SIAMHRM.com

ลงประกาศงาน หาคนทำงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์

[ยินดีต้อนรับ ผู้ใช้งานทั่วไป:ลงทะเบียน |เข้าระบบ ก่อนใช้งานค่ะ.]





 ค้นหางาน ตำแหน่งงาน:
กลุ่มงาน : ประเภท :  
 ภาค:
ค้น:



Google Groups สมัครสมาชิกไปยัง กลุ่มบริหารทรัพยากรมนุษย์ ประเทศไทย
อีเมล์:
ดูเอกสารที่เก็บรวบรวมไว้ ที่ groups.google.co.th
ร่วมสนทนาแลกเปลี่ยนความรู้ เอกสาร และประสบการณ์ทำงาน ไม่จำกัดสาขาอาชีพ


บทบาทของพี่เลี้ยง (Mentoring Status)

บทบาทของพี่เลี้ยง (Mentoring Status) | การบริหารงานทรัพยากรมนุษย์ โดย SIAMHRM.COM :- ข้อมูลเกี่ยวกับ บทบาทของพี่เลี้ยง (Mentoring Status), บทความ บทบาทของพี่เลี้ยง (Mentoring Status), ตัวอย่าง บทบาทของพี่เลี้ยง (Mentoring Status), บริหารงานบุคคล, บริหารทรัพยากรมนุษย์



        คำว่า พี่เลี้ยง มีความหมายอย่างกว้าง รวมเอาความหมายต่อไปนี้ไว้ในคนๆเดียวคือ เป็นทั้งครู (Teacher)  เป็นที่ปรึกษา (Advisor) เป็นผู้สนับสนุน (Sponsor) และเป็นคนที่ไว้ใจ (Confidant) พนักงานใหม่เมื่อแรกเริ่มเข้าร่วมงาน อาจยังไม่เข้าใจบทบาทของตนเองและขอบเขตงานที่แท้จริง เพราะเขาจะเข้าใจบทบาทของตนและขอบเขตงานโดยนึกคิด หรือทึกทักเอาเองจากลักษณะตำแหน่งงานที่บริษัทกำหนดเท่านั้น ในความเป็นจริงเนื้อหาสาระและขอบเขตของงานอาจไม่เป็นไปตามทีคิด
 
       บริษัทของไทยส่วนใหญ่ให้ผู้บังคับบัญชาเป็นผู้ดูแล แต่ความจริงพบอีกว่า การดูแลส่วนมาเป็นเรื่องของการสั่งงานในหน้าที่มากกว่าการสอนงานแบบพี่เลี้ยง ในชีวิตการทำงานจริงพนักงานใหม่จะต้องมีความรู้ความเข้าใจสภาพแวดล้อมของบริษัทมากว่าหน้าที่ที่รับผิดชอบโดยตรง จึงจะทำให้พนักงานเห็นภาพรวมของบริษัท เมื่อพนักงานเห็นภาพรวมของบริษัทจะทำให้พนักงานทราบถึงภารกิจและทิศทางธุรกิจของบริษัท ทำให้พนักงานมีความมั่นใจในความมั่นคงของบริษัท ด้วยเหตุผลนี้พนักงานใหม่จำเป็นต้องการความรู้ ความเข้าใจในภารกิจ นโยบายและวัฒนธรรมขององค์กร
 
    พี่เลี้ยงจะมีบทบาทมากในการดูแลพนักงานใหม่ ที่เลี้ยงจะช่วยดูแลและสร้างความเข้าใจกับพนักงานใหม่ในรูปแบบของการแลกเปลี่ยนความรู้ การให้คำปรึกษาแนะนำ ฯลฯ สรุปง่ายๆ ก็คือ ผู้ที่มีบทบาทในการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กรนั่นเอง (Cultural Carrier)  ดังนั้นลักษณะของพี่เลี้ยงจะต้องมีความเป็นผู้ใหญ่พอสมควร และต้องเป็นคนที่มองโลกในแง่ดี (Positive Thinking) มีความเข้าใจวัฒนธรรมองค์กรเป็นอย่างดี
 
      ประโยชน์ที่ได้จากการที่พนักงานมีความเข้าใจในภาพรวมของบริษัท คือ ทำให้พนักงานเข้าใจภารกิจและนโยบายของบริษัท เมื่อพนักงามีความเข้าใจในภารกิจ และนโยบายของบริษัทแล้วจะทำให้พนักงานปฏิบัติงานได้อย่างมีเป้าหมายและสามารถกำหนดเป้าหมายในการทำงาน (Goal Setting)  และสามารถปฏิบัติงานให้เกิดประสิทธิผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผลที่ตามมาคือความสามารถโดยรวมของบริษัทจะมีการยกระดับของการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา ตรงกันข้ามถ้าพนักงานทำงานอย่างไรเป้าหมาย หรือที่เรารู้จักกันดีว่าเป็นการทำงานที่เน้นพฤติกรรม (Behavior Oriented)  หมายความว่าไม่รู้ว่างานที่ตนเองปฏิบัติอยู่นั้นมีความสำคัญมากน้อยเพียงใด และมีผลที่กระทบต่อบริษัทมากน้อยเพียงใด ไม่รู้ว่าทำงานไปแล้วเพื่อจุดมุ่งหมายอะไร ลักษณะการทำงานจึงเป็นแบบขอไปทีให้หมดไปวันๆ นานวันเข้าเมื่อคนเหล่านี้มีมากขึ้นเรื่อยๆ ความด้อยประสิทธิภาพในการทำงานก็จะเพิ่มพูนสะสม จนยากที่จะแก้ไข ในที่สุดจะนำไปสู่การรวมตัวของคนเหล่านี้ ในรูปของ สหภาพ สหพันธ์ องค์กร เพื่อต่อรองกับนายจ้าง การรวมตัวในลักษณะดังกล่าว เป็นการรวมตัวเพื่อป้องกันความเสี่ยงในการถูกเลิกจ้าง มากกว่าเพื่อพัฒนาบริษัท




จำนวนผู้ชม 3842 ครั้ง




ข้อมูลบทเรียนออนไลน์ในหมวดหมู่เดียวกัน





ติดต่อสอบถาม | ลงประกาศงาน & โฆษณา : sale@siamhrm.com | โทร. 08-8881-6100 (ฝ่ายขาย)
เลขประจำตัวผู้เสียภาษี: 0992001714965 | เลขที่ใบทะเบียนพานิชย์ : 0101549820078
SIAMHRM.COM :รวมพลคน HR หาคนทำงาน หางาน คุณภาพ