หาโอกาสในวิกฤต กับนักคิดระดับโลก Tony Buzan




ได้ชื่อว่าเป็นนักคิดระดับโลก แม้ว่าการเยือนเมืองไทยของ "โทนี่ บูซาน" ผู้คิดค้น Mind Maps อันโด่งดังในครั้งนี้จะเป็นครั้งที่ 3 แล้วก็ตาม แต่ซีอีโอผู้บริหารจำนวนมากก็ยังสนใจเข้าฟังสัมมนากันเนื่องแน่น

"โทนี่ บูซาน" จัดเป็นกูรูนักคิดผู้ยิ่งใหญ่ในการพัฒนาพลังสมอง และพลังความคิดในหลายๆ ด้าน การพูดถึงการพัฒนาวิธีคิดรูปแบบใหม่ เพื่อให้คนไทยก้าวทันกับโลกยุคใหม่ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว หรือในโลกที่กำลังสู่ภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจชนิดหลีกเลี่ยงไม่ได้ จึงเป็นประเด็นที่อยู่ในความสนใจของคนทุกคน

อะไรคือแนวทางความคิดที่ชาญฉลาดในตัวเราที่จะเอาตัวรอดจากวิกฤตในครั้งนี้

แล้วเราจะดึงศักยภาพนั้นมาใช้ได้อย่างไร ?

หนทางหรือวิธีคิดที่เหมาะสมกับโลกยุคใหม่นี้เป็นอย่างไร โทนี่ บูซาน ได้ตั้งคำถามและชี้ให้เห็นถึงความสำคัญในการปรับเปลี่ยนวิธีคิด เพื่อให้ทุกคนเป็นคนใหม่ที่ทันยุคทันสมัย

ปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา "โทนี่ บูซาน ได้เปลี่ยนห้องสัมมนาเล็กๆ ย่านรัชดาฯให้เป็นห้องเรียนของมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด เริ่มต้นด้วยคำอธิบายถึง หลักการของ Mind Maps ว่าเป็นเครื่องมือในการจัดระบบความคิดที่มีประสิทธิภาพสูงสุดและเรียบง่ายที่สุด เปรียบเสมือนแผนที่เมืองใหญ่ๆ โดยแก่นแกนเป็นเสมือนศูนย์กลางของเมือง เป็นหัวเรื่องหลักหรือประเด็นสำคัญที่สุด จากนั้นก็มีถนนสายหลักต่างๆ วิ่งออกไปจากจุดศูนย์กลาง เปรียบได้กับความคิดหลักที่เกี่ยวข้องกับ หัวเรื่อง เรียกว่า "กิ่งแก้ว" แล้วมีถนนสายรองๆ ลงไป คือ ความคิดที่สำคัญรองๆ ลงไปลดหลั่นต่อไปเรื่อยๆ เรียกว่า "กิ่งก้อย" ส่วนรูปสัญลักษณ์ต่างๆ จะแสดงถึงประเด็นความคิดที่น่าสนใจเป็นพิเศษ

ก่อนที่จะพูดถึงความฉลาดที่ลงลึกไปในรายละเอียด "โทนี่ บูซาน" ได้ทดสอบความคิดสร้างสรรค์ของผู้เข้าร่วมสัมมนา โดยให้เขียนถึงคลิปหนีบกระดาษ ว่าสามารถ ใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง และไม่สามารถ ใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง โดยแบ่งคนออกเป็น 2 กลุ่มเพื่อโต้วาทีกัน

โดยให้ทำควบคู่ไปกับแบบทดสอบอีก อันหนึ่ง นั่นคือให้เขียนถึงระบบสุริยจักรวาลที่มีดวงอาทิตย์อยู่ตรงกลางแล้วไล่ตามความใกล้ไกล

