ค้นหางาน ตำแหน่งงาน:
กลุ่มงาน : ประเภท :  
 ภาค:
ค้น:



Google Groups สมัครสมาชิกไปยัง กลุ่มบริหารทรัพยากรมนุษย์ ประเทศไทย
อีเมล์:
ดูเอกสารที่เก็บรวบรวมไว้ ที่ groups.google.co.th
ร่วมสนทนาแลกเปลี่ยนความรู้ เอกสาร และประสบการณ์ทำงาน ไม่จำกัดสาขาอาชีพ


การรับคนพิการเขาทำงาน

การรับคนพิการเขาทำงาน | บทความการบริหารทรัพยากรมนุษย์ โดย SIAMHRM.COM :- ข้อมูลเกี่ยวกับ การรับคนพิการเขาทำงาน , ตัวอย่าง ข้อมูลเกี่ยวกับ การรับคนพิการเขาทำงาน, บทความ ข้อมูลเกี่ยวกับ การรับคนพิการเขาทำงาน


 ก่อนอื่นผู้เขียนคงจะต้องออกตัวก่อนว่า  เนื้อหาที่จะนำเสนอต่อไปนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวซึ่งอาจจะ
ไม่สอดคล้องกับหลักแนวคิดการบริหารทรัพยากรบุคคลที่มีการปฎิบัติต่อ ๆ กันมาแต่อาจจะเป็นส่วนหนึ่งใน
การที่จะพัฒนากฎหมายดังกล่าวต่อไปในอนาคต
         ทุกท่านที่ทำงานด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลหรือเคยเรียนวิชาทางด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล
  มาคงจะรู้จักหลักการที่เรียกว่า "หลักคุณธรรม" หรือ "ระบบคุณธรรม" ในด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล
หรือ merit system ซึ่งประกอบด้วยหลักการที่สำคัญคือ หลักความเสมอภาคในโอกาส (equal opportunity)
คือ เมื่อองค์กรเปิดรับสมัครบุคคลเขาทำงานจะต้องเปิดโอกาสให้กับทุกคนที่มีคุณสมบัติสอดคล้องกับตำแหน่ง
ที่จะรับเข้าทำงาน  สมัครงานได้ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่จบการศึกษามาจากสถาบันไหน หรือแม้แต่ความแตกต่างด้านสีผิว
  เชื้อชาติ ศาสนา ฯลฯ จะต้องมีโอกาสได้รับการพิจารณาร่วมคัดเลือกอย่างเสมอภาคกัน แต่อย่างไรก็ยังมีหลักการ
อีกประการหนึ่ง  ซึ่งอาจจะดูขัดแย้งกับหลักแรก  คือหลักความรู้ความสามารถหรือ competence ดังนั้น หลักการ
เลือกคนเข้าทำงานทั่วไป คือจะต้องดูว่าผู้สมัครมีระดับความรู้ เช่น ผลการเรียน การสอบ หรือความสามารถ เช่น
ระดับทักษะ ประสบการณ์  ตรงกับคุณสมบัติที่กำหนดหรือไม่ นอกจากนี้ในหลักดังกล่าวยังแฝงด้วยความเหมาะสม
อีกด้วย  เช่นเรื่องบุคลิกภาพหรือลักษณะนิสัยเป็นต้น ดังนั้น  สิ่งที่เราอาจจะเคยได้ยินได้ฟังมา ก็คือ คนทั่วไปอาจ
จะมีสิทธิในการเข้าสอบรับราชการโดยเสมอภาคกัน โดยใช้ข้อสอบ ภาค ก. ของ ก.พ. หรือเรียกว่า
"ภาคความรู้ความสามารถทั่วไป" เมื่อสอบผ่านแล้ว จะสอบ "ภาคความรู้เฉพาะตำแหน่ง" หรือภาค ข.
ซึ่งอาจจะเป็นการวัดความรู้หรือทักษะเกี่ยวกับงานที่จะทำ และภาค ค. คือ "ภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง"
ซึ่งมักจะเป็นการสัมภาษณ์ โดยผู้ที่เป็นกรรมการคัดเลือกก็พิจารณาความเหมาะสมของผู้สมัครจากคุณลักษณะ
