นานาทรรศนะผู้ประกอบการ โลจิสติกส์ปีขาล "แรงเหวี่ยง" สูง




ในปี 2553 แม้สภาพเศรษฐกิจของโลกโดยรวมเริ่มฟื้นตัว จากที่อยู่ในห้องไอซียูเกือบตลอดปี 2552 แต่ภาวการณ์เช่นนี้ ยากอย่างยิ่งในการ คาดการณ์ทิศทางเศรษฐกิจว่าจะดีขึ้นตามลำดับ หรือจะกลับมาทรุดตัวอีก "ประชาชาติธุรกิจ" จึงถือโอกาสนำผู้บริหารชั้นนำด้านโลจิสติกส์ของไทยมาเปิดเผยถึงมุมมองสถานการณ์โลจิสติกส์ไทยโดยรวม และควรจะวางแผนรับมืออย่างไร ดังนี้

คาดเห็นทิศทาง ศก.ชัดเจนในไตรมาสแรก

นายเกริกกล้า สนธิมาศ ประธานสมาพันธ์โลจิสติกส์ไทย ได้ให้ทรรศนะถึงสถานการณ์ธุรกิจโลจิสติกส์ไทยและแนวทางที่ผู้ประกอบการต้องวางแนวทาง รับมือในปี 2553 ว่า ปี 2553 ถ้าเป็นไปตามรูปการณ์ที่คาดกันไว้ น่าจะดีขึ้นอยู่แล้ว ผู้ประกอบการโลจิสติกส์ก็จะได้รับผลพวงจากเศรษฐกิจที่ดีขึ้น ปี 2552 การขนส่งน้อยลงต้องเลิกจ้างไปบ้าง ปี 2553 คงทยอยกลับเข้ามา ขึ้นอยู่ว่าเศรษฐกิจโลกเข้มแข็งจริงหรือไม่ หลายคนเป็นห่วงกันว่า หากหมดแรงกระตุ้น เศรษฐกิจอาจทรุดลงอีก เพราะสัญญาณเริ่มโชว์ให้เห็น คือประเทศกรีซ เริ่มมีปัญหาต่าง ๆ โมเมนตั้มถ้ามาอย่างนั้นจริง เรียลเซ็กเตอร์ก็ทำงาน พอเรียลเซ็กเตอร์ทำงานก็จะมีมากขึ้น ผลิตมากขึ้น ก็ต้องใช้โลจิสติกส์มากขึ้น ฉะนั้นเทรนด์ปี 2553 ต้องดูอีกสักนิดหนึ่ง ไม่เกินไตรมาสแรกปีหน้า พอจะมองเห็นได้ชัดว่าเป็นอย่างไร โมเมนตั้มยังจะ ไปได้ไหม

ส่วนกรณีราคาน้ำมันและค่าเงินบาท ก็เป็นห่วง คุณณรงค์ชัย อัครเศรณี ประธานกรรมการธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIMBANK) ซึ่งไปพูดให้สมาชิกสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) หรือสภาผู้ส่งออกฯฟัง ก็บอกว่า ค่าเงินบาทกำหนดไม่ได้ แต่คงอยู่ในช่วงไม่อ่อนตัวกว่า 33 บาท/ ดอลลาร์ และนี่อาจเป็นท่าทีของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ด้วย ซึ่งอาจทราบดีว่า หากอ่อนตัวกว่า 33 บาท ก็จะกระทบกับราคาขายปลีกน้ำมัน ถ้าค่าเงินบาทเป็น 35 บาท 38 บาท ราคาน้ำมันก็จะแพงกว่านี้ เพราะอัตรา แลกเปลี่ยน ฉะนั้น ถ้า 33 บาท/ดอลลาร์ ราคาน้ำมันบ้านเราก็จะไม่หวือหวาเท่าไหร่ และที่ผ่านมา รัฐบาลก็คิดภาษีบวกเข้าไปในราคาน้ำมันมากอยู่แล้ว ถ้าแพงก็ต้องไปถอนภาษีออก



ดังนั้นอัตราแลกเปลี่ยนที่มอง ก็คงไม่อ่อนตัวมากกว่า 33 บาท หรือแข็งตัวไม่เกิน 31 บาท เพราะถ้าแข็งตัวเกิน 31 บาท ผู้ส่งออกก็ลำบาก ตายกันแน่เลย ขีดความสามารถในการแข่งขันก็จะสู้เวียดนามไม่ได้ เพราะเวียดนามอาจจะมีการลดค่าเงินไปอีกครั้งหรือสองครั้งด้วยซ้ำไป สรุปแล้ว อัตราแลกเปลี่ยนของไทยคงอยู่ในช่วง 31-33 บาท/ดอลลาร์ ในปี 2553