บททดสอบแรกดูเหมือนจะง่าย แต่ผู้เข้า ร่วมสัมมนากว่า 80 เปอร์เซ็นต์ไม่สามารถที่จะตอบคำถามเหล่านี้ได้ ซึ่งโทนี่ บูซานได้โยงเรื่องนี้ไปสรุปในตอนท้ายว่า ถ้าทุกคนมีความคิดสร้างสรรค์ สนใจใฝ่หาความรู้ในทุกๆ เรื่องแล้วเชื่อมโยงความรู้ต่างๆ เข้าด้วยกันได้ คำว่าทำไม่ได้ก็จะไม่มี เช่นเดียวกับคลิปหนีบกระดาษ ถ้าเราจะมองให้มันทำอะไรได้มันก็ทำได้หมด แม้กระทั่งอาหารที่รับประทานเข้าไปคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ก็สามารถมองว่ามีความเป็นไปได้หากสิ่งที่นำมาทำคลิปเป็นสิ่งที่รับประทานได้ เช่น ทอง

"เป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่ชอบมองหาข้อแก้ตัวและมองทุกอย่างเป็นลบ ทำให้สมองของเรามีปัญหาในการคิดสร้างสรรค์"

"โทนี่ บูซาน" บอกว่า ทุกคนเกิดมามีคู่มือที่ดีเยี่ยมติดตัวมาอยู่แล้ว นั่นคือสมอง แต่ไม่มีวิธีการใช้ที่ดี วันนี้จึงต้องมาแนะนำการใช้สมองอย่างชาญฉลาด

"ทุกครั้งที่เห็นสิ่งที่ดี สิ่งที่เป็นเลิศ ให้เก็บสิ่งที่ดีๆ เหล่านั้นไว้"

นั่นคือเคล็ดลับในการพัฒนาคลังสมองยอดเยี่ยมที่ "โทนี่ บูซาน" สอดแทรกเข้ามาระหว่างงานสัมมนา

"โทนี่ บูซาน" เล่าว่า ในประเทศอังกฤษมีการศึกษาถึงการใช้ความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ ปรากฏว่าเด็กก่อนวัยอนุบาลมีเปอร์เซ็นต์ของการแก้ปัญหาต่างๆ โดยใช้ความคิดสร้างสรรค์สูงถึง 95% พอมาถึงเด็กในระดับประถม การแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ลดลงเหลือ 75% พอจบ มหาวิทยาลัยคะแนนความคิดสร้างสรรค์ในการแก้ปัญหาก็ลดลงอีกเหลือ 25% เมื่อถึงวัยทำงานคะแนนความคิดสร้างสรรค์ในการแก้ปัญหาตกฮวบเหลือเพียง 10% เท่านั้น

นี่คือข่าวร้ายที่เกิดขึ้นและอยากให้จบลงตรงนี้ "โทนี่ บูซาน" บอกสิ่งที่คาดหวัง เพราะเขาเห็นว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นปกติไม่ได้เป็นไปตามหลักธรรมชาติ แต่เกิดขึ้นจากการฝึกฝนที่ทำให้การทำงานของสมองแย่ลงในเรื่องความคิดสร้างสรรค์

"วันนี้ทุกคนต้องตั้งเป้าหมายว่า ทุกวัน ทุกวินาทีของชีวิตจะต้องให้มีความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น เช่นเดียวกับจีเนียสที่มี ความคิดสร้างสรรค์เกิดขึ้นตลอดเวลา"

"เด็กรุ่นใหม่เติบโตขึ้นมาอยู่ในยุคของการจัดการความรู้ เมื่อปีที่แล้วที่สิงคโปร์มีการประชุมเรื่องนวัตกรรมการจัดการความรู้ แต่นั่นยังใช้ไม่ได้เพราะมีอะไรที่สำคัญมากกว่าการจัดการเรื่องความรู้"

มาถึงตรงนี้โทนี่หยุดแล้วถามว่า "อะไรที่สำคัญกว่าความรู้ ?"

คำตอบคือตัวผู้จัดการความรู้ หรือสมอง

สมองพันล้านเซลล์ชอบในเรื่องของสี สีช่วยกระตุ้นการทำงานของสมอง แต่คนทั่วไปนิยมใช้สีเดียว ทำให้เกิดความน่าเบื่อ เมื่อสมองเบื่อ สมองก็จะหลับ ไปเฉยๆ

ถ้าเราคิดว่าเราอยู่ในยุคของความชาญฉลาด เราจะต้องคิดอย่างชาญฉลาด เราจะต้องเป็นเพื่อนที่ดี เป็นโค้ชที่ดีให้กับตัวเราเอง มั่นศึกษาค้นคว้าสิ่งต่างๆ ต้องใช้พลังสมองทุกส่วนทำงาน ทั้งการศึกษา การเมือง เศรษฐกิจ สังคม

