ส่งที่ผมขอเสนอคือ อยากให้องค์กรธุรกิจในทุกภาคส่วนต่าง ๆ ลองนำเรื่องของสมรรถนะซึ่งเป็นการระบุถึงความรู้ ความสามารถและทักษะที่จำเป็นสำหรับงานที่จะรับสมัครในตำแหน่งต่าง ๆ มาเป็นเกณฑ์หลักในการรับสมัครงาน แทนที่เริ่มต้นจากการพิจารณาที่วุฒิการศึกษาก่อนดังที่ผ่านมา เข้ามาแก้ปัญหาเรื่องความต้องการแรงงานฝีมือ
เพราะการพิจารณาจากสมรรถนะนอกจากจะทำให้ผู้ใช้แรงงานได้แรงงานที่มีทักษะความรู้ความสามารถที่ตรงกับงานแล้ว ยังจะส่งผลให้ผู้ปกครองและนักเรียนรุ่นใหม่ ๆ ปรับเปลี่ยนทิศทางและมุมมองในการศึกษาต่อได้ดียิ่งขึ้น ว่าอนาคตอยากจะทำอาชีพไหนก็จะไปเรียนได้ตรงกับงานที่อยากจะทำ โดยไม่ยึดติดว่าจะต้องเรียนสายอาชีพหรือสายสามัญ
เพื่อรองรับเรื่องนี้ ภาครัฐและสถาบันการศึกษาเองจะต้องการพัฒนาในเรื่องของหน่วยงานสถาบันวิชาชีพต่าง ๆ เข้ามารองรับ เช่นต่อไปการทำงานในทุกวิชาชีพก็จะต้องไปสอบเพื่อให้ได้ใบประกอบวิชาชีพนั้น ๆ เพื่อนำไปประกอบการสมัครงานเพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมผู้ใช้แรงงานมั่นใจว่าแรงงานที่จะรับเข้ามาทำงาน ไม่ว่าจะเรียนจบจากสายสามัญหรือสายอาชีพมีสมรรถนะที่ตรงกับงานในตำแหน่งนั้น ๆ ที่องค์กรต้องการจริง
อย่างไรก็ตาม ตราบใดที่ผู้ใช้แรงงานในทุกภาคส่วนยังคงให้คุณค่าของนักเรียนที่จบสายอาชีพอย่าง ปวส.ต่ำกว่านักเรียนที่จบสายสามัญต่อปริญญาตรี ปัญหาเรื่องความไม่สมดุลในตลาดแรงงานก็จะยังคงเป็นปัญหาต่อไปและจะแรงขึ้นทุกวัน จนกว่าวันที่ผู้จบ ปวส.ได้เงินเดือน 14,000 บาท และคนจบปริญญาตรีได้รับเงินเดือน 15,000 บาทจะมาถึง
ขณะที่ในภาคอุตสาหกรรมต้องการคนจบ ปวส. เพราะกลุ่มนี้เป็นนักปฏิบัติ แต่ค่านิยมของผู้ปกครองและสังคมก็ต้องการให้ลูกหลานจบปริญญาตรี ส่วนสถาบันการศึกษาก็ต้องพัฒนาระบบการศึกษาให้สูงขึ้นไปเรื่อย ๆ จาก ปวช.ก็ขึ้นมาเป็น ปวส.และปริญญาตรี
ขณะนี้มุมมองและความต้องการของทั้งสามกลุ่มอยู่คนละจุดกันหากถามภาคอุตสาหกรรมว่า ตอนที่คุณรับสมัครบุคลากรเข้ามาทำงานนี่ คุณก็รับด้วยเกณฑ์ของวุฒิการศึกษาเช่นกัน รับ ปวส. รับ ป.ตรี ซึ่งให้ค่าเงินเดือนปริญาตรีสูงกว่า ปวส. กลับกลายเป็นว่าภาคอุตสาหกรรมเองก็ให้คุณค่าวุฒิการศึกษาปริญญาตรีมากกว่า ปวส.เช่นกัน
การแก้ปัญหานี้คือ เอาสมรรถนะเป็นตัวตั้ง ว่าทำอะไรได้ อย่างนี้ปุ๊บก็จะเข้าใจตรงกัน และยังเป็นแนวทางให้กับมหาวิทยาลัยในการผลิตแรงงานที่ตรงกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม ขณะที่ผู้ปกครองก็จะลดเรื่องความกังวลและค่านิยมว่าลูกหลานต้องจบปริญญาตรีเพื่อให้ได้เงินเดือน 15,000
ส่วนสภาวิชาชีพต้องเข้มแข็ง เพื่อดูมาตรฐานของงานในแต่ละวิชาชีพ
ทั้งหมดเป็นแนวทางที่ผมเชื่อว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานในสายอาชีพได้ครับ
คอลัมน์ Education Ideas / http://www.prachachat.net/