เร่งผู้ประกอบการลดต้นทุน

เพิ่มประสิทธิภาพการใช้รถบรรทุก

ทางด้าน นายสุวัฒน์ นวลขาว ผู้จัดการฝ่ายขนส่งและคลังสินค้า บริษัท กรีนสปอต จำกัด ให้ความเห็นถึงสถานการณ์ธุรกิจโลจิสติกส์ไทยและการรับมือของผู้ให้บริการโลจิสติกส์ (LSP) ว่า เท่าที่คุยกับบริษัทข้ามชาติมา โจทย์มีอยู่ว่า สินค้าจะขายดีหรือไม่ ถ้าขายดีจะมีการเคลื่อนย้ายดีตามไปด้วย เมื่อดูจากแนวโน้มในปีนี้ ธุรกิจโลจิสติกส์จะดีขึ้นตามการพยากรณ์ของรัฐบาลที่ว่า การส่งออกของไทยจะดีขึ้น และการบริโภคในประเทศจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ "ไทยเข้มแข็ง" จะดีขึ้นจากเงินที่รัฐกระจายลงไป

ดูราคาน้ำมันในปีนี้ไม่น่าจะลดลง คาดว่าราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลจะอยู่ในช่วง 26-30 บาท/ลิตร สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องรับมือมีค่าแรงงานที่ขึ้น 3 บาท/วันในเขตกรุงเทพฯจะบริหารกันอย่างไร พลังงานทางเลือก เช่น NGV หากผู้ประกอบการไปเปลี่ยนเครื่องยนต์ใหม่ จะมีราคาค่อนข้างสูง แต่ทุกรายต้องเริ่มทดลองใช้

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการต้องหาทางลดต้นทุน อาทิ การขนส่งสินค้าไปภาคใต้ เดี๋ยวนี้ใช้การขนส่งทางเรือชายฝั่งจะมีราคาต่ำกว่าการขนส่งทางถนนโดยรถบรรทุกถึง 20% ผู้ให้บริการที่มีรถยนต์มาก ต้องระวัง ต้องหาทางลดต้นทุนเปลี่ยนไปใช้พลังงานทางเลือกที่มีราคาต่ำกว่า ส่วนภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยังต้องใช้บริการรถบรรทุกอยู่

สำหรับการบริหารจัดการ จะทำอย่างไรให้มีประสิทธิภาพใช้รถตลอด 24 ชั่วโมง บางรายมีงานให้ทำ 8 ชั่วโมงต่อวัน ควรจัดหางานจากผู้ว่าจ้างหลายรายให้ลงตัว โดยการคุยกับผู้ว่าจ้าง เช่น เปลี่ยนจากขนส่งกลางวันมากลางคืน และมีพนักงานขับรถ 2 คนต่อรถเพียง 1 คัน จะทำให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้น

ผวาค่าเงินบาทแข็งทำ ศก.ทรุด

งัดกลยุทธ์ "ห่วงโซ่คุณค่า" รับมือ

นายนพพร เทพสิทธา รองประธานอาวุโสจัดส่งและส่งออก บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เศรษฐกิจปี 2553 ไม่น่าดีกว่าปี 2552 น่าจะลำบากกว่า สัญญาณเรื่องการส่งออกมีปัญหาแน่ เพราะค่าเงินบาทน่าจะแข็งขึ้นไปถึงระดับประมาณ 30 บาทต่อดอลลาร์ เมื่อภาคการส่งออกมีปัญหา ส่งผลให้ธุรกิจ อื่น ๆ แย่ตามไปด้วย นอกจากนี้ คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันมีแนวโน้มจะขึ้นไปถึงระดับ 100 เหรียญต่อบาร์เรล และจะไม่ลงอีกแล้ว ฉะนั้น เมื่อความต้องการสินค้าและการอุปโภคบริโภค (demand-side) หดตัว วิกฤตที่เกิดขึ้นจะบีบให้ผู้ประกอบการหาทางลดต้นทุนในทุกทาง ต้องมองวิกฤตให้เปลี่ยนเป็นโอกาส ทำให้มีการปรับเปลี่ยน เพราะเมื่อมีวิกฤต จะถูกบีบให้มีมุมมองแบบซัพพลายเชน สุดท้ายต้องหาเรื่องห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) มาทดแทน มองในภาพรวม ทำแล้วเกิดเอกภาพภายในบริษัท ทั้งนี้ กลยุทธ์ทางซัพพลายเชนต้องไม่ใช่การปรับเล็กปรับน้อย กิจกรรมบางอย่างสามารถปรับได้เกิน 100% จะทำให้สามารถต่อสู้กับภายนอกได้