"โทนี่ บูซาน" ยกตัวอย่างบารัก โอบามา ที่ดูเป็นคนที่มีความสุข มีความเชื่อมั่น มีความคิดสร้างสรรค์ในการแก้ปัญหาต่างๆ เพราะเขารู้จักใช้สมองอย่างชาญฉลาด ใช้ในลักษณะพหุปัญญา ซึ่งขณะนี้หลายบริษัทเริ่มเข้าใจการจัดการความรู้ การจัดการสมอง เริ่มนำเรื่องของสีมาใช้ทั้งในเรื่องการทำงาน เรื่องแผนที่ความคิดเพื่อพัฒนาสมองของพนักงาน ไม่ว่าจะเป็นไมโครซอฟท์หรือไอบีเอ็มก็ปฏิบัติเช่นนี้

หากจะถามถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน การล้มละลายขององค์กรต่างๆ เกิดจากอะไร คำตอบคือ เกิดจากการล้มละลายทางความคิดของเรา การที่ไม่มีความคิดในการแก้ปัญหา ฉะนั้นทุกบริษัทจำเป็นต้องมีคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ที่ดี จึงจะสามารถเผชิญกับปัญหาต่างๆ ได้

"โทนี่ บูซาน" บอกว่า ในทุกบริษัทมีอักษรอยู่ 2 ตัว ตัวแรก คืออันตราย หรือวิกฤต ตัวที่ 2 คือโอกาส

ฉะนั้น ทุกวิกฤตขององค์กรมีโอกาส

ยกตัวอย่างประเทศจีน ในปีนี้มีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 6% ซึ่งถือว่ามหาศาล แต่ทุกคนมุ่งไปมองว่าเป็นการเติบโตที่ลดลง ทำให้เสียโอกาส หากลองมองย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์ จะพบว่าโอกาสดีๆ มักเกิดขึ้นในช่วงวิกฤต

นักคิดจะมองวิกฤตว่าเป็นโอกาสเสมอ เพราะทุกคนอยู่ในภาวะตื่นตระหนก ถ้าคุณคิดอย่างชาญฉลาดจะหาโอกาสได้ ฉะนั้นจึงต้องเรียนรู้จากความผิดพลาด แล้วเรียนรู้ที่จะคิดสิ่งใหม่ คนที่มีสมองจำเป็นต้องลงทุน ในยุควิทยาการสมัยใหม่มองว่า การมีสุขภาพที่ดี มีสุขภาพจิตที่ดี จะทำให้สุขภาพสมองดีด้วยเช่นกัน ดังนั้นจะต้องลงทุนทำให้สุขภาพดีก่อน ขณะเดียวกันก็ต้องสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับคนอื่นไปพร้อมๆ กันด้วย

มันสมองของเราไม่ได้อยู่ในกล่องสี่เหลี่ยมแต่มันเป็นเมล็ดพันธุ์พืชที่มีอยู่เป็นสวน และพืชเหล่านี้ต้องการน้ำ ต้องการแสงอาทิตย์ นั่นคือสมองต้องการกระตุ้น ต้องการการบำรุงให้เติบโต

สมองต้องการการเรียนรู้ตลอดชีวิต ต้องเปิดสมองรับรู้เรื่องต่างๆ ตลอดเวลา แล้วขยายขอบเขตไปเรื่อยๆ ไม่ใช่รู้ลึกอยู่เพียงเรื่องสองเรื่องจะทำให้เราเหมือนอยู่ในอุโมงค์ แต่ต้องเรียนรู้ในทุกๆ เรื่อง เพราะจะเป็นการส่งเสริมซึ่งกันและกัน ดังเช่นที่ ลีโอนาร์โน ดาวินซี กล่าวไว้ว่าเราต้องตระหนักว่าทุกสิ่งทุกอย่างเชื่อมโยงกันได้

โทนี่ บูซาน บอกอีกว่า ทุกคนเป็นวิศวกร เป็นศิลปินที่มีความเป็นเลิศในตัว ในทางธุรกิจก็เช่นเดียวกัน วันหนึ่งประเทศหนึ่งพยายามก๊อบปี้สิ่งที่ดีที่สุดของโลก แต่ถูกเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ผ่านไป 5 ปี ทุกบริษัทต้องลอกเลียนแบบญี่ปุ่น

