ค้นหางาน ตำแหน่งงาน:
กลุ่มงาน : ประเภท :  
 ภาค:
ค้น:



Google Groups สมัครสมาชิกไปยัง กลุ่มบริหารทรัพยากรมนุษย์ ประเทศไทย
อีเมล์:
ดูเอกสารที่เก็บรวบรวมไว้ ที่ groups.google.co.th
ร่วมสนทนาแลกเปลี่ยนความรู้ เอกสาร และประสบการณ์ทำงาน ไม่จำกัดสาขาอาชีพ


จะทำอย่างไรให้พนักงานอยู่และทำงานให้กับบริษัทยาวนานยั่งยืน

จะทำอย่างไรให้พนักงานอยู่และทำงานให้กับบริษัทยาวนานยั่งยืน | ข้อมูลด้านการบริหารจัดการ โดย SIAMHRM.COM :- ข้อมูลเกี่ยวกับ จะทำอย่างไรให้พนักงานอยู่และทำงานให้กับบริษัทยาวนานยั่งยืน, บทความ จะทำอย่างไรให้พนักงานอยู่และทำงานให้กับบริษัทยาวนานยั่งยืน, ตัวอย่าง

นั่นคือ การนำ เอ็ม เอส ไอ จี ก้าวเป็นที่หนึ่งในใจลูกค้า (Customer Of Choice) และเป็นที่หนึ่งในใจพนักงาน ( Employer of Choice)


ถามว่าในชีวิตเคยคิด เคยฝันจะก้าวถึงตำแหน่งนี้หรือไม่?


รัฐพล กิติศักดิ์ไชยกุล กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เอ็ม เอส ไอ จี ประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ยอมรับว่า "เคย" เมื่อสมัยมีอายุประมาณสามสิบต้นๆ ซึ่งในความเป็นตัวเขาเองนั้นเป็นคนที่ไม่หยุดนิ่ง และมุ่งมั่นทำงานภายใต้จิตสำนึกเจ้าของกิจการ (Sense of Ownership) อย่างเสมอมา


The Show Must Go On ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น สำหรับรัฐพลแล้ว ก็คือต้องทำหน้าที่นำเอ็ม เอส ไอ จี บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้


สิ่งที่เขาคิดถึงก็คือ "ความยั่งยืน" จะทำอย่างไรบริษัทจะมีการเติบโตอย่างยั่งยืน จะทำอย่างไรให้พนักงานอยู่และทำงานให้กับบริษัทยาวนานยั่งยืน


"ธุรกิจประกันวินาศภัยแตกต่างจากธุรกิจอื่น การจะไปตั้งเป้าต้องเป็นหนึ่งใน Top Rank คงทำไม่ได้ เพราะในทางกลับกัน การรับประกันเยอะๆ ที่สุดมันมีสิทธิที่จะขาดทุนได้ ธุรกิจเราไม่เหมือนบริษัทการผลิตที่เมื่อผลิตเท่าไหร่ ก็หมายถึงกำไรที่ชัดเจน"


ความมั่นคง และความยั่งยืน ของเอ็ม เอส ไอ จี ขึ้นอยู่กับความประทับใจ การเป็นที่หนึ่งในใจลูกค้าและพนักงานต่างหาก


อย่างไรก็ดี ในการสัมภาษณ์ก็พบว่าเป้าหมายทางฝั่งธุรกิจของเขามีตัวเลขที่ค่อนข้างที่ชัดเจน นั่นคือ


"ผมตั้งใจจะทำให้ตัวเลขไปถึง 5 พันล้านบาท ภายในปี 2558 ให้ได้ "


ทำอย่างไรเป้าหมายทั้งสองจะประสบความสำเร็จ คงต้องอาศัยหลายกลยุทธ์ แต่วิธีที่เขามุ่งเน้นและให้ความสำคัญก็คือ การปลุกความฮึกเหิมของพนักงานทุกคน เพื่อสร้างแนวร่วมและทีมเวิร์ค


