| |
|
:: พ.ร.บ. แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518
มาตราที่ 10-20
:: หมวด 1 ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง
มาตรา
10 ให้สถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ยี่สิบคนขึ้นไปจัดให้มี ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างตามความในหมวดนี้
ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างให้ทำเป็นหนังสือ
ในกรณีเป็นที่สงสัยว่า
ในสถานประกอบกิจการนั้นมีข้อตกลงเกี่ยวกับ สภาพการจ้างหรือไม่ ให้ถือว่าข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานที่นายจ้างต้องจัด
ให้มีตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา
11 ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างอย่างน้อยต้องมีข้อความดัง ต่อไปนี้
(1) เงื่อนไขการจ้างหรือการทำงาน
(2) กำหนดวันและเวลาทำงาน
(3) ค่าจ้าง
(4) สวัสดิการ
(5) การเลิกจ้าง
(6) การยื่นเรื่องราวร้องทุกข์ของลูกจ้าง
(7) การแก้ไขเพิ่มเติมหรือการต่ออายุข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง
มาตรา
12 ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง มีผลใช้บังคับภายในระยะ เวลาที่นายจ้างและลูกจ้างได้ตกลงกัน
แต่จะตกลงกันให้มีผลใช้บังคับเกินกว่า สามปีไม่ได้ถ้ามิได้กำหนดระยะเวลาไว้
ให้ถือว่าข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการ จ้างมีผลใช้บังคับหนึ่งปีนับแต่วันที่นายจ้างและลูกจ้างได้ตกลงกัน
หรือนับแต่ วันที่นายจ้างรับลูกจ้างเข้าทำงาน แล้วแต่กรณี
ในกรณีที่ระยะเวลาที่กำหนดตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างสิ้นสุดลง
ถ้ามิได้มีการเจรจาตกลงกันใหม่ ให้ถือว่าข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างนั้น มีผลใช้บังคับต่อไปอีกคราวละหนึ่งปี
มาตรา
13 การเรียกร้องให้มีการกำหนดข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการ จ้างหรือการแก้ไขเพิ่มเติมข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง
นายจ้างหรือ ลูกจ้างต้องแจ้งข้อเรียกร้องเป็นหนังสือให้อีกฝ่ายหนึ่งทราบ
ในกรณีที่นายจ้างเป็นผู้แจ้งข้อเรียกร้อง
นายจ้างต้องระบุชื่อผู้เข้าร่วม ในการเจรจา โดยจะระบุชื่อตนเองเป็นผู้เข้าร่วมในการเจรจา
หรือจะตั้ง ผู้แทนเป็นผู้เข้าร่วมในการเจรจาก็ได้ ถ้านายจ้างตั้งผู้แทนเป็นผู้เข้าร่วม
ในการเจรจาผู้แทนของนายจ้างต้องเป็น กรรมการ ผู้ถือหุ้น ผู้เป็นหุ้นส่วน หรือลูกจ้างประจำของนายจ้างกรรมการของสมาคมนายจ้าง
หรือกรรมการ ของสหพันธ์นายจ้างและต้องมีจำนวนไม่เกินเจ็ดคน
ในกรณีที่ลูกจ้างเป็นผู้แจ้งข้อเรียกร้อง
ข้อเรียกร้องนั้นต้องมีรายชื่อและ ลายมือชื่อของลูกจ้างซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องไม่น้อยกว่าร้อยละสิบห้าของ
ลูกจ้างทั้งหมดซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องนั้น ถ้าลูกจ้างได้เลือกตั้ง ผู้แทนเป็นผู้เข้าร่วมในการเจรจาไว้แล้ว
ให้ระบุชื่อผู้แทนผู้เข้าร่วมในการ เจรจามีจำนวนไม่เกินเจ็ดคนพร้อมกับการแจ้งข้อเรียกร้องด้วย
ถ้าลูกจ้างยัง มิได้เลือกตั้งผู้แทน เป็นผู้เข้าร่วมในการเจรจาให้ลูกจ้างเลือกตั้งผู้แทนเป็น
