ยัมฯ-เซ็นทรัลรีเทลฯ-บิ๊กซี นำร่องเปิดโอกาสคนพิการเข้าทำงาน

ยัมฯ-เซ็นทรัลรีเทลฯ-บิ๊กซี นำร่องเปิดโอกาสคนพิการเข้าทำงาน | บทความการบริหารทรัพยากรมนุษย์ โดย SIAMHRM.COM



ตามประกาศกฎกระทรวงในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2554 กำหนดจำนวนคนพิการที่นายจ้าง หรือเจ้าของสถานประกอบการ และหน่วยงานของรัฐจะต้องรับคนพิการเข้าทำงาน และจำนวนเงินที่นายจ้าง หรือเจ้าของสถานประกอบการจะต้องนำส่งเข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2554

โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 33 มาตรา 34 วรรคหนึ่ง และมาตรา 45 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550

กำหนดให้นายจ้าง หรือเจ้าของสถานประกอบการซึ่งมีลูกจ้างตั้งแต่ 100 คนขึ้นไปรับคนพิการที่สามารถทำงานได้ ไม่ว่าจะอยู่ในตำแหน่งใด ในอัตราส่วนลูกจ้างที่มิใช่คนพิการทุก 100 คน ต่อคนพิการ 1 คน เศษของ 100 คน ถ้าเกิน 50 คน จะต้องรับคนพิการเพิ่ม 1 คน



นอกจากนั้น กฎกระทรวงฉบับเดียวกันยังประกาศให้นายจ้าง หรือเจ้าของสถานประกอบการผู้ใดที่มิได้รับคนพิการเข้าทำงานตามที่กำหนด และมิได้ดำเนินการตามมาตรา 35 ให้ส่งเงินเข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการเป็นรายปี

 

โดยคำนวณจากอัตราต่ำสุดของอัตราค่าจ้างขั้นต่ำตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานที่ใช้บังคับหลังสุดในปีก่อนปีที่มีหน้าที่ส่งเงินเข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ คูณด้วย 365 และคูณด้วยจำนวนคนพิการที่ไม่ได้รับเข้าทำงาน ปรากฏว่า เมื่อข่าวเรื่องนี้แพร่กระจายออกไป นายจ้างหรือเจ้าของสถานประกอบการ และหน่วยงานของรัฐบางแห่งเริ่มมีความตื่นตัวกันอยู่บ้าง แต่กระนั้นยังถือว่าค่อนข้างน้อย เพราะจากฐานข้อมูลของสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ พบว่าปัจจุบันมีคนพิการอยู่ประมาณ 1.2 ล้านคนทั่วประเทศ

แต่สำหรับบริษัท ยัม เรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด ที่ขายสินค้าบริโภคภายใต้แบรนด์ KFC กลับให้ความสนใจต่อเรื่องนี้ เพราะล่าสุดได้จับมือกับสมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศไทย และมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต (มสด.) ในการรับพนักงานที่มีความพิการทางการได้ยินและสื่อความหมายเข้าทำงานที่ร้านเคเอฟซีภายใต้โครงการที่มีชื่อว่า "KFC เราได้ยินทุกความฝัน"

โดยเรื่องนี้ "มิลินด์ พันท์" กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ยัม เรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด บอกว่า เราต้องการส่งเสริมให้ผู้พิการเหล่านี้มีโอกาสเป็นพนักงาน และสามารถสร้างคุณภาพชีวิตต่อตนเองและครอบครัวให้ดีขึ้น

"เราจึงริเริ่มรับพนักงานที่มีความพิการทางการได้ยินและสื่อความหมายเข้าทำงานที่ร้านเคเอฟซีในสาขาไทม์สแควร์ โดยมีจำนวนคนพิการเข้าทำงานในสาขาแรกนี้รวม 32 คน ซึ่งหากเทียบเป็นอัตราส่วนการรับคนพิการเข้าทำงานต่อพนักงานปกติแล้วเป็น 70 : 30"

"ด้วยจำนวนคนพิการที่เข้าทำงานในเคเอฟซีสาขานี้ค่อนข้างเยอะกว่าพนักงานปกติ ดังนั้น เราจึงต้องลงทุนติดตั้งเครื่องมือด้วยงบประมาณกว่า 1.3 ล้านบาท เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับพวกเขา เช่น เมนูการสั่งออร์เดอร์จะต้องมีขนาดใหญ่และชัดเจน มีจอแสดงผลเพื่อทบทวนรายการอาหาร พร้อมแสดงราคาที่หน้าเคาน์เตอร์ให้กับลูกค้า รวมถึงมีจอมอนิเตอร์ให้พนักงานหน้าเคาน์เตอร์ได้สื่อสารเป็นภาษามือโดยตรงกับครัวที่อยู่ชั้นบนได้สะดวกขึ้น"

