SiamHRM.com

HR ลงประกาศงาน หาคน หางาน ที่นี่



 ค้นหางาน ตำแหน่งงาน:
กลุ่มงาน : ประเภท :  
 ภาค:
ค้น:



Google Groups สมัครสมาชิกไปยัง กลุ่มบริหารทรัพยากรมนุษย์ ประเทศไทย
อีเมล์:
ดูเอกสารที่เก็บรวบรวมไว้ ที่ groups.google.co.th
ร่วมสนทนาแลกเปลี่ยนความรู้ เอกสาร และประสบการณ์ทำงาน ไม่จำกัดสาขาอาชีพ


แรงจูงใจของผู้เข้ารับการอบรม (Trainee Motivation)

แรงจูงใจของผู้เข้ารับการอบรม (Trainee Motivation) | การบริหารงานทรัพยากรมนุษย์ โดย SIAMHRM.COM :- ข้อมูลเกี่ยวกับ แรงจูงใจของผู้เข้ารับการอบรม (Trainee Motivation), บทความ แรงจูงใจของผู้เข้ารับการอบรม (Trainee Motivation), ตัวอย่าง แรงจูงใจของผู้เข้ารับการอบรม (Trainee Motivation), บริหารงานบุคคล, บริหารทรัพยากรมนุษย์

แรงจูงใจของผู้เข้ารับการอบรม  (Trainee Motivation)
 
 
 
 
แรงจูงใจ  (motivation)  เป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทางจิตใจ ซึ่งทำให้เกิดความตื่นตัว (arousal)  ทิศทาง (direction)  และ ความยืดหยุ่น (persistence)  ในการกระทำต่างๆ (Mitchell, 1982)  ความตื่นตัวและความยืดหยุ่น คือการที่บุคคลลงทุนทั้งเวลาและแรงกายแรงใจในการประกอบกิจกรรม ส่วน
ทิศทาง หมายถึง   การกระทำหรือสิ่งที่บุคคลนั้นได้เสียสละเวลาและแรงกายแรงใจลงไป ดังนั้น ผู้ที่มีแรงจูงใจจะมีพฤติกรรมหรือการแสดงออกที่เต็มไปด้วยความกระตือรือร้น และเป็นไปอย่างมีจุดมุ่งหมาย นักจิตวิทยาเชื่อว่า  แรงจูงใจจะช่วยเพิ่มพลังของบุคคล  กล่าวคือ เมื่อบุคคลมีแรงจูงใจสูง  เขาจะยิ่งทำงานหนักและยาวนานมากขึ้นกว่าเดิม
 
โน (Noe, 1986)  ได้เสนอว่ามีปัจจัยหลายประการ  ซึ่งส่งผลกระทบต่อระดับแรงจูงใจของผู้เข้ารับการฝึกอบรม ปัจจัยดังกล่าวสามารถสรุปได้ดังนี้
 
1.  ความเชื่อเกี่ยวกับอำนาจควบคุม (locus of control)  จะมีผลต่อแรงจูงใจและความสามารถในการเรียนรู้ของบุคคล ความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องอำนาจควบคุมสามารถจำแนกได้เป็นสองชนิดด้วยกัน คือ ความเชื่อว่าผลลัพธ์หรือสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นผลมาจากอำนาจควบคุมจากภายนอกตนเอง  (external)  หรืออำนาจควบคุมจากภายในตนเอง (internal)  ผู้ที่เชื่อในอำนาจจากภายนอกจะถือว่าผลลัพธ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นความสำเร็จหรือล้มเหลว  เป็นผลมาจากปัจจัยภายนอก เช่น ความโชคดี หรือการกระทำของบุคคลอื่น แต่ผู้ที่เชื่อในอำนาจภายในตน จะสรุปว่า ความสำเร็จหรือความล้มเหลว  เป็นผลมาจากการกระทำของตน  ดังนั้น ผู้ที่เชื่อในอำนาจภายในของตนจึงน่าจะมีแรงจูงใจในการเรียนรู้สูงกว่าผู้ที่เชื่อในอำนาจจากภายนอก  เพราะเขามีความเชื่อว่าการจะทำผลงานออกมาดีหรือไม่นั้น มีสาเหตุสำคัญจากกระทำของตนเอง   ซึ่งผลการวิจัยก็ได้ยืนยัน สมมุติฐานนี้ (Goldstein, 1993)
 