ผู้เข้าร่วมในการเจรจาและระบุชื่อผู้แทนผู้เข้าร่วม ในการเจรจามีจำนวนไม่ เกินเจ็ดคนโดยมิชักช้า
การเลือกตั้งและการกำหนดระยะเวลาในการเป็นผู้แทนลูกจ้าง
เพื่อ เป็นผู้เข้าร่วมในการเจรจา การดำเนินการเกี่ยวกับข้อเรียกร้องและการ
รับทราบคำชี้ขาดให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา
14 การเลือกตั้งผู้แทนลูกจ้าง ลูกจ้างจะจัดการเอง หรือจะ ร้องขอให้พนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงานจัดการแทนก็ได้
จำนวนผู้แทน ลูกจ้างให้เป็นไปตามที่ผู้จัดการเลือกตั้งกำหนด แต่ต้องไม่เกินเจ็ดคน
ผู้แทน ลูกจ้างต้องเป็นลูกจ้างซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องนั้น หรือเป็นกรรมการของ
สหภาพแรงงานหรือกรรมการของสหพันธ์แรงงาน ที่ลูกจ้างซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อ เรียกร้องเป็นสมาชิกลูกจ้างซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องทุกคนมีสิทธิลงคะแนน
เสียงเลือกตั้งผู้แทนลูกจ้าง
มาตรา
15 สมาคมนายจ้าง หรือสหภาพแรงงานอาจแจ้งข้อเรียกร้อง ตาม มาตรา
13 ต่ออีกฝ่ายหนึ่งแทนนายจ้างหรือลูกจ้างซึ่งเป็นสมาชิกได้
จำนวนสมาชิก ซึ่งเป็นลูกจ้างต้องมีจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวน ลูกจ้างทั้งหมด
ในกรณีที่สหภาพแรงงานเป็นผู้แจ้งข้อเรียกร้อง
ข้อเรียกร้องนั้นไม่ จำต้องมีรายชื่อ และลายมือชื่อลูกจ้างซึ่งเกี่ยวกับข้อเรียกร้อง
ในกรณีที่มีข้อสงสัยว่า
สหภาพแรงงานนั้นจะมีลูกจ้างซึ่งเกี่ยวข้องกับ ข้อเรียกร้องเป็นสมาชิกครบจำนวนที่ได้ระบุไว้ในวรรคหนึ่ง
หรือไม่นายจ้าง สมาคมนายจ้างหรือสหภาพแรงงานที่เกี่ยวข้อง อาจยื่นคำร้องโดยทำเป็น
หนังสือให้พนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงานตรวจรับรอง เมื่อพนักงาน ประนอมข้อพิพาทแรงงานได้รับคำร้องดังกล่าวแล้ว
ให้ดำเนินการตรวจ หลักฐานทั้งปวงว่าสหภาพแรงงานนั้นมีลูกจ้างซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องเป็น
สมาชิกหรือไม่ ถ้ามี ให้พนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงานออกหนังสือรับรอง มอบให้ผู้ยื่นคำร้องเป็นหลักฐาน
ถ้าไม่มี ให้พนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงาน แจ้งให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องทราบ
ในกรณีที่สหภาพแรงงานเป็นผู้แจ้งข้อเรียกร้อง
ถ้าความปรากฏแก่ พนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงานตามคำร้องของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งว่า
ลูกจ้าง ซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องนั้นบางส่วนเป็นสมาชิกสหภาพแรงงานอื่นด้วย
ให้ พนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงาน จัดให้มีการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งผู้แทน ลูกจ้างในการดำเนินการตาม
มาตรา 13
มาตรา
16 เมื่อได้รับข้อเรียกร้องแล้ว ให้ฝ่ายที่รับข้อเรียกร้องแจ้งชื่อ ตนเองหรือผู้แทนเป็นหนังสือให้ฝ่ายที่แจ้งข้อเรียกร้องทราบโดยมิชักช้า
และให้ทั้งสองฝ่ายเริ่มเจรจากันภายในสามวันนับแต่วันที่ได้รับข้อเรียกร้อง
มาตรา