การลอกเลียนแบบแล้วพัฒนาปรับปรุงให้ดีขึ้น ตรงนี้ก็คือความคิดสร้างสรรค์ของตัวเราเอง วันนี้จึงอยากให้ทุกคนหันกลับไปมองว่าในยุคเศรษฐกิจถดถอยคราวที่แล้วใครทำอะไรดีที่สุด แล้วลอกเลียนแบบเขาแล้วพัฒนา อย่าก๊อบปี้

ลีโอนาร์โน ดาวินซี บอกว่า เราต้องสังเกตแล้วศึกษา วิเคราะห์ จากนั้นจึงก๊อบปี้ แล้วปรับปรุง ผลงานของเขาเกิดจากการก๊อบปี้ธรรมชาติแล้วพัฒนาให้ดีขึ้น

การที่ผู้นำหรือผู้จัดการจะนำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จได้นั้น "โทนี่ บูซาน" บอกว่า ผู้นำจะต้องมีคุณสมบัติหลักๆ 10 ข้อ 1.ผู้นำผู้จัดการที่ดีจะต้องมีความฝันในการนำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จ นั่นคือจะต้องมี วิสัยทัศน์ 2.จะต้องมุ่งมั่นทำความฝันนั้นให้เป็นจริง 3.ต้องเชื่อว่าทีมงานจะต้องทำ ความฝันของเขาให้เป็นจริงได้เช่นกัน และทีมก็ต้องเชื่อในตัวผู้นำว่าสามารถที่จะทำความฝันนั้นให้เป็นจริงได้

วิกฤตที่เกิดขึ้น สิ่งที่ทุกคนเห็น คือคนในองค์กรขาดความเชื่อมั่นทั้งในตัวผู้นำและตัวทีมงาน

4.ต้องศึกษาสิ่งที่ดีที่สุดแล้วลอกเลียนแบบเพื่อนำองค์กรไปสู่สิ่งที่ดีที่สุด ยกตัวอย่างบารัก โอบามา ก่อนที่เขาจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำระดับโลกในวันนี้ เขาอ่านหนังสือผู้นำที่ดีที่สุดมากมายเพื่อเรียนรู้สิ่งที่ดีที่สุดแล้วลอกเลียนแบบ

5.ต้องมีความสามารถในการเรียนรู้ การใช้ภาษา การใช้ตัวเลข ใช้ความคิด

6.ต้องใช้สมองทั้ง 2 ด้านให้เห็นภาพต่างๆ ที่เชื่อมโยงกัน

7.ต้องมีความรักในงานในหน้าที่ของตัวเอง รู้สึกว่าสิ่งที่ตัวเองทำอยู่เป็นสิ่งที่มีคุณค่าและยิ่งใหญ่มากในชีวิต

8.ต้องมีความรู้

9.เป็นผู้มีพหุปัญญา

และสุดท้าย 10.จะต้องสามารถยืนหยัดต่อสู้ นั่นคือเราจะต้องมีสุขภาพที่ดีทั้งกายและใจ จึงจะสามารถรองรับพลังสมองได้

ในโลกที่มีปัญหาไม่มีที่สิ้นสุด ก็มีคำตอบที่ไม่มีที่สิ้นสุดเช่นกัน ฉะนั้นจึงไม่มีปัญหาอะไรที่แก้ไม่ได้ ต้องใช้สมองหาโอกาสในวิกฤต หาคนที่ดี ที่ใช่ แล้วก๊อบปี้ แล้วคุณจะหาคำตอบของทุกอย่างได้ไม่ยาก

หน้า 25

ที่มา : matichon.co.th


   หรือ กดปุ่ม Ctrl+P (หรือคลิกที่เมนู File และ Print ของโปรแกรมเว็บเบราเซอร์) เมื่อต้องการพิมพ์เครื่องพิมพ์

SIAMHRM.COM : ศูนย์รวมข้อมูลด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์
Web Partner : JOBSIAM.COM | FREEJOBTHAI.COM | JOBDUZY.COM