ค้นหางาน ตำแหน่งงาน:
กลุ่มงาน : ประเภท :  
 ภาค:
ค้น:



Google Groups สมัครสมาชิกไปยัง กลุ่มบริหารทรัพยากรมนุษย์ ประเทศไทย
อีเมล์:
ดูเอกสารที่เก็บรวบรวมไว้ ที่ groups.google.co.th
ร่วมสนทนาแลกเปลี่ยนความรู้ เอกสาร และประสบการณ์ทำงาน ไม่จำกัดสาขาอาชีพ


เลือกวิธีแบบไหน ? ในการบริหารงาน

เลือกวิธีแบบไหน ? ในการบริหารงาน | ข้อมูลด้านการบริหารจัดการ โดย SIAMHRM.COM :- ข้อมูลเกี่ยวกับ เลือกวิธีแบบไหน ? ในการบริหารงาน, บทความ เลือกวิธีแบบไหน ? ในการบริหารงาน, ตัวอย่าง

เคยฟังรายการโต้วาที 9 ยกกำลัง 9 ใช้หัวเรื่องว่า "บริหารอย่างไร ใช้วินัยหรือเมตตา" นอกจากจะมีสาระในแง่การบริหารงานบุคคลแล้ว ฟังแล้วก็ครึกครื้นดี เพราะทั้งสองทีมฝ่ายเสนอและฝ่ายค้านปากจัดพอๆ กัน แม้ทั้งสองฝ่ายจะยกเหตุผลมาสนับสนุนฝ่ายของตนและโจมตีของอีกฝ่ายได้ดีหรือมันเพียงไร ก็ไม่มีการตัดสินใจแพ้ชนะตามประสาการโต้วาทีเอาเงินไม่ใช่ชิงถ้วยหรือโล่รางวัลเกียรติยศใดๆ แต่ต้องยอมรับว่าทั้งสองฝ่ายต่างมีคารมคมคายลูกชนลูกโต้แพรวพราวด้วยกันทั้งคู่
แล้วถ้าถามผู้เขียนว่าในโลกของความเป็นจริง ผู้เขียนว่าการบริหารนั้นควรจะใช้วินัยหรือเมตตาเป็นหลัก ผู้เขียนก็คงตอบไม่ได้ในลักษณะชี้ขาดอีกเหมือน กัน เพราะในการบริหารนั้นต้องใช้ทั้งสองทางควบคู่กันไปทั้งวินัยและเมตตา นักบริหารต้องมีทั้งพระเดชและพระคุณ จะใช้ทางใดเพียงทางหนึ่งคงไม่ได้ เพราะการปกครองหรือบริหารบังคับบัญชานั้นเป็นศิลปะ ไม่สามารถใช้สูตรแน่นอนตายตัวได้
ถ้านักบริหารคนใดใช้วินัยหรือพระเดชอย่างเดียว แน่นอนอาจจะดูเป็นเข้มแข็ง เด็ดขาด ผู้ใต้บังคับบัญชามีความเป็นระเบียบเรียบร้อย ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์อย่างเคร่งครัด แต่ก็แน่นอนอีกเหมือนกันที่คนเหล่านั้นก็คงจะอึดอัดทำงานรู้สึกจิตใจไม่ปลอดโปร่งเผลอๆ อาจจะรู้สึกว่าถูกกดขี่บีบบังคับไปโน่น
ส่วนผู้ที่นิยมใช้แต่พระคุณ ก็คงจะเป็นที่รักใคร่ของบ่าวไพร่บริวาร หรือผู้ใต้บังคับบัญชา ก็คนมีเมตตานี่ใครๆ ก็ย่อมพอใจ แต่อาจจะไม่ยำเกรงสั่งให้ทำอะไรก็คงทำบ้างไม่ทำบ้าง เพราะแน่ใจว่าอย่างไรเจ้านายก็ให้อภัย ไม่เคยเห็นท่านเคยดุใคร ลูกน้องก็จะอยู่ตามสบายใจและอาจสบายกาย รวมทั้งสบาย แรงด้วย ทำให้คำว่าประสิทธิภาพหรือประสิทธิผลไม่เกิดขึ้น
