ลักษณะตลาดแรงงาน ที่เหมาะสมในการเป็นประชาคมอาเซียนที่เข้มแข็ง


     อาเซียน (ASEAN) หรือสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นองค์กรความร่วมมือระดับภูมิภาคที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อ ค.ศ.1967 นับถึงปัจจุบัน อาเซียนกำลังก้าวสู่ทศวรรษที่ 4 ของการก่อตั้ง โดยมีแนวทางมุ่งสู่การเป็นประชาคมอาเซียน หรือที่เรียกกันเป็นภาษาอังกฤษว่า ASEAN Community ซึ่งเป็นมติของผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ ในการประชุมสุดยอดอาเซียน (ASEAN Summit) ครั้งที่ 12 ระหว่างวันที่ 10-14 ธันวาคม 2006 ณ เมืองเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ ที่กำหนดให้ร่นระยะเวลาจากเดิมซึ่งให้บรรลุผลใน ค.ศ. 2020 เป็น ค.ศ. 2015 ซึ่งประกอบด้วยประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community) ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (ASEAN Social and Cultural Community) และประชาคมความมั่นคงอาเซียน (ASEAN Security Community) ซึ่งมุ่งให้อาเซียนรวมตัวกันในทุกๆ มิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง สังคม และวัฒนธรรม ซึ่งเป็นไปตามแถลงการณ์ผู้นำอาเซียน “ Bali Concord II” ในปี 2003 และวิสัยทัศน์อาเซียน 2020
       
        การก้าวไปสู่ประชาคมอาเซียนที่เข้มแข็งได้นั้น ปัจจัยสำคัญที่สุดก็คือ ทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งควรที่จะมีความรู้ และศักยภาพที่สูงขึ้น เท่าเทียมกันมากขึ้น และเกื้อหนุนซึ่งกันและกันในภูมิภาค เท่าที่ผ่านมา ประชากรวัยแรงงานที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีคุณภาพเชิงผลิตภาพ มีส่วนสำคัญที่ทำให้ภูมิภาคและประเทศสมาชิกเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ และมีความสามารถในการแข่งขันในระดับสากล ซึ่งในทางเศรษฐศาสตร์ เรียกว่า การปันผลทางประชากร
       
        อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่ปี 2010 เป็นต้นไป โครงสร้างประชากรของอาเซียนจะเปลี่ยนแปลงไป โดยประเทศไทยจะก้าวสู่สังคมสูงอายุ กำลังแรงงานใหม่ที่จะเข้าสู่ตลาดลดลง และจะเผชิญกับสภาวะการขาดแคลนแรงงาน ขณะที่ประเทศสมาชิกอาเซียนอื่นๆ บางประเทศมีกำลังแรงงานเหลือเฟือ
       
        ประโยชน์ของการเป็นประชาคมอาเซียนก็คือ การได้แรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านมาทดแทน หากได้มีโอกาสร่วมมือกันในการพัฒนาศักยภาพแรงงาน และจัดระบบการรับรองมาตรฐานฝีมือแรงงานระหว่างประเทศ ก็จะเป็นโอกาสให้แรงงานที่เข้ามาทำงาน สามารถเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) ให้แก่นายจ้าง เจ้าของสถานประกอบการ และเศรษฐกิจของประเทศที่รับแรงงานเข้ามาทำงานได้
       
        สมาชิกอาเซียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศไทย จำเป็นต้องปรับตัวอย่างเร่งด่วน ในการก่อให้เกิดความร่วมมือแบบหุ้นส่วนด้านการเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) ของกำลังแรงงาน รวมทั้งที่มีการย้ายถิ่นระหว่างประเทศสมาชิกที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก ทั้งในระดับแรงงานมีฝีมือและกึ่งฝีมือ ซึ่งจะสามารถรองรับแนวทางของอาเซียน ในการส่งเสริมการยอมรับทักษะฝีมือ และคุณสมบัติทางวิชาชีพร่วมกัน ตลอดจนการส่งเสริมให้เกิดประสิทธิภาพการผลิต ศักยภาพในการแข่งขันของธุรกิจ และการแก้ไขปัญหาความยากจนของประเทศต่างๆ ในภูมิภาค ซึ่งเป็นเป้าหมายสูงสุด
       