"ในช่วงน้ำท่วมผมได้พูดคุยกับพนักงานที่มีทั้งหมดกว่า 400 คน เพราะบริษัทเราช่วงนั้นแทบทำงานไม่ได้เพราะถูกน้ำบล็อกไว้ เลยเป็นโอกาสให้ผมแนะนำตัวเองให้พนักงานได้รู้จัก ซึ่งบางคนอาจไม่เคยรู้จักด้วยซ้ำว่าผมเป็นใคร ผมได้สื่อสารกับพวกเขาถึงทิศทางของบริษัทในอนาคต และชักชวนให้เขาร่วมใจกันทำงาน เนื่องจากความสำเร็จขึ้นอยู่กับพนักงานทุกคน ซึ่งเมื่อทุกคนเป็นส่วนหนึ่ง ก็ต้องมาร่วมกันภาคภูมิใจกับการเติบโตของบริษัท"


รัฐพลบอกว่าเหตุการณ์ครั้งนั้นถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี และแน่นอนว่าข้อความดังกล่าวไม่ได้สื่อสารเพียงแค่ครั้งเดียว แต่เขาพยายามถ่ายทอดไปยังพนักงานอยู่เสมอ


"โชคดีผมมีคุณอรรณพ นายเก่าเป็นผู้ให้ความรู้ ให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิดในช่วงต้น ๆ แต่สิ่งที่ผมทำตลอดปี 55 ก็คือ การเดินทางไปพบกับพนักงานทั่วประเทศเกือบครบทุกสาขา พยายามไปเจอเขาให้บ่อยขึ้น นั่งคุยกับพวกเขาให้บ่อยขึ้น ซึ่งพนักงานก็พูดว่านี่เป็นครั้งแรกที่ซีอีโอลงไปนั่งคุยกับเขา นั่งกินข้าวกับเขา พวกเขาเองก็ต้องการให้เราไปคุยกับเขา ให้ไปเรียนรู้จากเขาบ้าง และ การที่ผมทำอย่างนั้นได้ทำให้เห็นประโยชน์หลายอย่าง ที่สำคัญก็คือ ผมได้ใจพนักงาน"


ในปีที่ผ่านมา เอ็ม เอส ไอ จี มีการเติบโตขึ้นถึง 20 เปอร์เซ็นต์ รัฐพลบอกว่าส่วนหนึ่งเป็นอานิสงส์ของน้ำท่วม แต่อีกส่วนหนึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นเพราะพนักงานที่มองเห็นทิศทางของบริษัทชัดเจนขึ้น


อีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ถือว่าเป็นหมัดเด็ดของซีอีโอที่ชื่อรัฐพลก็คือ การพยายามสร้างบรรยากาศของสังคมที่เปิดกว้าง ด้วยการแชร์ไอเดีย ด้วยการถกเถียง (ในวงเล็บที่ว่าตัวเขาเองก็เป็นคนชอบโต้เถียง แต่อย่างมีเหตุมีผล)


"ผมจะบอกพนักงานทุกคนว่าเถียงผมได้ทุกเรื่อง แต่ถ้าเถียงผมไม่ชนะต้องยอมผม ถามว่าผมเคยแพ้หรือเปล่า เคย เพราะลูกน้องผมบางคน เขาจะเตรียมพร้อมโดยมีข้อมูลอ้างอิงอย่างมีเหตุผลว่าทำไมจึงต้องทำอย่างนั้น คุยแค่ห้านาทีก็จบ แต่บางคนไม่มีอะไรมาเลย เขาก็ต้องตอบคำถามผมให้ได้ก่อนผมถึงจะเซ็นอนุมัติให้ ถัาเขาหาข้อมูลไม่ได้ เขาต้องยอมรับ ซึ่งผมว่านี่เป็นวิธีการสอนคนที่ดีมาก"


รัฐพลต้องการให้พนักงานทุกคนได้มีส่วนร่วม และได้เป็นเจ้าของในทุกๆ โครงการ ดังนั้นจึงต้องอาศัยการถกเถียงหาผลสรุปว่าที่สุดจะเกิดขึ้นได้หรือไม่


"ในการถกเถียงผมจะบอกว่าตัวผมต้องการอะไร และให้พวกเขามาหารือว่าแล้วมันจะเกิดขึ้นได้อย่างไร พนักงานทุกคนจะต้องมีทัศคติที่ดีพร้อมจะเติบโตไปด้วยกัน และอย่าบอกว่าทำไม่ได้หรอก เพราะสิ่งที่ผมจะพูดกลับทันทีก็คือ ถ้าคุณทำไม่ได้ผมจะหาคนมาทำให้ ก็มีคนลาออกไปหลายคน"


