| |
|
:: พ.ร.บ. ประกันสังคม พ.ศ. 2533
มาตราที่ 1-7
:: พระราชบัญญัติ ประกันสังคม พ.ศ. 2533 ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2533 เป็นปีที่ 45 ในรัชกาลปัจจุบัน
มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติประกันสังคม
พ.ศ. 2533"
มาตรา 2 พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
เว้นแต่บทบัญญัติหมวด 2 ของลักษณะ 2 ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลา หนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับและบทบัญญัติ
มาตรา 40 ให้ใช้บังคับ ภายในสี่ปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
[รก.2533/161/1พ/1 กันยายน 2533]
มาตรา 3 ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2497
บรรดากฎหมาย กฎ และข้อบังคับอื่นในส่วนที่มีบัญญัติไว้แล้วในพระราช
ฃบัญญัตินี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้แทน
มาตรา 4 พระราชบัญญัตินี้ไม่ใช้บังคับแก่
(1) ข้าราชการ ลูกจ้างประจำ
ลูกจ้างชั่วคราวรายวัน และลูกจ้างชั่วคราวราย ชั่วโมง ของราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค
และราชการส่วนท้องถิ่น ยกเว้นลูกจ้างชั่วคราว รายเดือน
(2) ลูกจ้างของรัฐบาลต่างประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศ
(3) ลูกจ้างของนายจ้างที่มีสำนักงานในประเทศ
และไปประจำทำงานใน ต่างประเทศ
(4) ครูหรือครูใหญ่ของโรงเรียนเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน
(5) นักเรียน นักเรียนพยาบาล
นิสิตหรือนักศึกษา หรือแพทย์ฝึกหัด ซึ่งเป็นลูกจ้าง ของโรงเรียน มหาวิทยาลัย
หรือโรงพยาบาล
(6) กิจการหรือลูกจ้างอื่นตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา
[ความใน (1) ของ มาตรา 4 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ
(ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2537]
มาตรา 5 ในพระราชบัญญัตินี้
"ลูกจ้าง" หมายความว่า
ผู้ซึ่งทำงานให้นายจ้างโดยรับค่าจ้างไม่ว่าจะเรียกชื่อ อย่างไร แต่ไม่รวมถึงลูกจ้างซึ่งทำงานเกี่ยวกับงานบ้าน
อันมิได้มีการประกอบธุรกิจรวมอยู่ด้วย
"นายจ้าง" หมายความว่า
ผู้ซึ่งรับลูกจ้างเข้าทำงานโดยจ่ายค่าจ้าง และให้หมาย ความรวมถึงผู้ซึ่งได้รับมอบหมายให้ทำงานแทนนายจ้าง
ในกรณีที่นายจ้างเป็นนิติบุคคลให้ หมายความรวมถึงผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคล
และผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากผู้มีอำนาจ กระทำการแทนนิติบุคคลให้ทำการแทนด้วย
"ค่าจ้าง" หมายความว่า
เงินทุกประเภทที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างเป็นค่าตอบแทน การทำงานในวันและเวลาทำงานปกติไม่ว่าจะคำนวณตามระยะเวลาหรือคำนวณตามผลงานที่
ลูกจ้างทำได้ และให้หมายความรวมถึงเงินที่นายจ้างจ่ายให้ในวันหยุดและวันลาซึ่งลูกจ้างไม่ได้
ทำงานด้วย ทั้งนี้ ไม่ว่าจะกำหนดคำนวณหรือจ่ายในลักษณะใดหรือโดยวิธีการใด และไม่ว่าจะ
เรียกชื่ออย่างไร
"วันทำงาน"
หมายความว่า วันที่กำหนดให้ลูกจ้างทำงานตามปกติ
"ผู้ประกันตน"
หมายความว่า ผู้ซึ่งจ่ายเงินสมทบอันก่อให้เกิดสิทธิได้รับประโยชน์ ทดแทนตามพระราชบัญญัตินี้
"การคลอดบุตร"
หมายความว่า การที่ทารกออกจากครรภ์มารดา ซึ่งมีระยะเวลา ตั้งครรภ์ไม่น้อยกว่ายี่สิบแปดสัปดาห์ไม่ว่าทารกจะมีชีวิตรอดอยู่หรือไม่
"ทุพพลภาพ"
หมายความว่า การสูญเสียอวัยวะหรือสูญเสียสมรรถภาพของอวัยวะ หรือของร่างกาย
หรือสูญเสียสภาวะปกติของจิตใจ จนไม่สามารถทำงานได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ ที่คณะกรรมการการแพทย์กำหนด
"ว่างงาน" หมายความว่า
การที่ผู้ประกันตนต้องหยุดงานเนื่องจากนิติสัมพันธ์ ระหว่างนายจ้างและลูกจ้างตามสัญญาจ้างแรงงานสิ้นสุดลง
"กองทุน" หมายความว่า
กองทุนประกันสังคม
"สำนักงาน"
หมายความว่า สำนักงานประกันสังคม"คณะกรรมการ" หมายความว่า คณะกรรมการประกันสังคม
"กรรมการ" หมายความว่า
กรรมการประกันสังคม
"พนักงานเจ้าหน้าที่"
หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตาม พระราชบัญญัตินี้
"เลขาธิการ"
หมายความว่า เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม
"รัฐมนตรี"
หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา 6 ในการคำนวณค่าจ้างเพื่อการออกเงินสมทบ ให้ถือเอาค่าจ้างที่คิดเป็น
รายเดือนเป็นเกณฑ์คำนวณ
ในการคำนวณค่าจ้างที่มิใช่ค่าจ้างรายเดือนให้เป็นค่าจ้างรายเดือนให้ถือว่าค่าจ้าง
ที่ลูกจ้างได้รับจริงในเดือนใดเป็นค่าจ้างรายเดือนของเดือนนั้น
เพื่อประโยชน์ในการนับระยะเวลาการส่งเงินสมทบของผู้ประกันตนให้ถือว่าเงิน
สมทบที่หักจากค่าจ้างที่จ่ายให้ลูกจ้างในเดือนใดเป็นการจ่ายเงินสมทบของเดือนนั้น
และไม่ว่าเงิน สมทบนั้นจะได้หักไว้หรือนำส่งเดือนละกี่ครั้ง ให้ถือว่ามีระยะเวลาในการจ่ายเงินสมทบเท่ากับ
หนึ่งเดือน
[ มาตรา 6 แก้ไขโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.
2537]
มาตรา 7 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่กับออกกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมไม่เกินอัตราใน
บัญชีท้ายพระราชบัญญัตินี้ ยกเว้นค่าธรรมเนียมและกำหนดกิจการอื่นเพื่อปฏิบัติการตามพระราช
บัญญัตินี้
กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว
ให้ใช้บังคับได้
|
|