ต่าง ๆ เช่น รูปร่างเป็นคนอ้วน ผอม สูง เตี้ย แขน ขา ลีบ เป็นคนพูดติดอ่าง ฯลฯ หรือมีความพิกลพิการหรือไม่
หรือแม้แต่อายุของผู้สมัคร ดังนั้น  สิ่งที่พบกันทั่วไป คือ คนที่อายุมาก ๆ หรือมีสภาพร่างกายพิการ  ก็จะสอบตก
ในภาค ค. นี้ และจะเข้ารับราชการ ไม่ได้ ดังนั้น หากพิจารณากันจริง ๆ หลักความเสมอภาคในโอกาสดูจะ
คล้ายกับ "หลักความหลอกลวง" เสมือนแกล้งให้สมัครงาน แต่จะคัดออกในตอนท้ายเป็นการเสียเวลา และ
  เสียความรู้สึกของผู้สมัคร (ความพิการของบุคคลนี้  มักจะถูกปฎิเสธเสมอแม้จะบวชเป็นพระภิกษุในพุทธศาสนา
ก็ไม่ได้  แม้จะศรัทธามากเพียงไรก็ตามท่านคงจะไม่เคยเห็นพระภิกษุที่ร่างกายพิการถูกไหมครับทุกคนล้วน
   ร่างกายสมบูรณ์)
         ครั้งหนึ่งสมัยที่ผู้เขียนเริ่มทำงานใหม่ๆ  เคยทำหน้าที่สัมภาษณ์ผู้สมัครช่างเทคนิคด้านคอมพิวเตอร์ของ
โรงงานอีลเคทรอนิคส์แห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นบุคคลที่ขาขาด ต้องไม้ค้ำยัน ตลอดหลังจากเขาสอบผ่านข้อเขียนแล้ว
  ก็ตัดสินใจอยู่ว่าหากเราส่งเขาไปสัมภาษณ์กับผู้จัดการในสายงานที่ต้องการรับคนเข้าทำงานจะเกิดผลอย่างไร
ทั้งทางบวกและลบ  หากไม่ส่งไปผู้สมัครก็จะเสียใจ เสียโอกาส แต่สุดท้ายก็ส่งไปสัมภาษณ์ซึ่งแน่นอนว่าเราย่อม
   กะเก็งผลได้ปรากฎว่า ใบสมัครถูกส่งคืน พร้อมกับการถูกต่อว่า "คุณส่งบุคคลพิการเข้ามาสัมภาษณ์กับผม
ได้อย่างไร" ผู้สมัครก็เสียใจที่เขาไม่ได้รับการจ้างงาน  แม้ทุกวันนี้ ก็ยังคิดเสมอว่าเราเป็นคนที่สร้างความหวัง
ให้กับตัวผู้พิการในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เรากระทำผิดใช่หรือไม่ (ผู้เขียนไม่ทราบว่าผู้สมัครท่านดังกล่าว  ตอนนี้
ท่านอยู่ ณ ที่ใด)
         แต่คนที่ต้องการรับบุคคลเข้าทำงาน  ก็อาจจะมีเหตุผลอ้าง กลัวว่า หากรับคนพิการเข้าทำงานกลัวจะ
ทำงานไม่ได้  กลัวความเสียหาย ผู้คนรอบข้างไม่ยอมรับ จะปรับตัวยาก หรืออาจจะประสบอันตรายได้ง่าย
ดังนั้น  การมีหลักความรู้ ความสามารถจึงแย้งกับหลักความเสมอภาคในโอกาส ผู้คัดเลือกจะต้องไม่รู้สึกสงสาร
เห็นใจ เมตตาปราณีแก่คนที่ด้อยโอกาสในสังคม และจะตัดโอกาสของคนพิการเสมอจึงเป็นหลักการระบบ
    คุณธรรมที่ขัดแย้งกันเอง
         แต่ทุกวันนี้  มีหลักการอย่างหนึ่งเกิดขึ้นในสังคม ทั่วโลก คือหลักของความรับผิดชอบ (responsibility)
ซึ่งไม่เคยเป็นหลักการในการบริหารงานบุคคลมาก่อน แต่เป็นหลักของการบริหารองค์การในแนวทางการ
บริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี  (good governance) ที่เน้นทั้งเรื่องคุณธรรมและความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร
ต่าง ๆ  ดังที่ในภาคเอกชน เรารู้จักหลักความรับผิดชอบต่อสังคม ที่เรามักจะเรียกกันว่า Corporate Social
  Responsibility  หรือ CSR ซึ่งหลาย ๆ องค์กรกำลังสนใจ ซึ่งมีแนวทางปฎิบัติหลาย ๆ  ประการ ที่สำคัญ คือ
