


หมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี:
หมายเลข 13 หลัก 0992001714965


พานิชย์อิเลคทรอนิกส์ : 0101549820078

เข้าสู่ปีที่ 20
เว็บไซต์หางาน สมัครงาน


มั่นใจ ในบริการของเรา.


อัพเดท วันที่ 22 กันยายน 2564

ผู้ใช้งาน 55403 บริษัท
ผู้ฝากประวัติ (Resume) 128503 คน