เพราะฉะนั้น นักบริหารงานบุคคลหรือผู้นำองค์กรที่ต้องการความสำเร็จในการบริหาร คงจะเป็นไปในทางใดทางหนึ่งเพียงทางเดียวคงไม่ได้ ต้องเอาทั้งสองอย่างคือมีทั้งพระเดชและพระคุณ ส่วนเมื่อใดจะใช้วินัยและเมื่อไรจะใช้เมตตา ก็ขึ้นอยู่กับตัวบุคคลผู้เป็นลูกน้องและสถานการณ์ที่เป็นอยู่ เช่น ที่ทำงานเริ่มงาน 08.00 น. ลูกน้องเราบางคนมาสายเป็นประจำ เรียกว่าแทบไม่เคยมาก่อนเพลงชาติบรรเลงเลย วันไหนมาทันร้องเพลงชาติละก็ เพื่อนฝูงก็ล้อเลียนเป็นที่ครึกครื้น แบบนี้คนเป็นนักบริหารก็ต้องใช้พระเดชละครับ จะแผ่เมตตาโดยทำเป็นไม่เห็น ทั้งๆ ที่เดินผ่านหน้าเราเวลา 8 โมงกว่าแก่ๆ บ่อยๆ คงไม่ได้ ต้องเรียกมาตักเตือน กำชับกำชาแล้วถ้ายังไม่เชื่อก็อาจถึงขั้นลงโทษตัดเงินเดือนไม่ขึ้นเงินเดือน
ถ้าปล่อยตามสบาย ไม่กล้าใช้พระเดชแก้ไข พฤติกรรม ไปๆ มาๆ ที่ทำงานของเราก็อาจมีคนมาสายมากขึ้น เพราะเห็นตัวอย่างว่าไม่เป็นไรเจ้านาย ไม่เอาเรื่อง หรือถึงจะเอาเรื่องก็คงจะเถียงได้ นักบริหารที่ดีนั้น ต้องจำแนกลูกน้อง คนไหนขยันขันแข็งทำตัวเป็นคนดี มีวินัยด้วยตนเอง นานๆ เผลอพลาดพลั้งหรือเผอเรอแหกกฎผ่าระเบียบไปบ้าง ก็ทำเป็นไม่เห็นเสียบ้างก็น่าจะได้ และน่าจะดีด้วย ไม่ใช่ไม่รู้ล่ะ ใครอย่าพลาดให้ข้าเห็นนะเป็นฟันไม่เลี้ยง ให้รู้ซะบ้างว่าข้านี่เฮี้ยบนะ แต่ถ้าคนไหนเบี้ยวเป็นประจำทำผิดเสมอๆ ไม่เคารพกฎเกณฑ์อะไรเลย คนพรรค์อย่างนี้ไปมัวใช้เมตตาหรือพระคุณก็คงเละครับ
นักทฤษฎีการเมืองคนหนึ่งเคยกล่าวไว้ว่า "อำนาจเท่านั้นจึงจะบังคับไม่ให้คนทำชั่วได้" คนเป็นหัวหน้านั้นคงไม่มีใครอยากให้ลูกน้องเรียก "จอมเผด็จการ" หรือในทางตรงกันข้ามก็ไม่อยากให้ใครต่อใครเห็นว่าเป็นผู้นำที่อ่อนแอปกครองลูกน้องไม่ได้ การใช้วินัยหรือเมตตาต่อบุคคลที่เป็นลูกน้องตามความเหมาะสมของพฤติกรรมของเขานั้น น่าจะทำให้บารมี ความเป็นหัวหน้าเป็นที่ยอมรับ
นอกจากเรื่องบุคคลแล้ว การจะใช้วินัยหรือเมตตา ก็ต้องดู "เรื่อง" ด้วยเรื่องใดเป็นเรื่อง "หลัก" ก็จำเป็นที่จะต้องเคร่งครัด เมื่อทำอะไรผิดหลักก็ต้องวินัยกันหน่อย แต่ถ้าเป็นเรื่อง "รอง" ก็อาจจะปล่อยให้ผ่านหูผ่านตาหรือผ่านปากไปบ้างก็ได้ หมายถึงการใช้เมตตานั่นเอง เช่น บริษัทของเรามีระเบียบ อยู่สองข้อ ข้อที่หนึ่งพนักงานทุกคนต้องแต่งเครื่องแบบของบริษัท ข้อที่สองพนักงานห้ามกินอะไรในระหว่างทำงาน