การไม่สร้างความเดือดร้อนหรือภาระให้สังคม สิ่งที่ปรากฎเป็นรูปธรรมประการหนึ่งในภาคเอกชน คือ การที่
รัฐบาลออกกฎหมายกองทุนเงินทดแทนและบังคับให้นายจ้างทั้งประเทศไม่ว่าจะเป็นผู้ก่อเหตุอันตราย หรือ
ไม่ก็ตามจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุน  เพื่อนำเงินที่สะสมนี้ ไปจ่ายให้กับลูกจ้างได้รับอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วย เนื่องจาก
การทำงาน  ในกรณีที่พิการ รัฐจะให้หลักประกันว่าผู้ได้รับอุบัติเหตุจะได้รับการจ่ายเงินทดแทนนายจ้างทุกคน
  ต้องร่วมรับผิดชอบ สิ่งนี้ คือ หลักการบริหารทรัพยากรบุคคลในยุคปัจจุบัน และต่อมาได้มีการออกกฎหมาย
  ให้นายจ้างรับบุคคลพิการเข้าทำงาน โดยเป็นการจูงใจว่า  จะได้รับการลดหย่อนภาษี หากไม่รับคนพิการ
เข้าทำงานก็จะต้องเสียอัตราที่สูงกว่า ถือว่าเป็นการสร้างความรับผิดชอบให้กับสังคม คือกิจกรรม CSR
อย่างหนี่ง ก็เป็นการเหมาะสมแล้ว ที่ต้องสนับสนุนกันต่อไป  ส่วนที่ผู้เขียนจะเสนอหลักการใหม่ คือหน่วยงาน
ใดทำให้ลูกจ้างพิการจะต้องรับผิดชอบในการหางานให้ลูกจ้างผู้นั้นทำ  หรือต้องรับอุปการะบุคคลในครอบครัว
ของลูกจ้างที่พิการในด้านการศึกษา หรือการทำงานในอนาคตหลักการเช่นนี้ วงการตำรวจ หรือทหารก็ใช้กัน
      ดังจากเหตุการณ์ที่เราได้ยินได้ฟังกันมาตลอด อย่างเช่น สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทหารหรือ
  ตำรวจที่เสียชีวิตหรือพิการในการปฏิบัติงานหน่วยงานต้นสังกัด จะต้องอุปการะดูแลครอบครัวหรือบุตรของ
  ผู้เสียสละ อย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น การศึกษาหรือให้เข้าทำงานหากต้องการ สิ่งนี้คือหลักความรับผิดชอบในการ
   บริหารทรัพยากรบุคคลที่ใช้ปฎิบัติกันมาทั่วไป ซึ่งอยู่บนพื้นฐานของคุณธรรมความเมตตา และตอบแทนแก่
    คุณค่าของบุคลากรที่เขาได้อุทิศตัวแก่องค์กร ซึ่งผู้ที่เกี่ยวข้องในการตรากฎหมายควรที่จะนำมาพิจารณากัน

  ต่อไปครับ....

 

บทความโดย : ดร. อภิชัย  ศรีเมือง 





จำนวนผู้ชม 4703 ครั้ง




ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน



ผู้ใช้งานเข้าสู่ระบบ






เลือกประเภท:




คุณลืม Username/Password?

สมาชิกลงทะเบียน (ฟรี)


กรุณาเข้าระบบก่อนใช้งานทุกครั้ง


ค้นหาตำแหน่งงาน


คำค้น :
Web
siamhrm.com
jobsiam.com

ติดต่อเรา

สยามเอชอาร์เอ็ม
เวลาเปิดทำการ 9.00-17.00 น.(จ-ส)
ติดต่อเรา : 02-279-0466


หมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี:
หมายเลข 13 หลัก 0992001714965


พานิชย์อิเลคทรอนิกส์ : 0101549820078

เข้าสู่ปีที่ 20
เว็บไซต์หางาน สมัครงาน


มั่นใจ ในบริการของเรา.


อัพเดท วันที่ 26 กันยายน 2564

ผู้ใช้งาน 55415 บริษัท
ผู้ฝากประวัติ (Resume) 128504 คน