        กระทรวงแรงงาน เป็นองค์กรหลักของไทยที่มีบทบาทสำคัญในการรองรับมติของการประชุมรัฐมนตรีแรงงานอาเซียนสำหรับการบรรลุสู่การเป็นประชาคมอาเซียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องไหลเวียนของกำลังแรงงานข้ามพรมแดนระหว่างกันและกันในภูมิภาค ที่ลงลึกถึงระดับผู้ประกอบวิชาชีพ และแรงงานมีฝีมือ ควบคู่ไปกับการเตรียมแนวทางด้านมาตรฐานฝีมือแรงงานและวิชาชีพ ที่ยอมรับร่วมกันในระดับภูมิภาคและอนุภูมิภาค ยึดหลัก “คนเป็นศูนย์กลางในการพัฒนา” ส่งเสริมให้มีงานทำ มีศักยภาพสนับสนุนขีดความสามารถในการแข่งขัน มีหลักประกันอันมั่นคง และมีคุณภาพชีวิตที่ดี เพื่อรองรับการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของประเทศ ซึ่งกำหนดไว้อย่างชัดเจนในแผนพัฒนาแรงงาน ค.ศ. 2007 นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานจำเป็นต้องปรับตัวด้านนโยบายและกลไกเชิงยุทธศาสตร์ ในการพัฒนาความร่วมมือแบบหุ้นส่วนสู่ตลาดแรงงานที่ยืดหยุ่น อุดมไปด้วยกำลังแรงงานที่มีผลิตภาพ ด้วยกลไกในการส่งเสริมคุณภาพเชิงผลิตภาพของกำลังแรงงาน ทั้งจากภายในประเทศและจากภายในภูมิภาคอาเซียน เป็นตลาดแรงงานที่กำลังแรงงานต่างๆ ทั้งในและนอกระบบ ผู้สูงอายุ และแรงงานต่างชาติมีส่วนร่วมกันอย่างเต็มที่ ด้วยการส่งเสริมลักษณะการทำงานที่ดี มีศักดิ์ศรี มีความมั่นคงในการจ้างงานและค่าจ้าง ตลอดจนผลประโยชน์ตอบแทนต่างๆ ที่เหมาะสมสำหรับกำลังแรงงานทุกประเภท เป็นตลาดแรงงานที่มีอุปสงค์และอุปทานสอดรับกันได้ดียิ่งขึ้น
       
        จากทิศทางการทำงานที่กระทรวงแรงงานดำเนินการอยู่ หากปรับบทบาทภารกิจเพิ่มขึ้นตามแนวคิดข้างต้น จะมีผลให้กระทรวงแรงงานมีความพร้อมที่จะก้าวสู่การเป็นกระทรวงพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เต็มรูปแบบ นอกจากให้บริการภายในประเทศแล้ว ยังทำหน้าที่เพื่อประชากรในภูมิภาคอาเซียนอย่างสง่างาม โดยควรเป็นกลไกหลักของประเทศในการกำกับ ดูแล สนับสนุนส่งเสริมทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ ให้มีปริมาณและคุณภาพสอดรับกับแนวทางการยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยรวมถึงผู้ที่อยู่ในตลาดแรงงานทั้งหมดของประเทศในทุกระดับ ทั้งในและนอกระบบ และที่จะเข้าสู่ตลาดแรงงาน โดยมีการประสานงานและความร่วมมืออย่างใกล้ชิดมากขึ้นกับ
       
        ก) กระทรวงศึกษาธิการซึ่งมีบทบาทหลักในการกำกับดูแลสนับสนุนผู้ที่อยู่ในวัยเรียน ให้เข้าสู่ตลาดแรงงานอย่างมีคุณภาพ สอดคล้องกับความต้องการในตลาดแรงงาน และมีแนวทางยกระดับความสามารถในการแข่งขันระดับสากลของประเทศ
       
        ข) กระทรวงอุตสาหกรรม สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน และกระทรวง ทบวง กรมอื่นๆ ที่กำกับดูแลด้านการผลิต การค้าบริการ การพัฒนาสังคมและมนุษย์ ตลอดจนความอยู่ดีกินดีของผู้บริโภคและประชาชน
       
        ค) องค์กรที่เกี่ยวข้องระดับอนุภูมิภาค ภูมิภาค ทั้งในและนอกภูมิภาคเอเชีย และระดับสากล
       
        ง) สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงวิทยาศาสตร์ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในด้าน
       
        - การศึกษาวิจัยประโยชน์และผลกระทบทางเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง จากการย้ายถิ่นข้ามชาติของกำลังแรงงานในภูมิภาค ทั้งระดับบน ระดับกลาง และระดับล่าง ทั้งในประเทศ รายอุตสาหกรรม และรายอาชีพ
       