เราเดินเข้าไปในโรงงานเห็นพนักงานคนไหนไม่แต่งเครื่องแบบแม้เป็นครั้งแรกก็คงต้องเรียกไป เตือน เพราะการฝ่าฝืนกฎนี้เป็นการทำผิดวินัยอย่างชัดเจน ถ้าเราปล่อยปละละเลยก็จะมีรอยด่างคือ คนไม่แต่งเครื่องแบบเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ส่วนจะเตือนหนักหรือเบานั้นอีกเรื่องหนึ่ง ถ้าเป็นครั้งแรกเบาได้ แต่ "ทีหลังอย่าทำ" ก็คงพอ แต่ถ้าเห็นใครอมทอฟฟี่อยู่ แม้เราจะเห็นว่าเป็นการฝ่าฝืนกฎข้อสองแต่น่าจะปล่อยเพราะมันหมิ่นเหม่ต่อการที่จะถูกมองว่า "เคร่งครัด" จนเกินไป เขาอาจจะเถียงว่า "ผมกินอะไรเสียที่ไหนเล่าก็แค่อมเท่านั้น จะอะไรกันหนักหนาเล่า"
หรือถึงจะเห็นเขากำลังกินอะไรอยู่ก็ตาม พอเหลือบเห็นเราเดินเข้ามา เขาก็รีบเก็บถุงขนมใส่ลิ้นชักทำนั่งเฉยเหมือนกับไม่เคยกินอะไรมาเลยในชีวิต แบบนี้จะทำเฉยไม่รู้ไม่ชี้ไม่เห็นก็ได้ เพราะพฤติกรรมของเขาแสดงว่ายังให้ความยำเกรงกับกฎบริษัท ดังนั้นจะเคร่งครัดหรือผ่อนคลายก็ต้องมีศิลปะพิจารณาเนื้อหาของเรื่องที่เกิดขึ้นด้วยว่าเรื่องนั้นเป็นเรื่อง "หลัก" หรือเป็นเรื่อง "รอง" ถ้าไปเมตตาในเรื่องหลักแล้วกลับไปเคร่งวินัยในเรื่องรอง ก็จะถูกมองว่าเป็นหัวหน้าหรือผู้นำที่ไม่มีศิลปะบังคับบัญชา
เห็นไหมล่ะครับว่าเรื่องของการบริหารบุคคลนั้น จะทำอะไรเป็นสูตรแน่นอนตายตัวก็คงไม่ได้ เมื่อใดจะใช้พระเดชหรือพระคุณ ก็ต้องดูทั้ง "บุคคล" และ "เรื่อง" ว่าสถานการณ์ที่เราเผชิญนั้นควรใช้วิธีการอะไรวินัยหรือเมตตา รวมความแล้วผู้บังคับบัญชาที่มีประสิทธิภาพต้องมีทั้งสองประการ จะยึดอย่างใดอย่างหนึ่งคงไม่ได้ ข้อสำคัญคือต้องใช้เหมาะสม ระวังอย่าให้ใครมองเป็น "จอมเฮี้ยบ" หรือ "คนอ่อนแอ" เพราะทั้งสองประการนี้ไม่เหมาะกับคนเป็นผู้นำเลยจะบอกให้
 
 

 

แหล่งข้อมูล : ฐานเศรษฐกิจ




ลงวันที่ 20/01/2005 12:51:23
จำนวนผู้ชม 1574
ครั้ง




ข้อมูลบทความในหมวดหมู่เดียวกัน

สมาชิกเข้าสู่ระบบ

Username :

Password  :

เลือกประเภท:




คุณลืม Username/Password?

สมาชิกลงทะเบียน (ฟรี)


กรุณาเข้าระบบก่อนใช้งานทุกครั้ง


ค้นหาตำแหน่งงาน


Web
siamhrm.com
jobsiam.com

ติดต่อเรา

สยามเอชอาร์เอ็ม
เวลาเปิดทำการ 9.00-17.00 น.(จ-ส)



หมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี:
หมายเลข 13 หลัก 0992001714965


พานิชย์อิเลคทรอนิกส์ :
0101549820078

เข้าสู่ปีที่ 18
เว็บไซต์หางาน สมัครงาน


มั่นใจ ในบริการของเรา.

Follow us




อัพเดท วันที่ 24 พฤศจิกายน 2560

ผู้ใช้งาน 44777 บริษัท
ผู้ฝากประวัติ (Resume) 127873 คน