ทิศทางข้างหน้าของบริษัทใหญ่ ๆ ปัจจุบันมุ่งไปเรื่องการสร้างห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) หากบริษัทเล็กมัวแต่ห่วงเรื่องต้นทุนอย่างเดียวคงไม่ได้ คงต้องมุ่งไปในเรื่องการสร้างคุณค่าด้วย ตอนนี้ใน ต่างประเทศกำลังตื่นตัวกับเรื่องการสร้าง ห่วงโซ่คุณค่า ความไม่แน่นอนคือความแน่นอน ใครปรับตัวได้คือคนที่อยู่รอด

สายเรือทนขาดทุนไม่ไหว

ปรับขึ้นค่าระวางขนส่งถ้วนหน้า

นายวิรัช นอบน้อมธรรม กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอ็กคู่ไลน์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ประกอบการขนส่งระหว่างประเทศทางเรือ กล่าวว่า ธุรกิจโลจิสติกส์ไทยในปีนี้ โดยรวมจะดีขึ้นจากเทรนด์ปลายปีที่ผ่านมา ที่การส่งออกเพิ่มขึ้นมาอยู่ในระดับเดือนละ 14,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เทียบกับช่วงต้นปี 2552 ที่การส่งออกดิ่งเหลือเดือนละ 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ในด้านสถานการณ์การขนส่งทางเรือ ค่าขนส่งเริ่มปรับขึ้นกันถ้วนหน้า เพราะ ผู้ประกอบการขนส่งทางเรือระหว่างประเทศทนขาดทุนไม่ไหว และมีแนวโน้มปรับขึ้นอีกในอนาคตอันใกล้ โดยใช้วิธีเพิ่มพื้นที่ระวางเรือเพียงเล็กน้อย เพื่อเพิ่มค่าขนส่ง ทั้งนี้ การขนส่งทางเรือในแถบเอเชียล่าสุดปรับค่าขนส่งขึ้นไปแล้ว 10% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2552 และในเร็ว ๆ นี้จะปรับขึ้นอีก 5% เส้นทางเอเชีย-ยุโรป ค่าขนส่งล่าสุดในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาเพิ่มขึ้น 30% เป็นตู้ละ 1,500 เหรียญสหรัฐ (ตู้ 20 ฟุต) จากช่วงไตรมาส 3 ปี 2552 ที่ตู้ละ 1,000 เหรียญสหรัฐ และเส้นทางเอเชีย-สหรัฐ (ฝั่งแปซิฟิก) ค่าระวางขนส่งยังทรงตัว แต่เริ่มดีขึ้นเล็กน้อย เป็นตู้ละ 1,400-1,500 เหรียญสหรัฐ (ตู้ 40 ฟุต) จากช่วงไตรมาส 3 ตู้ละ 1,300-1,400 เหรียญสหรัฐ

ทางด้านราคาน้ำมันในปีนี้ ตนมองว่า เทรนด์ราคาเพิ่มขึ้นแน่ แต่ไม่มาก เพราะสภาพเศรษฐกิจยุโรปสหรัฐอเมริกายังไม่ฟื้นตัว โดยเฉพาะยุโรป สภาพเศรษฐกิจแย่ ไม่เติบโตเลย ราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นในขณะนี้ มาจากสภาพอากาศหนาวเย็นมากกว่า ส่วนทิศทางค่าเงินบาทนั้น ปัจจุบัน หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องยังไม่ออกมาฟันธงเลยว่า จะอยู่ในระดับต่ำสุด-สูงสุดเท่าใด ทำให้นักธุรกิจคาดการณ์ลำบากมาก

หน้า 11

ที่มา : prachachat.net



   หรือ กดปุ่ม Ctrl+P (หรือคลิกที่เมนู File และ Print ของโปรแกรมเว็บเบราเซอร์) เมื่อต้องการพิมพ์เครื่องพิมพ์

SIAMHRM.COM : ศูนย์รวมข้อมูลด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์
Web Partner : JOBSIAM.COM | FREEJOBTHAI.COM | JOBDUZY.COM