ค้นหางาน ตำแหน่งงาน:
กลุ่มงาน : ประเภท :  
 ภาค:
ค้น:



Google Groups สมัครสมาชิกไปยัง กลุ่มบริหารทรัพยากรมนุษย์ ประเทศไทย
อีเมล์:
ดูเอกสารที่เก็บรวบรวมไว้ ที่ groups.google.co.th
ร่วมสนทนาแลกเปลี่ยนความรู้ เอกสาร และประสบการณ์ทำงาน ไม่จำกัดสาขาอาชีพ


การสรรหา : วิธีการสรรหาจากภายนอก

การสรรหา : วิธีการสรรหาจากภายนอก | การบริหารงานทรัพยากรมนุษย์ โดย SIAMHRM.COM :- ข้อมูลเกี่ยวกับ การสรรหา : วิธีการสรรหาจากภายนอก, บทความ การสรรหา : วิธีการสรรหาจากภายนอก, ตัวอย่าง การสรรหา : วิธีการสรรหาจากภายนอก, บริหารงานบุคคล, บริหารทรัพยากรมนุษย์




วิธีการสรรหาจากภายนอก

 
 
 
เมื่อองค์การต้องการสรรหาพนักงานระดับต้นๆ หรือแสวงหา “เลือดใหม่” เข้ามาทำงาน ทำให้จำเป็นต้องใช้วิธีการสรรหาจากภายนอก (External recruiting methods)  ในขณะที่มีความขาดแคลนแรงงานในบางสาขาองค์การจำต้องใช้กลยุทธ์เชิงรุกในการสรรหา ซึ่งวิธีการสรรหาจากภายนอกที่ใช้กันทั่วไปมี 8 วิธี ได้แก่
 
  1. ผู้สมัครเข้ามาสมัครเอง (Walk-ins)
      ผู้สมัครที่สนใจจะเข้ามาติดต่อของรับใบสมัครจากเจ้าหน้าที่ และกรอกข้อมูลต่างๆลงในใบสมัครโดยองค์การจะรวบรวมไว้จนกระทั่งมีตำแหน่งว่างต้องการบรรจุพนักงาน ผู้สรรหาจะพิจารณาจากประวัติย่อ (Resume) ที่รวบรวมไว้และติดต่อขอสัมภาษณ์ดำเนินตามขั้นตอนคัดเลือกต่อไป วิธีการนี้เป็นวิธีที่นิยมปฏิบัติกันและมักจะเป็นองค์การขนาดใหญ่มีชื่อเสียงและมีความมั่นคง
 
  1. ผู้สมัครเขียนจดหมายมาสมัครเอง (Write –ins)
      วิธีคล้ายกับวิธีแรก จะต่างที่ผู้สมัครใช้วิธีเขียนจดหมายมาสมัครตามที่องค์การประกาศแจ้งความจำนงไว้ หรือรับรู้จากแหล่งอื่น แนวปฏิบัตินั้นผู้สมัครจะส่งประวัติย่อมมาประกอบการพิจารณาด้วย พร้อมสถานที่ที่ติดต่อได้ เมื่อองค์การมีตำแหน่งว่างหรือมีความสนใจผู้สมัครคนใดเป็นพิเศษ สามารถติดต่อขอสัมภาษณ์ได้
 
  1. การสมัครผ่านระบบสื่อสารโทรคมนาคม (Telecommunication)
      ผู้สมัครสามารถสมัครได้ในสองลักษณะคือ สมัครผ่านโทรสาร หรือสมัครผ่านคอมพิวเตอร์ ช่องทางแรกนั้นผู้สมัครส่งประวัติย่อหรือหลักฐานประวัติการทำงานมาให้โดยตรงทางโทรสารส่วนช่องทางหลักอาศัยเครือข่ายของระบบ Internet เช่นในรูปของจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ที่เรียกกันสั้นๆว่า E-mail  หรือผ่านทางโปรแกรม Windows  แล้วบริษัทที่สนใจก็สามารถติดต่อขอสัมภาษณ์ได้ในทันทีและจะมีจดหมายตอบกลับไปยัง E- mail  ผู้สมัครได้
 