        - การศึกษาวิจัยและจัดทำฐานข้อมูลกำลังแรงงานยุทธศาสตร์ รายประเภทอาชีพของประเทศ ซึ่งอาจอาศัยแนวทางการศึกษาวิจัยสถานะของกำลังแรงงานด้านอุปสงค์และอุปทาน ที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ได้ดำเนินการมาแล้วในอุตสาหกรรมหลัก 3 อุตสาหกรรม คือ อุตสาหกรรมการผลิต อุตสาหกรรมการบริการ และโลจิสติกส์ มาประยุกต์ใช้ในการศึกษาสถานะของกำลังแรงงานด้านอุปสงค์และอุปทาน รายประเภทอาชีพอย่างครอบคลุมมากขึ้น
       
        - การศึกษาวิจัยให้ชัดเจนภายใน ปี 2009 ว่า งาน 4D ที่แรงงานต่างชาติทำอยู่นั้น เป็นงานที่คนไทยไม่ต้องการที่จะทำจริงๆ เพื่อที่จะได้กำหนดจำนวนและประเภทอาชีพของแรงงานต่างด้าวที่จะเข้ามารับภาระแทนได้อย่างเหมาะสม
       
        - การศึกษาวิจัยแนวทางการปรับเจตคติและแนวคิดของผู้มีส่วนได้เสียในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสาขาช่างที่กำลังขาดแคลนในอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ โดยครอบคลุมด้านการลงทุนด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ให้มีลักษณะสอดคล้องและต่อยอดกันได้ ตั้งแต่ประชากรวัยเรียน วัยแรงงาน ระดับล่าง กลาง และบน
       
        - การประสานงานกับองค์กรอาชีพ/สมาคมวิชาชีพ/สมาคมช่างฝีมือ สหภาพแรงงาน สมาคมอุตสาหกรรม สมาคมผู้ผลิต/สมาคมนายจ้าง สถานประกอบการ กระทรวงอุตสาหกรรม (สำหรับภาคการผลิต) กระทรวงพาณิชย์ หอการค้า (สำหรับภาคการค้าบริการ) ตลอดจนกระทรวงศึกษาธิการ ในการจัดทำแผนกำลังคนที่ชัดเจน ซึ่งครอบคลุมถึงกำลังแรงงานในระบบ แรงงานนอกระบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในชนบท แรงงานที่มีความบกพร่องทางร่างกาย และแรงงานสูงวัย โดยมีการประเมิน ติดตาม และปรับปรุงเป็นระยะๆ อย่างต่อเนื่อง และเอื้อต่อการยกระดับผลิตภาพ และศักยภาพการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศในระดับสากล
       
        ทั้งนี้ ควรมีการเร่งผลักดัน พระราชบัญญัติส่งเสริมการประกอบอาชีพสู่การบังคับใช้ โดยทดลองใช้กับอุตสาหกรรมหลัก และภายในปี 2009-10 ควรมีการขยายขอบเขตเพื่อให้ครอบคลุมอาชีพอิสระทั้งหลายด้วย ในขณะเดียวกัน การส่งเสริมแรงงานไทยคืนถิ่นสู่ตลาดแรงงานอย่างมีผลิตภาพนั้น ควรมีการดำเนินการอย่างเร่งด่วนในเชิงนโยบายและมาตรการรองรับอย่างครอบคลุมภายในปี 2010 โดยมีการเร่งรัดระบบรับรองประสบการณ์การทำงานของแรงงานไทย ทั้งที่เป็นแรงงานที่ทำงานอยู่ในประเทศไทย และแรงงานที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ ซึ่งมีการประเมินการพัฒนาองค์ความรู้เดิมและการพัฒนาฝีมือเพิ่มเติม โดยมีสถาบันรองรับประสบการณ์การทำงานแรงงานไทย ประสานงานกับสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน/ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัด ภายใต้การกำกับดูแลของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน
       
       หมายเหตุ: ผู้สนใจสามารถเข้าดูรายละเอียดเพิ่มเติมใน Website: http://www.thaiworld.org

 

แหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ




   หรือ กดปุ่ม Ctrl+P (หรือคลิกที่เมนู File และ Print ของโปรแกรมเว็บเบราเซอร์) เมื่อต้องการพิมพ์เครื่องพิมพ์

SIAMHRM.COM : ศูนย์รวมข้อมูลด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์
Web Partner : JOBSIAM.COM | FREEJOBTHAI.COM | JOBDUZY.COM