"นี่จะเป็นวิธีที่จะช่วยส่งเสริม และสนับสนุนการทำงานให้กับคนพิการทางการได้ยินและสื่อความหมายโดยเฉพาะ ซึ่งการจะรับพนักงานที่เป็นคนพิการเข้าทำงานเราจำเป็นจะต้องสร้างเครื่องมือเพื่อช่วยเหลือในการปฏิบัติงาน เพราะนั่นจะเป็นการช่วยให้พนักงานเกิดประสิทธิภาพได้ไม่แพ้พนักงานปกติเลย"

"สาขาไทม์สแควร์เราได้ให้บริการไปแล้วกว่า 6 เดือน ได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี และเชื่อว่าถ้าเราขยายสาขาไปที่อื่นก็จะได้รับการตอบรับดียิ่งขึ้น"

ขณะที่ "อนิต้า โซนี่" ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล บริษัท ยัม เรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า เราอยากขยายโอกาสการรับพนักงานผู้พิการทางการได้ยินและสื่อความหมายเพิ่มอีก 120 คน

"โดยในปี 2556 เราจะขยายไปในสาขาเมเจอร์ สุขุมวิท และสาขาเกตเวย์ เอกมัย ที่ให้บริการโดยคนพิการ ซึ่งแผนการรับพนักงานกลุ่มนี้เราจะต้องเตรียมจัดทำหลักสูตรการเรียนรู้ และการฝึกอบรมให้เป็นภาษามือ และแปลองค์ความรู้เป็นตัวอักษรภาษาไทยไว้ในระบบ learning zone ไม่ว่าจะเป็นวิธีการปรุงอาหารของเคเอฟซี ทักษะการให้บริการในร้าน เพื่อเป็นการเพิ่มพูนความรู้และต่อยอดไปสู่การเติบโตในหน้าที่อย่างมีศักยภาพต่อไปในอนาคต"

ส่วนบริษัท เซ็นทรัลรีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด ก็เป็นอีกบริษัทหนึ่งที่มองเห็นศักยภาพของคนพิการ และล่าสุดได้เปิดศูนย์บริการซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า และศูนย์บริการลูกค้า contact center สำหรับลูกค้าเพาเวอร์บาย และโฮมเวิร์ค

โครงการนี้ "บุษบา จิราธิวัฒน์" ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท เซ็นทรัลรีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด บอกว่า เป็นการร่วมมือกันระหว่างเซ็นทรัล และมูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อพัฒนาคนพิการ ในมูลนิธิคุณพ่อเรย์ พัทยา

"เมื่อเซ็นทรัลต้องการจะสร้างโอกาสให้ผู้พิการมีอาชีพและรายได้ที่ดีขึ้น เราจึงมีนโยบายรับคนพิการเข้าทำงานของบริษัทในเครือที่เกี่ยวข้อง นั่นคือโครงการสร้างศูนย์บริการลูกค้า contact center และศูนย์บริการซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยคนพิการได้รับการคัดเลือกนำร่องจากมูลนิธิพระมหาไถ่รวม 20 คน"

"นอกจากโครงการส่วนนี้แล้ว เซ็นทรัลยังมีนโยบายที่จะรับคนพิการเข้าทำงานให้ได้ 230 คน ซึ่งเราจะต้องมีงบฯสนับสนุนการคัดสรรบุคลากรคนพิการ รวม 23 ล้านบาทต่อปี โดยจะแยกออกเป็นโครงการย่อย ๆ เพื่อจะได้ผลิตบุคลากรตรงตามความต้องการของแต่ละสายงาน

"จริง ๆ แล้วงบฯลงทุนขององค์กรเอกชนเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการสนับสนุนในส่วนของเครื่องมือเพื่อให้คนพิการทำงานสะดวกขึ้นเท่านั้น แต่หากจะให้การสนับสนุนงานคนพิการเพื่อให้เกิดความยั่งยืน รัฐจะต้องเข้ามาสนับสนุนเพื่อจัดสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับคนพิการเดินทางมาทำงานสะดวกและปลอดภัยมากขึ้น"

"เช่น ทางเท้าต้องเรียบไม่ขรุขระ มีลิฟต์คอยให้บริการตามสถานที่สาธารณะ รวมถึงเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจะต้องให้ความสะดวกแก่คนพิการมากขึ้น เพราะทุกวันนี้หนึ่งในปัญหาที่คนพิการไม่สามารถไปทำงานได้คือการเดินทางที่ไม่ปลอดภัยและอันตราย"

"ดังนั้น สถานที่ทำงานของศูนย์บริการลูกค้า contact center และศูนย์บริการซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มูลนิธิพระมหาไถ่จึงมั่นใจได้ว่า พนักงานผู้พิการของเราจะได้รับความสะดวกสบายในการทำงานที่เขาคุ้นเคย นั่นหมายความว่าการจะทำให้คนพิการทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพต้องอย่ามองข้ามสิ่งอำนวยความสะดวกของการทำงานเพื่อคุณภาพชีวิตของพวกเขาด้วย"