  1. การโฆษณารับสมัคร (Advertising)
        การโฆษณารับสมัคร หมายถึง ความพยายามที่จะประกาศให้บุคคลทั่วไปได้ทราบว่ามีตำแหน่งว่างในองค์การ โดยแจ้งผ่านสื่อต่างๆ เช่น วารสาร หนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ แผ่นป้ายโฆษณาและแผ่นโปสเตอร์ รวมถึง Internet เป็นต้น
        การโฆษณามีข้อดีเพราะสามารถเข้าถึงผู้สมัครได้เป็นจำนวนมาก และสามารถเลือกกลุ่มผู้สมัครสำหรับบางงานได้ สื่อที่นิยมใช้กันมากที่สุด คือ หนังสือพิมพ์ ในการเตรียมการสรรหาโดยการโฆษณาไม่เพียงเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา หากยังต้องการความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบ และกำหนดเนื้อหาของข้อความให้เป็นที่น่าสนใจ สามารถดึงดูดและจูงใจให้บุคคลมาสมัครงาน เนื้อหาของข้อความจะต้องให้รายละเอียดเกี่ยวกับคุณสมบัติที่ต้องการ ข้อกำหนดและเงื่อนไขของงาน และสภาพการจ้าง การให้ข้อมูลดังกล่าวจะช่วยกลั่นกรองผู้สมัครได้ระดับหนึ่ง เพราะคนที่อ่านหรือได้ฟังประกาศจะได้ทราบว่าตนมีสิทธิจะสมัครได้หรืไม่บางครั้งในทางปฏิบัติอาจพบว่า ถึงแม้จะมีการกำหนดคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งไว้ชัดเจนในการโฆษณาแต่ผู้สมัครหลายคนซึ่งมีคุณสมบัติไม่ครบอาจจะสนใจ และสมัครด้วยความหวังว่านายจ้างอาจจะหาบุคคลที่มีคุณสมบัติครบไม่ได้
 
 
แนวปฏิบัติที่ช่วยให้การโฆษณารับสมัครทางหนังสือพิมพ์ประสบความสำเร็จในการสรรหา มีดังนี้
 
-  รู้จักผู้อ่านและพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ที่หนังสือพิมพ์เข้าถึง ให้พิจารณาลงโฆษณาสมัครงานในส่วนต่างๆ ของหนังสือพิมพ์
   เช่น ส่วนข่าวบันเทิง ข่าวกีฬา หรือรายการโทรทัศน์ เพื่อให้เข้าถึงผู้อ่านที่ไม่อ่านหน้าโฆษณาย่อยซึ่งมีข่าวรับสมัครงาน
 
-  ใช้หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นหรือรายสัปดาห์ที่เข้าถึงผู้อ่านเฉพาะกลุ่มสำหรับลงโฆษณา
 
-  ใช้เทคนิคการออกแบบโฆษณารับสมัครงานที่มีความคิดสร้างสรรค์และเด่น ใช้ภาพและกรอบที่สะดุดตา ภาษาที่ชัดเจน
    กระจ่างและยั่วยุให้เกิดความสนใจในตำแหน่งที่สรรหา
 
-  ขอคำปรึกษาและคำแนะนำจากฝ่ายสร้างสรรค์งานโฆษณาเกี่ยวกับการออกแบบ และการใช้รูปภาพประกอบเพื่อดึงดูด
    ความสนใจของผู้อ่าน
 
-  ใช้รูปแบบโฆษณาที่ต่างกันเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่ต่างกัน
 
-  แนบบัตร (Clip – out) ที่ผู้ที่สนใจตัดส่งเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความสะดวกอันนี้อาจดึงดูดใจผู้ที่ต้องการเปลี่ยน
    งาน
-  ต้องแน่ใจว่าข้อกำหนดคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง สามารถอธิบายทักษะ ความสามารถ และ ระดับ การศึกษาที่ต้องการได้
   อย่างชัดเจน
 
        บางครั้งจะพบว่ามีการลงโฆษณาอีกลักษณะหนึ่งเรียกว่า Bind ad ซึ่งเป็นการโฆษณาโดยไม่ระบุชื่อบริษัทผู้จ้าง ถ้าผู้สมัครสนใจก็จะให้ส่งประวัติย่อไปยังสถานที่ซึ่งจะใช้ตู้ ปณ. ต่างๆ แล้วบริษัทจะติดต่อกลับไปเอง วิธีนี้บริษัทไม่ถูกรบกวนจากผู้สมัคร และไม่เสียเวลาต้องคอยตอบคำถามต่างๆ ตัวอย่างดังภาพ  คลิก
 