17 นายจ้างหรือลูกจ้างจะแต่งตั้งที่ปรึกษาเพื่อให้คำปรึกษา แนะนำแก่ผู้แทนของตนตาม
มาตรา 13 หรือ มาตรา
16 ก็ได้แต่ต้องมีจำนวน ไม่เกินฝ่ายละสองคน
ที่ปรึกษาตามวรรคหนึ่ง
ต้องมีคุณสมบัติตามที่อธิบดีกำหนดและต้องยื่น คำขอและได้รับการจดทะเบียนจากอธิบดี
หรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายแล้วจึงจะ แต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษาได้
ในกรณีที่นายจ้างหรือลูกจ้างแต่งตั้งที่ปรึกษา
ให้นายจ้างหรือลูกจ้างแจ้ง ชื่อที่ปรึกษาฝ่ายตนให้อีกฝ่ายหนึ่งทราบ โดยแจ้งไว้ในข้อเรียกร้องตาม
มาตรา 13 หรือในหนังสือแจ้งชื่อผู้แทน
เมื่อแต่งตั้งขึ้นภายหลังและให้ที่ปรึกษามี สิทธิเข้าร่วมประชุมและเจรจาทำความตกลงได้
มาตรา
17ทวิ ผู้ซึ่งได้รับการจดทะเบียนเป็นที่ปรึกษานายจ้างหรือที่ ปรึกษาลูกจ้าง
ตาม มาตรา 17 ให้มีระยะเวลาในการเป็นที่ปรึกษามีกำหนด
สองปีนับแต่วันที่ได้รับการจดทะเบียน
ที่ปรึกษาอาจถูกสั่งให้พ้นจากการเป็นที่ปรึกษา
ก่อนครบกำหนดเวลาตาม วรรคหนึ่งได้หากขาดคุณสมบัติตามที่อธิบดีกำหนด
ในกรณีที่พ้นจากการเป็นที่ปรึกษาตามวรรคสอง
ผู้นั้นจะขอจดทะเบียน เป็นที่ปรึกษานายจ้าง หรือที่ปรึกษาลูกจ้างได้อีกเมื่อพ้นสองปีนับแต่วันที่
อธิบดีสั่งให้พ้นจากการเป็นที่ปรึกษา
มาตรา
18 ถ้านายจ้างหรือสมาคมนายจ้างกับลูกจ้างหรือสหภาพ แรงงานสามารถตกลงเกี่ยวกับข้อเรียกร้องตาม
มาตรา 13 ได้แล้ว ให้ทำ ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างนั้น
เป็นหนังสือลงลายมือชื่อนายจ้างหรือผู้แทน นายจ้าง และผู้แทนลูกจ้างหรือกรรมการของสหภาพแรงงาน
แล้วแต่กรณีและ ให้นายจ้างประกาศข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างโดยเปิดเผยไว้
ณ สถานที่ ที่ลูกจ้าง ซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องทำงานอยู่เป็นเวลาอย่างน้อยสามสิบวัน
โดยเริ่มประกาศภายในสามวันนับแต่วันที่ได้ตกลงกัน
ให้นายจ้างนำข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างตามวรรคหนึ่งมาจดทะเบียน
ต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้ตกลงกัน
มาตรา
19 ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างมีผลผูกพันนายจ้าง และ ลูกจ้างซึ่งลงลายมือชื่อในข้อเรียกร้องนั้น
ตลอดจนลูกจ้างซึ่งส่วนในการ เลือกตั้งผู้แทนเป็นผู้เข้าร่วมในการเจรจาทุกคน
ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่กระทำโดยนายจ้าง
หรือสมาคม นายจ้างกับสภาพแรงงาน หรือลูกจ้างซึ่งทำงานในกิจการประเภทเดียวกัน
โดยมีลูกจ้างซึ่งทำงานในกิจการประเภทเดียวกันเป็นสมาชิก หรือร่วมในการ เรียกร้องเกี่ยวกับสภาพการจ้างเกินกว่าสองในสามของลูกจ้างทั้งหมด
ให้ ถือว่าข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างนั้นมีผลผูกพันนายจ้าง และลูกจ้างซึ่ง
ทำงานในกิจการประเภทเดียวกันนั้นทุกคน
มาตรา
20 เมื่อข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างมีผลใช้บังคับแล้ว ห้ามมีให้นายจ้างทำสัญญาจ้างแรงงานกับลูกจ้างขัด
หรือแย้งกับข้อ ตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างเว้นแต่สัญญาจ้างแรงงานนั้นจะเป็นคุณ
แก่ลูกจ้างยิ่งกว่า
|
|