ขณะที่บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านการค้าปลีกสมัยใหม่ มีสาขากว่า 330 สาขา ใน 56 จังหวัดทั่วประเทศ ปรัชญาหลักของบิ๊กซี คือการเป็นมากกว่าห้างค้าปลีก

ดังนั้น ตลอด 19 ปีผ่านมา บิ๊กซีจึงเป็นเพื่อนที่ดีของผู้บริโภคทั่วประเทศ และมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมและชุมชนไทยมาโดยตลอด และด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชนของบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จึงมีเป้าหมายสูงสุดคือการร่วมพัฒนาชุมชนอย่างใกล้ชิด และต่อเนื่องทั้งด้านสภาพแวดล้อมและคุณภาพชีวิตบน 4 ด้านหลักคือ

หนึ่ง การศึกษา

สอง สุขภาพ

สาม สิ่งแวดล้อม

สี่ การพัฒนาสังคมและชุมชน

"กุฎาธาร นาควิโรจน์" ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ด้านการศึกษา มูลนิธิบิ๊กซีมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชนผู้ด้อยโอกาสทั่วประเทศ ได้ก่อตั้งมาแล้ว 10 ปี และได้มอบทุนการศึกษากว่า 24,000 ทุนแก่นักเรียนทั่วประเทศ รวมไปถึงการสร้างอาคารเรียน 37 อาคารสนามกีฬา และห้องสมุดในโรงเรียนที่ขาดแคลนเป็นจำนวนมาก

"ส่วนด้านการพัฒนาสังคมและชุมชน บิ๊กซีให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับคนในชุมชน โดยเฉพาะผู้พิการ ซึ่งบิ๊กซีตระหนักดีว่า ผู้พิการจำนวนมากยังต้องการโอกาสในการดำรงชีวิตด้วยตนเอง และมีส่วนร่วมในทุกภาคส่วนของสังคม เราจึงให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการสร้างโอกาสในการประกอบอาชีพและพัฒนาชีวิตให้กับผู้พิการ เพื่อให้ผู้พิการเข้าถึงและดำรงชีวิตอยู่ในทุกภาคส่วนของสังคมได้อย่างภาคภูมิใจ"

"ตั้งแต่ปลายปี 2554 เป็นต้นมา บิ๊กซีได้เปิดรับผู้พิการเข้าทำงาน โดยยึดหลักการสำคัญว่าบิ๊กซีจะต้องเข้าใจความสามารถและความต้องการของผู้พิการก่อน จึงจะสามารถสนับสนุนให้ผู้พิการได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ ดังนั้น บริษัทจึงได้สรรหาลักษณะงานที่ตรงกับความถนัดของผู้พิการแต่ละคน เพื่อให้ทุกคนได้ทำงานที่ตรงกับความสามารถและทักษะของตนเอง"

"ตรงนี้จึงส่งผลให้พนักงานผู้พิการของบิ๊กซีมีความภูมิใจ ความเชื่อมั่น และเป็นที่ยอมรับจากเพื่อนร่วมงานทุกคน และเราภูมิใจอย่างยิ่งที่เป็นห้างค้าปลีกรายแรกของประเทศไทยที่มีผู้พิการร่วม ทำงานกับบริษัทครบตามอัตราที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550"

"ยิ่งไปกว่านั้น เรายังส่งเสริมให้ชาวบิ๊กซีทุกคน ทั้งที่เป็นผู้พิการและผู้ที่ไม่พิการเข้าใจ ยอมรับ และรู้สึกเป็นครอบครัวเดียวกัน ซึ่งความสำเร็จนี้ได้ส่งผลให้จำนวนพนักงานผู้พิการในบริษัทเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ โดยในวันนี้มีพี่น้องผู้พิการทั่วประเทศกว่า 270 คนร่วมงานกับบิ๊กซี ซึ่งเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดถึงร้อยละ 18"

และในโอกาสวันคนพิการสากลผ่านมา บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จึงรู้สึกเป็นเกียรติ และยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนพิการ ทั้งในด้านการสร้างความตระหนักรู้ และส่งเสริมการยอมรับจากทุกภาคส่วน

รวมถึงการสนับสนุนการดำเนินงานของกระทรวง และการสร้างโอกาสในการพัฒนาชีวิตให้กับผู้พิการ โดยบิ๊กซีมีเป้าหมายที่จะรับผู้พิการเข้าทำงานให้สูงในอัตราถึง 50 ต่อ 1 อันเป็นเป้าหมายที่ไม่เฉพาะต่อบิ๊กซีเท่านั้น

หากยัม เรสเทอรองตส์, เซ็นทรัลรีเทล และอีกหลาย ๆ องค์กร คงเห็นพ้องต้องกันว่าคนพิการไม่เพียงมีศักยภาพที่เปี่ยมล้น เพียงแต่เรา ๆ ท่าน ๆ จะให้โอกาสเขาหรือเปล่าเท่านั้นเอง ?

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์





จำนวนผู้ชม 5008 ครั้ง




ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์