 
 
  1. การติดต่อกับสถาบันการศึกษา (Education institutions)
       สถานบันการศึกษาในที่นี้หนี้หมายถึงโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย วิทยาลัย และมหาวิทยาลัย อาจกล่าวได้ว่าสถาบันการศึกษาเป็นแหล่งของผู้สมัครวัยเริ่มทำงานที่มีความรู้แต่ยังขาดประสบการณ์ในการทำงานโรงเรียนอาจเป็นแหล่งของผู้สมัครงานด้านธุรการและงานที่ใช้แรงกาย (Blue – Collar job) ขณะที่วิทยาลัยเฉพาะทางเป็นศูนย์รวมของผู้มีความรู้และทักษะด้านงานเทคนิคสายปฏิบัติการ ส่วนมหาวิทยาลัยนั้นประกอบด้วยผู้สมัครที่มีความรู้ทางวิชาการในระดับสูง เป็นแหล่งสรรหาของงานในสำนักงาน ( White Collar job) อย่างไรก็ตามความเหมาะสมของผู้สำเร็จการศึกษาที่จะเข้าสู่ตลาดแรงงานนั้นยังขึ้นอยู่กับสาขาวิชาที่เรียนมาด้วย วิชาชีพบางสาขาประสบปัญหาขาดแคลนผู้สมัครที่มีคุณสมบัติตามต้องการ ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ต้องใช้เทคนิคการสรรหาอื่นควบคู่ไปด้วยเพื่อจูงใจผู้สมัคร เช่น การให้กู้ยืมเงินเพื่อการศึกษาในอัตราดอกเบี้ยต่ำ ให้การฝึกงาน และให้ทุนการศึกษา เป็นต้น เมื่อสำเร็จแล้วจะต้องมาทำงานให้กับองค์การ
 
        การรับผู้สมัครจากสถาบันการศึกษานี้ไม่ได้มุ่งเน้นประสบการณ์ในการทำงานแต่มุ่งหวังจะรับผู้สมัครที่มีความรู้ทางด้านวิชาการ มีสติปัญญาแล้วมาพัฒนาประสบการณ์ในภายหลัง วิธีการที่ใช้ปฏิบัติกันคือ องค์การส่งเจ้าหน้าที่ไปติดต่อกับสถาบันการศึกษา แจ้งความประสงค์ด้านคุณสมบัติและจำนวนพนักงานที่ต้องการ ทางสถาบันการศึกษาจะคัดเลือกผู้จะสำเร็จการศึกษามาให้ หรือหน่วยงานจะไปดำเนินการรับสมัครคัดเลือกนักศึกษามาทดสอบ และสัมภาษณ์ ณ สถาบันการศึกษานั้นๆ โดยสถานบันจะประสานงานให้ความร่วมมือคัดเลือกนักศึกษามาให้ ช่วยตรวจสอบประวัติการศึกษาและอำนวยความสะดวกในการสอบคัดเลือก
 
        ปัจจุบันได้มีสถานศึกษาหลายแห่งได้จัดกิจกรรมตลาดนัดแรงงาน เพื่อเปิดโอกาสให้นายจ้างในอนาคตและผู้จะสำเร็จการศึกษาได้พบปะกัน มีการจัดนิทรรศการแสดงจุดขายของหน่วยงานต่างๆ เพื่อดึงดูดและจูงใจให้ผู้สมัครที่มีคุณภาพอยากจะทำงานในหน่วยงานั้นๆ นายจ้างบางครั้งไม่ได้ใช้ประโยชน์เต็มที่จากสถานบันการศึกษา เนื่องจากมีโครงการสรรหาที่ขาดคุณภาพ ยังมีผลให้ความพยายามในการสรรหาล้มเหลวไม่ได้รับการฝึกฝนอย่างเพียงพอที่จะพูดคุยให้ผู้ที่สนใจรับทราบถึงโอกาสความก้าวหน้าทางอาชีพ หรือเงื่อนไขข้อกำหนดเฉพาะตำแหน่งงานบางตำแหน่ง และไม่ได้ใช้บริการของฝ่ายแนะแนวอาชีพของสถาบันการศึกษาให้เป็นประโยชน์ต่อการสรรหา
 