ขณะที่รัฐพลมองว่า อนาคตของธุรกิจยังขึ้นอยู่กับทักษะของพนักงานอีกด้วย ในความคิดของเขาก็คือ เพื่อความยั่งยืนของธุรกิจ พนักงานจำเป็นต้อง Back to Basic หรือต้องไปศึกษา ความรู้ที่เป็นพื้นฐานหลักดั้งเดิม


"การแข่งขันที่สูงขึ้นในธุรกิจประกันวินาศภัย มีความจำเป็นมากที่พนักงานต้องกลับไปนั่งเรียนเรื่องการประกันภัยในระดับพื้นฐาน จะแค่อาศัยประสบการณ์ในการพิจารณารับประกัน แต่ละเคสก็ยัง ไม่ลึกพอ เพราะแต่ละธุรกิจมีธรรมชาติ และความเสี่ยงที่แตกต่างกันอยู่มาก และเดี๋ยวนี้ไม่ว่าอะไรก็สามารถทำประกันได้หมด ดังนั้นพนักงานต้องรู้รายละเอียดต่างๆ มากพอสมควร และต้องขยันไปเยี่ยมไซด์งานบ่อย ๆ"


การมองภาพแบบองค์รวม รัฐพลก็บอกว่ามีความสำคัญ ในการทำงานให้สำเร็จได้อย่างลื่นไหล ย่อมต้องอาศัยการทำงานแบบคิดถึงทั้ง "ตัวเรา" และ"ตัวเขา" คือต้องคิดตั้งแต่หนึ่งถึงสิบ เมื่อทำอะไรตรงนี้ต้องคิดว่ามันอาจสร้างผลกระทบต่อแผนกอื่น หรือต่อบริษัทหรือไม่


เขาบอกว่าตลอดระยะเวลาที่นั่งบริหารมา เอ็ม เอส ไอ จี มีการเปลี่ยนแปลงทั้งภาพลักษณ์ภายนอกที่มองเห็นได้ว่ามีความทันสมัยขึ้น รวมไปถึงกระบวนการทำงานภายใน คำถามก็คือ ในการเปลี่ยนแปลงเกิดแรงต้านของพนักงานหรือไม่


"บริษัทเรามีการทำสำรวจ Engagement ของพนักงานปีเว้นปี ซึ่งปีที่แล้วเราก็ทำ และผลก็คือ เอ็ม เอส ไอ จีประเทศไทยมีคะแนนดีที่สุดเลยในระดับภูมิภาค"


ซึ่งในที่นี้เขาก็ยอมรับว่ายังมีอยู่หลายหัวข้อที่ เอ็ม เอส ไอ จีประเทศไทย ยังทำได้ไม่ดี คะแนนยังอ่อนซึ่งก็ต้องวิเคราะห์หาสาเหตุเพื่อหาแนวทางในการแก้ไขต่อไป

 

ที่มา bangkokbiznews.com




ลงวันที่ 28/05/2013 10:28:16
จำนวนผู้ชม 2495
ครั้ง




ข้อมูลบทความในหมวดหมู่เดียวกัน

สมาชิกเข้าสู่ระบบ

Username :

Password  :

เลือกประเภท:




คุณลืม Username/Password?

สมาชิกลงทะเบียน (ฟรี)


กรุณาเข้าระบบก่อนใช้งานทุกครั้ง


ค้นหาตำแหน่งงาน


Web
siamhrm.com
jobsiam.com

ติดต่อเรา

สยามเอชอาร์เอ็ม
เวลาเปิดทำการ 9.00-17.00 น.(จ-ส)



หมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี:
หมายเลข 13 หลัก 0992001714965


พานิชย์อิเลคทรอนิกส์ :
0101549820078

เข้าสู่ปีที่ 18
เว็บไซต์หางาน สมัครงาน


มั่นใจ ในบริการของเรา.

Follow us




อัพเดท วันที่ 23 พฤศจิกายน 2560

ผู้ใช้งาน 44772 บริษัท
ผู้ฝากประวัติ (Resume) 127871 คน