2.  ความเชื่อในสมรรถภาพแห่งตน  (Self-efficacy belief)  แรงจูงใจในการเรียนรู้จะเพิ่มมากขึ้น   หากผู้รับการอบรมมีความเชื่อว่าตนเองสามารถเรียนรู้สิ่งต่างๆได้  ความเชื่อดังกล่าวนี้เรียกว่า  ความเชื่อในสมรรถภาพแห่งตน  ซึ่งหมายถึง ความเชื่อในความสามารถของตนเองในการประกอบกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง (Bandura,1986)   อย่างไรก็ตาม การวิจัยได้ชี้ว่า  ผู้ที่สามารถเชื่อในสมรรถภาพแห่งตนสูงตั้งแต่ก่อนและระหว่างการฝึกอบรม สามารถเรียนรู้ได้ดีกว่าผู้ที่มีความเชื่อในสมรรถภาพแห่งตนต่ำ (Gist, 1989)
 
3. ความคาดหวังเกี่ยวกับผลลัพธ์   ผู้รับการอบรมต้องเชื่อว่า ผลที่จะได้รับจากการฝึกอบรมมีความเกี่ยวข้องหรือช่วยนำไปสู้การทำงานที่ดีขึ้น
 

4. คุณค่าของการทำงาน  ผู้ที่เข้ารับการฝึกอบรม ต้องให้คุณค่า หรือความสำคัญแก่การทำงานที่ดีขึ้น

 
 
กล่าวโดยสรุป  นับริหารงานฝึกอบรม จำเป็นต้องให้ความสนใจต่อภาวะของผู้รับการฝึกอบรมก่อนการฝึกอบรม  อันได้แก่  ความสามารถ และแรงจูงใจ ของผู้เข้ารับอบรม ความสำพันธ์ระหว่างองค์ประกอบทั้งสอง สามารถสรุปได้ดังนี้
 
 
การเรียนรู้    =  ความสามารถ x  แรงจูงใจ
 
 
ตามสมการดังกล่าว  การเรียนรู้ของผู้ที่เข้ารับการอบรมจะไม่เกิดขึ้นเลย หาก พวกเขาไม่มีความสามรถหรือแรงจูงใจอย่างใดอย่างหนึ่ง และการเรียนรู้จะเพิ่มมากขึ้น หากองค์ประกอบแต่ละอย่างมีค่าสูงขึ้น  ดังนั้น แนวทางในการคัดเลือกผู้รับการฝึกอบรม  จึงควรจะรับผู้ที่มี ความสามารถ และแรงจูงใจ ในการเรียนรู้และปฏิบัติสิ่งที่จะสอนในการฝึกอบรมเท่านั้น  นอกจากนั้น  ผลของการวิจัยก็ได้ยืนยันว่า ผู้ที่มีความสามารถและแรงจูงใจ  สามารถเรียนรู้ได้ดีกว่าผู้ที่ไม่มีความสามารถและแรงจูงใจในการเข้ารับการฝึกอบรม  (Noe & Schmitt,  1986 & Downs, 1986)
 
 
 
 
การฝึกอบรมบุคลากรในองค์การ
โดย : รองศาสตราจารย์ ดร.ชูชัย  สมิทธิไกร



ลงวันที่ 01/11/2006 04:51:34
จำนวนผู้ชม 6820
ครั้ง




ข้อมูลบทเรียนออนไลน์ในหมวดหมู่เดียวกัน

ผู้ใช้งานเข้าสู่ระบบ






เลือกประเภท:




คุณลืม Username/Password?

สมาชิกลงทะเบียน (ฟรี)


กรุณาเข้าระบบก่อนใช้งานทุกครั้ง


Connection

   

ค้นหาตำแหน่งงาน


คำค้น :
Web
siamhrm.com
jobsiam.com

ติดต่อเรา

สยามเอชอาร์เอ็ม
เวลาเปิดทำการ 9.00-17.00 น.(จ-ส)



หมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี:
หมายเลข 13 หลัก 0992001714965


พานิชย์อิเลคทรอนิกส์ :
0101549820078

เข้าสู่ปีที่ 19
เว็บไซต์หางาน สมัครงาน


มั่นใจ ในบริการของเรา.


อัพเดท วันที่ 22 มกราคม 2561

ผู้ใช้งาน 44857 บริษัท
ผู้ฝากประวัติ (Resume) 127899 คน