        ข้อเสนอแนะที่ได้จากการวินิจฉัยเกี่ยวกับการสรรหาในสถาบันการศึกษาที่สามารถนำมาใช้เป็นแนวปฏิบัติได้ เช่น
 
1.  กำหนดปฏิทินการสรรหาในสถาบันการศึกษาให้ชัดเจน และประชาสัมพันธ์ให้ทราบอย่างทั่วถึง
 
2.  ปรับปรุงเนื้อหาสาระต่างๆในเอกสารประชาสัมพันธ์ที่ใช้ในการสรรหาหลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลทั่วๆไป มุ่งให้ข้อมูลที่มี
      ลักษณะชี้เฉพาะ เช่นรายละเอียดของลักษณะงานในระดับเริ่มต้น รวมทั้งการพัฒนาความก้าวหน้าของสายอาชีพนั้นๆ
 
3.   อุทิศเวลาและทรัพยากรต่างๆให้มากขึ้น เพื่อใช้ในการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ผู้สัมภาษณ์ให้สามารถตอบข้อซักถามเกี่ยวกับ
      งานที่ผู้สมัครสอบถามได้อย่างมั่นใจ
 
4.    ต้องมั่นใจว่าเงื่อนไขข้อกำหนดของการจ้างงาน รวมถึง โอกาสของการเลื่อนตำแหน่งความมั่นคงของงาน เงินเดือน
       และผลประโยชน์เกื้อกูลต่างๆ สามารถแข่งขันกับองค์การอื่นๆ ประเภทเดียวกันได้
 
    6.  การติดต่อกับสำนักจัดหางาน (Employment agencies)
 
    สำนักจัดหางานมีทั้งของภาครัฐบาลและภาคเอกชน นับว่าเป็นแหล่งการสรรหาภายนอกที่สำคัญเพราะบรรดาผู้สมัครที่ประสงค์จะหางานทำ (Job Seeker)  มาให้บริการ ในส่วนของรัฐบาล เช่น กรมประชาสงเคราะห์และกรมแรงงาน จะให้บริการหางานแก่ผู้สนใจโดยไม่คิดค่าบริการ เมื่อหน่วยงานต้องการคนงานก็สามารถติดต่อแจ้งความต้องการไป แล้วหน่วยงานที่รับผิดชอบจะส่งคนมาให้ และยังมีบริการให้การฝึกอบรมคนงานทางด้านวิชาชีพต่างๆด้วย
 
สำหรับสำนักงานจัดหางานของภาคเอกชนซึ่งในปัจจุบันมีอยู่มาก บางแห่งกำหนดหลักเกณฑ์อย่างเคร่งครัดมาก ผู้สมัครงานจะต้องมีคุณสมบัติที่ดีและยอมรับเฉพาะคนงานฝีมือ (Skilled workers) เท่านั้น โดยทั่วไปสำนักงานจัดหางานจะต้องทราบความต้องการของผู้ว่าจ้าง ว่าต้องการคนงานประเภทใด มีทักษะใดบ้างแล้วจึงจัดสนองตามความต้องการ ส่วนใหญ่มักจะจัดหาคนงานที่มีความรู้ความชำนาญเฉพาะด้านเท่านั้นและมักจะเป็นงานระดับปฏิบัติการ ไม่ใช่งานบริหาร เช่น งานเสมียน งานขาย งานบัญชี และงานช่างต่างๆ เป็นต้น สำนักงานจัดงานงานเหล่านี้จะสามารถอำนวยประโยชน์ให้กับธุรกิจได้มาก โดยเฉพาะโรงงานที่ตั้งอยู่ห่างตลาดแรงงาน
 
    7.  การติดต่อกับบริษัทแสวงหาผู้บริการ (Executive search firms)
 
     บริษัทแสวงหาผู้บริหารจะแตกต่างจากสำนักงานจัดหางาน กล่าวคือ สำนักจัดหางานจะช่วยผู้สมัครหางานที่ต้องการ ส่วนบริษัทแสวงหาผู้บริหารจะช่วยหน่วยงานหาผู้สมัครที่เหมาะสมซึ่งในที่นี้หมายถึงผู้บริหารระดับสูง โดยคิดค่าตอบแทนจากนายจ้างเป็นร้อยละของเงินเดือนค่าจ้างทั้งปี ในบางครั้งจึงเรียกวิธีนี้ว่า “นักล่าผู้บริหารฝีมือดี” (Headhunter)
 
ในการดำเนินการบริษัทจะสรรหาผู้สมัครซึ่งมีคุณสมบัติต่างๆตางตามข้อกำหนดที่ต้องการให้มาทำงานกับบริษัทผู้จ้าง โดยการทาบทามผู้สมัครนั้นอย่างไม่เปิดเผย ป้องกันไม่ให้นายจ้างปัจจุบันทราบและจัดให้มีการพบปะระหว่างผู้สมัครและว่าที่นายจ้าง เมื่อได้มีการตกลงว่าจ้างกันบริษัทจะได้รับเงินสมนาคุณจากนายจ้างใหม่เป็นร้อยละของเงินเดือนค่าจ้างทั้งปีของตำแหน่งนั้น วิธีการนี้จะไม่มีการโฆษณาโดยวิธีการใดๆ ทั้งสิ้น บริษัทธุรกิจใหญ่ๆ ในสหรัฐอเมริกายังใช้วิธีนี้ในการแสวงหาผู้บริหารระดับสูงอยู่เป็นจำนวนมาก
 
  1. การจัดตลาดนัดแรงงาน (Job fairs)
        การจัดตลาดนัดแรงงานเป็นวิธีการสรรหาที่บรรดาเหล่านายจ้างได้ดำเนินการเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้สมัครได้พบปะกับตัวแทนของหน่วยงานต่างๆ และจูงใจผู้สมัครงานเหล่านั้นให้สมัครงานและขอรับการสัมภาษณ์ ประโยชน์ที่หน่วยงานจะได้รับ คือสามารถพบปะผู้สมัครเป็นจำนวนมากในระยะเวลาอันสั้นซึ่งโดยทั่วไปจะจัดงานครั้งละ 1-2 วันและเสียค่าใช้จ่ายต่ำ
 
 
  1. การติดต่อกับสหภาพแรงงาน (Labour unions)
    วิธีนี้นิยมใช้กันในต่างประเทศมากว่าในประเทศไทย เนื่องจากในต่างประเทศบรรดาคนงานส่วนใหญ่เป็นสมาชิกของสหภาพแรงงานประเภทต่างๆ และสหภาพแรงงานจะทำสัญญากับนายจ้างว่าในการว่าจ้างคนงานใหม่เข้าทำงานจะต้องจ้างแต่สมาชิกของสหภาพแรงงานประเภทนั้นๆเท่านั้น จะจ้างคนงานอื่นไม่ได้ โดยทางสหภาพแรงงานจะเป็นผู้จัดหาคนงานมาให้ ข้อดีของวิธีการนี้คือ ฝ่ายสรรหาลดภาระในการจัดหาคนงาน เพราะทางสหภาพแรงงานเป็นผู้สรรหามาแล้ว แต่จะมีปัญหา คือถ้าได้คนงานที่มีคุณสมบัติไม่เหมาะสม องค์การจะปฏิเสธลำบาง ถ้าไม่รับเข้าทำงานอาจต้องมีเรื่องเจรจายุ่งยากกับสหภาพแรงงานสำหรับในประเทศไทยนั้นบรรดานายจ้างยังไม่นิยมใช้วิธีนี้ในการสรรหา
 
 
 




จำนวนผู้ชม 22934 ครั้ง




ข้อมูลบทเรียนออนไลน์ในหมวดหมู่เดียวกัน



ผู้ใช้งานเข้าสู่ระบบ






เลือกประเภท:




คุณลืม Username/Password?

สมาชิกลงทะเบียน (ฟรี)


กรุณาเข้าระบบก่อนใช้งานทุกครั้ง


Connection

   

ค้นหาตำแหน่งงาน


คำค้น :
Web
siamhrm.com
jobsiam.com

ติดต่อเรา

สยามเอชอาร์เอ็ม
เวลาเปิดทำการ 9.00-17.00 น.(จ-ส)



หมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี:
หมายเลข 13 หลัก 0992001714965


พานิชย์อิเลคทรอนิกส์ :
0101549820078

เข้าสู่ปีที่ 20
เว็บไซต์หางาน สมัครงาน


มั่นใจ ในบริการของเรา.


อัพเดท วันที่ 15 กรกฎาคม 2563

ผู้ใช้งาน 54362 บริษัท
ผู้ฝากประวัติ (Resume) 128447 คน